RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564

  • 26 March, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
นายเหมิ่ง อายุ 30 ปีเศษ แรงงานเวียดนามอันตรายที่หลบหนีเข้าไต้หวันทางเรือถึง 2 ครั้ง แค้นเพื่อนร่วมชาติทวงหนี้ 150,000 เหรียญ ร่วมกับพวกตัดแขนขาเจ้าหนี้เกือบตาย

 

1. แรงงานต่างชาติหลบหนียังไม่มีทีท่าลดลง ณ สิ้นเดือนม.ค. 64 มีจำนวน 51,256 คน แรงงานเพศหญิงหลบหนีมากสุด 61.5%

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยไต้หวัน เปิดเผยข้อมูลตัวเลขแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 51,256 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเพศหญิงหลบหนีมากสุด 31,521 คน ครองสัดส่วน 61.5%  ขณะที่แรงงานเพศชายหลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 19,735 คน ครองสัดส่วน 38.5%

ส่งกลับแรงงานอินโดนีเซียผิดกฎหมายล็อตใหญ่กว่า 40 คน

      การหลบหนีของแรงงานต่างชาติที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลง รวมถึงอัตราส่วนการก่อคดีอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง อาทิ คดีลักทรัพย์ ยาเสพติด และคดีก่ออันตรายในที่สาธารณะเป็นต้นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย อาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์ ถูกควบคุมโดยยาเสพติด หรือถูกดึงดูดเข้าไปร่วมเป็นสมาชิกของแก๊งมาเฟีย ผลิต จำหน่ายยาเสพติด รับเคลียร์ปัญหา ตลอดจนถึงมีปืนไว้ในครอบครองก่อคดีที่อาจส่งผลต่อความสงบสุขของสังคมเป็นต้น และที่ผ่านมา เคยตรวจพบคดีที่แรงงานต่างชาติผิดกฎหมายมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง จำหน่ายยาเสพติด รวมถึงมีพฤติกรรมใช้ยาเสพติดมอมเมาเพื่อร่วมชาติเป็นต้น

จับแรงงานผิดกฎหมายทำงานที่อี๋หลาน

      ต่อปัญหาข้างต้น นายจงจิ่งคุน ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงว่า ได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายที่ก่อคดี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมและความมั่นคงของชาติ กรณีที่แรงงานต่างชาติทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจมีมาตรการรับมืออยู่แล้ว ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย เพื่อลดปัญหาการก่ออาชญากรรม

เมื่อต้นเดือนมี.ค. 64 ตำรวจไทจงจับแรงงานผิดกฎหมายนั่งในรถตู้เต็มคัน 9 คน ในจำนวนนี้มีแรงงานไทย 2 คน

      จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2564 แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มีจำนวนทั้งสิ้น 51,256 คน แรงงานอินโดนีเซียหลบหนีมากที่สุด 24,799 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนี 48.38% ในจำนวนนี้แรงงานเพศหญิงอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาล หลบหนีสูงถึง 20,645 คน แรงงานอินโดนีเซียเพศชายหลบหนี 4,154 คน อันดับสองได้แก่เวียดนาม หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบ 23,165 คน ครองสัดส่วนแรงงานหลบหนี 45.19% ในจำนวนนี้แรงงานเวียดนามเพศชายหลบหนี 14,362 คน เพศหญิงหลบหนี 8,803 คน อันดับ 3 ได้แก่แรงงานฟิลิปปินส์ 2,387 คน และอันดับสุดท้ายแรงงานไทย หลบหนีและยังไม่ถูกตรวจพบทั้งหมด 904 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยเพศชาย  754 คน เพศหญิง 150 คน

แรงงานผิดกฎหมายอยู่รวมกลุ่มบนเขา

2. ไต้หวันเล็งยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางของแรงงานอินโดนีเซีย หากสถานการณ์การติดเชื้อโควิดรายวันในอินโดนีเซียลดลงต่ำกว่า 5,000 รายต่อวัน

      สืบเนื่องงจากสถานการณ์โควิดในอินโดนีเซียรุนแรง ประกอบกับแรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางมาทำงานในไต้หวันถูกตรวจพบว่าติดเชื้อจำนวนหลายร้อยคน ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดของไต้หวัน ได้ประกาศห้ามแรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้ามาทำงานชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2563 จนถึงขณะนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลาร่วม 4 เดือนแล้ว นายจ้างไต้หวันจำนวนมากเดือดร้อน เพราะอินโดนีเซียเป็นประเทศส่งออกผู้อนุบาลที่ครองสัดส่วนประมาณ 80% ของผู้อนุบาลทั้งหมดในไต้หวัน ขณะที่มีแรงงานอินโดนีเซียนับหมื่นคนรอการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียในไต้หวันครองสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 80

      รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจึงมีการประสานเจรจาในเรื่องนี้ โดยฝ่ายอินโดนีเซียยินยอมแก้ไขและปฏิบัติตามข้อกำหนดของฝ่ายไต้หวัน อาทิ ใบรับรองผลตรวจโควิด-19 เป็นลบต้องออกโดยสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองและเจาะจงเท่านั้น ในช่วงแรกจะจำกัดจำนวนแรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้าไต้หวันได้เพียงกึ่งหนึ่ง โดยยึดเอาจำนวนแรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้าไต้หวันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2,800 คนเป็นหลัก หรืออนุญาตให้เดินทางเข้าไต้หวันได้วันละ 46 คน ส่วนระยะเวลาในการเปิดให้เดินทางเข้าไต้หวันใหม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงของโควิด-19 ในอินโดนีเซีย โดยไต้หวันจะพิจารณาให้แรงงานอินโดนีเซียเดินทางได้ต่อเมื่อ ยอดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในอินโดนีเซียลดลงต่ำกว่า 5,000 รายต่อวัน ซึ่งครึ่งแรกของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยอดจำนวนผู้ป่วยโควิดในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 6,800 ราย

แรงงานอินโดนีเซียเดินทางเข้าไต้หวันไม่ได้ ทำนายจ้างเดือดร้อนมาก

      สาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ไต้หวันสั่งระงับการเดินทางมาทำงานของแรงงานอินโดนีเซีย นอกจากตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากแล้ว ยังไม่มั่นใจในมาตรฐานการตรวจโควิดของสถานพยาบาลอินโดนีเซียด้วย ซึ่งฝ่ายอินโดนีเซียเสนอสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานในการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยเทคนิคการตรวจหาสารทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัส อาทิ PCR, RT-PCR, NAA, NAT ฯลฯ กว่า 400 แห่ง แต่ครึ่งแรกของเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียติดเชื้อจำนวน 40 ราย ในจำนวนี้ 32 ราย หรือ 80% มีใบรับรองผลตรวจโควิดเป็นลบจากสถานพยาบาลที่อ้างว่าได้มาตรฐาน เมื่อเทียบกับแรงงานจากไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์แล้ว ใบรับรองผลตรวจโควิดของแรงงานอินโดนีเซียมีความแม่นยำและความน่าไว้วางใจต่ำกว่ามาก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มีหรือไม่มีใบรับรองมีค่าเท่ากัน ดังนั้นไต้หวันจึงเสนอให้ฝ่ายอินโดนีเซียคัดเลือกเฉพาะสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จริงๆ เพื่อให้ฝ่ายไต้หวันพิจารณา

ไต้หวันเตรียมยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางของแรงงานอินโดนีเซีย หากสถานการณ์การติดเชื้อโควิดรายวันในอินโดนีเซียลดลงต่ำกว่า 5,000 รายต่อวัน

3. เหิมหนัก! แรงงานเวียดนามลักลอบเข้าไต้หวันทางเรือรอบสอง แค้นทวงหนี้ 150,000 ร่วมกับพวกตัดแขนขาเจ้าหนี้เกือบตาย

      ปัญหาการก่ออาชญากรรมของแรงงานเวียดนาม นับวันจะรุนแรงขึ้น มีข่าวเกือบทุกวัน ล่าสุดเกิดคดีสยองที่แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย ไม่พอใจเจ้าหนี้ชาวเวียดนามด้วยกันทวงหนี้ 150,000 เหรียญไต้หวันอยู่เนืองๆ พร้อมกับพรรคพวกซึ่งเป็นชาวไต้หวัน 3 คนและชาวเวียดนาม 1 คน ไล่ฟันเจ้าหนี้จนแขนขาด 1 ข้าง ขา 2 ข้าง ยังดีที่ส่งรักษาทัน หมอช่วยรอดชีวิตมาได้ ตำรวจจับชาวไต้หวันทั้ง 3 รายได้ ส่วนแรงงานเวียดนาม 2 รายอยู่ระหว่างหลบหนีกำลังตามล่า

นายเหมิ่ง อายุ 30 ปีเศษ แรงงานเวียดนามอันตรายที่หลบหนีเข้าไต้หวันทางเรือถึง 2 ครั้ง ถ่ายภาพที่หน้าร้านอาหารในไถหนาน

      คดีนี้เกิดขึ้นที่เขตหย่งคัง นครไถหนาน เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมานี้ นายเหมิ่ง อายุ 30 ปีเศษ อดีตเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เคยถูกตำรวจตรวจพบจับส่งกลับประเทศเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ติดใจชีวิตความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายในไต้หวัน เมื่อกลับเวียดนามไปแล้ว พยายามดิ้นรนหาเงินจ่ายค่าหัวคิวให้ขบวนการค้ามนุษย์ 7,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หลบหนีเข้าไต้หวันทางเรือประมงอีกครั้ง หลังลักลอบเข้าไต้หวันแล้ว หากินกับคนบ้านเดียวกันได้เงินจำนวนไม่น้อย ด้วยการเปิดบ่อนการพนัน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด เมื่อ 2 ปีที่แล้วถูกตรวจพบและถูกส่งกลับประเทศ แต่กลับได้ไม่นาน ก็หาทางลักลอบเข้าสู่ไต้หวันทางเรือประมงเป็นครั้งที่ 2 ครั้งนี้อยู่มาเป็นเวลาร่วม 2 ปีแล้ว

นายเหมิ่ง อายุ 30 ปีเศษ แรงงานเวียดนามอันตรายที่หลบหนีเข้าไต้หวันทางเรือถึง 2 ครั้ง แค้นเพื่อนร่วมชาติทวงหนี้ 150,000 เหรียญ ร่วมกับพวกตัดแขนขาเจ้าหนี้เกือบตาย

      ส่วนผู้ถูกฟัน นายอาสง เป็นชายชาวเวียดนามอายุ 35 ปี แต่งงานกับหญิงไต้หวันและตั้งรกรากที่ไถหนานเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว โดยทำงานอยู่ในโรงงาน ก่อนหน้านี้ให้นายเหมิ่งยืมเงินจำนวน 150,000 เหรียญ แต่นายเหมิ่งไม่ชำระคืนตามสัญญา แถมยังหลบหน้า โทรศัพท์ก็ไม่รับ อาสงโมโห ส่งข่าวผ่านคนรู้จักให้อาเหมิ่งว่า อย่างคิดจะเบี้ยว รีบใช้คืนโดยดี ทำให้นายเหมิ่งเกิดความไม่พอใจ ทั้งสองเคยทะเลาะผ่านสื่อโซเชียลมาแล้ว

นายอาสง เจ้าหนี้ถูกฟันที่เข่า 2 ข้างและแขน อาจพิการไปตลอดชีวิต

      เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะที่นายอาสงร่วมงานฉลองวันเกิดของเพื่อนในหอพักโรงงาน มีผู้ชาย 5 คน ท่าทางนักเลงบุกเข้ามาในหอพัก ในจำนวนนี้มี 3 คนเป็นชาวไต้หวัน มือถือปืนดัดแปลงและไม้เบสบอลคุมเชิงและร้องเสียงดังว่าคนไม่เกี่ยวห้ามยุ่ง ส่วนอีก 2 คน คือนายเหมิ่งและเพื่อชาวเวียดนาม มือถือมีดดาบไล่ฟันนายอาสงอย่างไม่ยั้งมือ โดยเลือกฟันไปที่ข้อศอกและหัวเข่า ในที่เกิดเหตุสภาพชุลมุน แรงงานเวียดนามซึ่งมีนับสิบคนตื่นกลัวแต่ไม่มีใครกล้ายืนออกมาช่วย หลังไล่ฟันประมาณ 4-5 นาที จนนายอาสงล้มฟุบกองกับพื้น เลือดไหลท่วมร่าง ชายกลุ่มนี้จึงเดินหนีไป เพื่อนๆ ชาวเวียดนามในที่เกิดเหตุต่างไม่กล้าแจ้งความ เพราะกลัวจะถูกเอาคืนภายหลัง ได้แต่เรียกรถพยาบาลนำนายอาสงส่งรักษาที่โรงพยาบาลฉีเหม่ย โชคดีที่ส่งรักษาทันท่วงที แพทย์ช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่กระดูกแขนข้างขวาถูกตัดขาดตั้งแต่ช่วงข้อศอก หัวเข่า 2 ข้างถูกฟันจนกระดูกแหลก อาจพิการไปตลอดชีวิต

นายอาสง เจ้าหนี้ถูกฟันที่เข่า 2 ข้างและแขน อาจพิการไปตลอดชีวิต

      ด้านตำรวจได้รับแจ้งความจากภรรยานายอาสงหลังจากเกิดเหตุ ออกปฏิบัติการตามจับตัวชาวไต้หวันที่ช่วยคุมเชิงในเหตุการณ์ทั้ง 3 คนมาดำเนินคดี แต่นายเหมิ่งและแรงงานเวียดนามอีก 1 คนที่เป็นคนลงมืออยู่ระหว่างหลบหนี ตำรวจได้ออกหมายจับตามล่ามาดำเนินต่อไป

      แรงงานเวียดนามในที่เกิดเหตุเกรงว่า เรื่องฆ่าฟันกันในกลุ่มคนเวียดนามด้วยกัน อาจไม่ได้รับความสำคัญจากสังคมไต้หวันเท่าใดนัก จะทำให้อันธพาลยิ่งได้ใจและเหิมเกริมขูดรีดเพื่อร่วมชาติมากขึ้น จึงแอบส่งข้อมูลให้สื่อไต้หวันลงข่าว โดยกล่าวว่า การชดใช้หนี้คืนแก่เจ้าหนี้ เป็นหน้าที่ของลูกหนี้อยู่แล้ว แต่กรณีของนายเหมิ่ง กลับทำร้ายเจ้าหนี้ โดยฟันที่แขนและขา เป็นการจงใจตัดแขนขาเพื่อสั่งสอน และยังทิ้งคำขู่ไว้ในสื่อโซเชียลด้วยว่า ตราวนี้แค่สั่งสอน คราวหน้าฆ่าจริง ท่าทีเหิมหนัก

ยึดปืนดัดแปลงของชายชาวไต้หวันพรรคพวกของนายอาเหมิ่ง

      กลุ่มคนงานเวียดนามที่รู้จักนายเหมิ่ง ต่างรู้กิตติศัพท์ว่าเป็นคนโหดเหี้ยมและไร้คุณธรรม พฤติกรรมของเขาในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ชาวเวียดนามหลายคนไม่พอใจ ถึงกับลงขัน 100,000 เหรียญไต้หวัน เพื่อเป็นเงินรางวัลนำจับ ขอให้ชาวเวียดนามด้วยกันช่วยชี้เบาะแสให้ตำรวจจับตัวผู้ร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

      คดีนี้ ผู้ต้องหาสามารถลักลอบเข้าไต้หวันทางเรือได้ถึง 2 ครั้ง แสดงว่าการป้องกันชายทะเลของหน่วยยามฝั่ง ยังต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยว่า เคยจับกุมแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายส่งกลับประเทศ แต่มีแรงงานเวียดนามรายนี้ ทิ้งคำพูดสุดโอหังไว้ว่า ตำรวจห้ามผมไม่ได้หรอก เพราะนั่งเรือประมงจากมณฑลฝูเจี้ยน จีนแผ่นดินง่ายนิดเดียว อีกไม่นานผมจะกลับมาใหม่

ภาพจากกล้องวงจรปิด ตำรวจตามจับชายชาวไต้หวันได้ทั้ง 3 คน ส่วนนายอาเหมิ่งและเพื่อนชาวเวียดนามอีก 1 คน อยู่ระหว่างหลบหนี

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง