:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564

  • 19 November, 2021
ขุนพล แรงงานไทย
ตำรวจไถหนานไปประชาสัมพันธ์ดื่มไม่ขับให้แก่แรงงานไทยถึงในโรงงาน

1. มาแล้ว! หลังระงับร่วมปี แรงงานอินโดนีเซียชุดแรก 7 คนเดินทางถึงไต้หวัน แรงงานไทยได้รับอนุญาตพิเศษกว่า 400 คนเดินทางเข้าไต้หวันก่อนต้นธันวาคม ส่วนการเดินทางปกติ ต้องรอหลังตรุษจีน

      หลังจากที่ถูกระงับการเดินทางเข้าไต้หวันตั้งแต่ปลายปี 2563 ในที่สุดผู้อนุบาลอินโดนีเซียชุดแรกก็ได้รับอนุญาตเดินทางเข้าไต้หวันทำงานได้แล้วเมื่อค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แม้จะมีเพียง 7 คน แต่ถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการปิดพรมแดนสำหรับแรงงานเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ประกาศปิดพรมแดนนานครึ่งปีเมื่อ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา และสำหรับแรงงานอินโดนีเซียนานกว่านั้น เพราะถูกระงับการเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2563 เป็นเวลาร่วมปีแล้ว

แรงงานอินโดนีเซียชุดแรก 7 คนเดินทางถึงไต้หวันแล้วเมื่อค่ำวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

      เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ ไต้หวันเกิดการระบาดโรคโควิดรอบใหม่ที่ค่อนข้างรุนแรง ประกอบกับสถานการณ์การะบาดของโรคโควิดสายพันธุ์เดลตาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศผู้ส่งออกแรงงาน 4 ประเทศ ได้แก่ไทย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ อยู่ในภาวะรุนแรง ไต้หวันจึงประกาศปิดพรมแดน ชะลอการเดินทางของแรงงานและชาวต่างชาติชั่วคราว ทำให้นายจ้างเดือดร้อนหนัก ตลาดแรงงานต่างชาติในไต้หวันไม่ว่าจะตำแหน่งงานในครัวเรือน ภาคการผลิตหรือก่อสร้าง ล้วนเกิดภาวะปั่นป่วน โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องพึ่งพาผู้อนุบาลต่างชาติ ซึ่งกว่า 70% ว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซีย และก่อนจะเกิดการระบาดของโรคโควิด รัฐบาลอินโดนีเซียผลักดันนโยบายไปทำงานต่างประเทศด้วยค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์ คือนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด แต่มาเกิดการระบาดของโรคโควิดก่อน ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียเลิกล้มนโยบายดังกล่าว เมื่อสถานการณ์โควิดในไต้หวันเบาบางลง รวมทั้งในอินโดนีเซียก็ทุเลาลงอย่างมาก เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ไต้หวันจึงประกาศเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติใหม่อีกครั้งอย่างระมัดระวัง โดยประกาศเปิดให้นำเข้าแรงงานอินโดนีเซียเป็นประเทศแรก และแบ่งช่วงเวลาเดินทางเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกก่อน 14 ธ.ค. ปีนี้ แรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเดินทางเข้าไต้หวันทุกคน ต้องไปกักตัวที่สถานกักตัวของรัฐเท่านั้น ซึ่งได้รับการจัดสรรห้องสำหรับกักตัวเพียง 1,700 เตียง ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ 15 ก.พ.เป็นต้นไป นายจ้างสามารถจองโรงแรมกักตัวให้แรงงานต่างชาติที่นำเข้าได้

แรงงานไทยชุดแรก 111 คน ได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นกรณีพิเศษเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 64 ในภาพเป็นบรรยากาศกอนออกเดินทางที่ท่าอากาศยานสุรรณภูมิ (ภาพจาก บจง.Thai Allright)

      ในส่วนของแรงงานไทย สำนักงานแรงงานไทยและกรมการจัดหางานได้เจรจาหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยฝ่ายไทยยินดีให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันโรคตามที่ไต้หวันกำหนด สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ได้รายงานกลับมายังกระทรวงแรงงานไต้หวันแล้ว พร้อมกับรายชื่อโรงพยาบาลสำหรับตรวจหาเชื้อโควิดด้วยเทคนิค PCR ก่อนการเดินทางจำนวน 59 แห่ง คาดกระทรวงแรงงานจะประกาศเปิดให้นำเข้าแรงงานไทยได้เป็นชาติที่ 2 ในไม่ช้านี้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเดินทางในช่วงแรกต้องไปกักตัวที่สถานกักตัวของรัฐและมีที่กักตัวเพียง 1,700 เตียง ดังนั้นโอกาสที่แรงงานไทยจะเดินทางเข้าสู่ไต้หวันได้ จะเป็นช่วง 15 ก.พ. เป็นต้นไป

แรงงานไทยชุดที่ 2 จำนวน 89 คน ได้รับอนุญาตเดินทางมาทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นกรณีพิเศษเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 64 ในภาพเป็นบรรยากาศกอนออกเดินทางที่ท่าอากาศยานสุรรณภูมิ (ภาพจาก บจง.Thai Allright)

      อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมีการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้การไฟฟ้าไต้หวัน หรือ Tai Power นำเข้าแรงงานไทยมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้าถานในเถาหยวนจำนวนกว่า 400 คน โดยชุดแรก 111 คน เดินทางเข้ามาแล้วเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ชุดที่ 2 จำนวน 89 คนเดินทางเข้าไต้หวันเมื่อ 14 พ.ย. ชุดที่ 3 จำนวน 129 คน มีกำหนดจะเดินทางในวันที่ 26 พ.ย. ที่เหลืออีก 100 คนเศษมีกำหนดจะเดินทางในวันที่ 3 ธันวาคมศกนี้       

แรงงานไทยชุดที่ 3 จำนวน 130 คน กำลังนั่งรอเพื่อขอวีซ่าเดินทางมาทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นกรณีพิเศษ โดยมีกำหนดวันเดินทาง 26 พ.ย. 64 (ภาพจาก บจง.Thai Allright)

2. 3 แรงงานไทยสร้างชื่อ คว้าแรงงานต่างชาติดีเด่นประจำปี 2564 จากสมาคมสิ่งทอไต้หวัน

      เพื่อเป็นการให้กำลังใจแรงงานต่างชาติที่ทำงานอย่างพากเพียรขยันขันแข็ง พัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้เทคนิคการทำงาน เป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน สมาคมผ้าไหมและสิ่งทอของไต้หวัน ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอทั่วไต้หวันจำนวนกว่า 120 บริษัท และมีการว่าจ้างแรงงานต่างชาติประมาณ 30,000 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทยประมาณ 5,000 คน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เป็นต้นมา ได้จัดให้มีการประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่นเป็นประจำทุกปี  โดยจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัลแด่แรงงานต่างชาติที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ จวบจนกระทั่งขณะนี้ มีการจัดประกวดแรงงานต่างชาติดีเด่นมาแล้ว 26 รุ่น มีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นแล้วกว่า 200 คน แรงงานไทยเหล่านี้ ได้สร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แรงงานไทยโดยรวม

แรงงานไทยดีเด่น นายพงษ์สิริ คำสุข (คนที่ 1 จากซ้าย) และนางสาว น้ำฝน รุ่งสิริพิพัฒน์ (คนที่ 4 จากซ้าย) ถ่ายภาพร่วมกับประธานสมาคมสิ่งทอไต้หวัน (คนที่ 2 จากซ้าย) และนางสาวประภาวดี แก้วศิริพงษ์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป (คนที่ 3 จากซ้าย) 

      สำหรับในปีพ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นปีที่ 68 แห่งการจัดตั้งสมาคมผ้าไหมและสิ่งทอ ทางสมาคมฯ ได้มีการจัดประชุมสามัญประจำปี ขณะเดียวกันได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่แรงงานต่างชาติดีเด่นเช่นเคย เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ โดยมีแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในโรงงานสิ่งทอ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้รับการเสนอชื่อจากนายจ้างและผ่านการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นจำนวน 18 คน ในจำนวนนี้ แรงงานไทยได้รับการคัดเลือก 3 คน แรงงานเวียดนาม 6 คน แรงงานฟิลิปปินส์ 6 คน และอินโดนีเซีย 3 คน โดย นางสาวประภาวดี แก้วศิริพงษ์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป เดินทางไปร่วมแสดงความยินดี และได้มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นการกำลังใจแด่แรงงานไทยทั้ง 3 คนด้วย 

นางสาวประภาวดี แก้วศิริพงษ์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป (คนที่ 1 จากซ้าย) นายพงษ์สิริ คำสุข (คนที่ 2 จากซ้าย) นางสาว น้ำฝน รุ่งสิริพิพัฒน์ (คนที่ 3 จากซ้าย) 

สำหรับคนงานไทยที่ได้รับรางวัลแรงงานต่างชาติดีเด่นในภาคอุตสาหกรรมผ้าไหมและสิ่งทอในเขตพื้นที่ไต้หวัน ประจำปี 2564 ทั้ง 3 คน มีดังนี้

        1. นายพงษ์สิริ คำสุข  อายุ ๓๘ ปี มาจากจังหวัดแพร่ พนักงาน Sun Shine Textile Enterprise Co.,Ltd.

        2. นายวันชัย โพธิตะนิมิตร อายุ ๕๑ ปี มาจากจังหวัดอุดรธานี พนักงาน King Young Enterprise Co.,Ltd.

        3. นางสาว น้ำฝน รุ่งสิริพิพัฒน์ อายุ ๓๖ ปี มาจากจังหวัดเชียงราย พนักงาน Ho Yu Textile Co.,Ltd.

นางสาวประภาวดี แก้วศิริพงษ์ ผอ. สำนักงานแรงงานไทย ไทเป (คนที่ 2 จากซ้าย) แสดงความยินดีกับนายพงษ์สิริ คำสุข และนางสาว น้ำฝน รุ่งสิริพิพัฒน์ ส่วนนายนายวันชัย โพธิตะนิมิตร ไม่สามารถเดินทางมารับโล่ได้

3. ดูไว้เป็นอุทาหรณ์! แรงงานเวียดนามเมาหนักขี่จักรยานไฟฟ้าถูกจับ ถูกจำคุก 3 เดือน เถ้าแก่ช่วยฟ้องศาลปกครอง ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิม พ้นโทษแล้วส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานไต้หวันตลอดชีวิต

      นายเหงียน แรงงานเวียดนามดื่มสุราเมา ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าส่ายไปมาอย่างกับงูเลื้อย ถูกตำรวจจับเป่าลม พบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 1.27 มิลลิกรัมต่อลิตร ศาลตัดสินจำคุก 3 เดือน อนุญาตให้จ่ายค่าปรับแทนการจำคุกได้เป็นเงิน 91,000 เหรียญไต้หวัน แล้วยังถูกกระทรวงแรงงานเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ให้นายจ้างส่งกลับประเทศภายใน 14 วัน หลังจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้ว ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันอีก แต่นายจ้างเห็นว่าไม่เป็นธรรม ที่แรงงานต่างชาติของตนจ่ายค่าปรับแล้วยังจะถูกส่งกลับประเทศ แถมห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต จึงอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด คดีนี้ หลังยืดเยื้อมาเป็นเวลาร่วม 2 ปี ในที่สุด ศาลปกครองสูงสุดตัดสินยืนตามคำพิพากษาเดิม โดยให้เหตุผลว่า ในไต้หวันมีการเพิ่มโทษเมาแล้วขับหนักขึ้นต่อเนื่อง เพื่อสกัดอุบัติเหตุและความเสียหายจากฤทธิ์สุรา แรงงานเวียดนามรายนี้ แม้จะไม่ประสบอุบัติเหตุหรือทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ แต่ระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงมาก จนขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าส่ายไปมา เป็นอันตรายและคุกคามผู้ใช้รถใช้ถนน จึงตัดสินให้ยืนตามคำพิพากษาเดิม จำคุก 3 เดือนหรือจ่ายค่าปรับแทนการจำคุก 91,000 เหรียญไต้หวัน จากนั้นให้ส่งกลับประเทศและห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป

ตำรวจไถหนานไปประชาสัมพันธ์ดื่มไม่ขับให้แก่แรงงานไทยถึงในโรงงาน

      นายเหงียน เดินทางมาทำงานในโรงงานผลิตภัณฑ์โลหะที่นครไทจง เมื่อคืนวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. หลังจากดื่มสุราจนมีอาการเมาหนัก ขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพัก แต่อาการเมาทำให้รถจักรยานไฟฟ้าส่ายไปมาบนถนน อันตรายมาก โชคดีที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ แต่ถูกตำรวจตรวจพบ ให้เป่าลมพบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 1.27 มิลลิกรัมต่อลิตร ศาลท้องถิ่นไทจงตัดสินจำคุก 3 เดือน แต่อนุญาตให้จ่ายค่าปรับแทนการจำคุกได้เป็นเงินในอัตราวันละ 1,000 เหรียญ รวมเป็น 91,000 เหรียญไต้หวัน เมื่อคดีถึงศาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้รับแจ้งพร้อมกัน กระทรวงแรงงานเห็นว่า นายเหงียนทำผิดคดีอาญาในลักษณะร้ายแรง จึงเพิกถอนใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการจ้างงานมาตรา 73 ข้อ 6 และมาตรา 74 ข้อ 1 ให้นายจ้างส่งกลับประเทศภายใน 14 วัน หลังจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้ว และห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป แต่นายจ้างเห็นว่าไม่เป็นธรรม จ่ายค่าปรับแล้วยังจะถูกส่งกลับและห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงแรงงาน หวังให้นายเหงียนสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป

ตำรวจไทจงแจกแผ่นพับประชาสัมพันธ์ดื่มไม่ขับให้แก่แรงงานต่างชาติหน้าศูนย์การค้าอาเซียนแสแควร์

      แต่ศาลปกครองสูงสุดระบุในคำพิพากษาว่า คืนที่เกิดเหตุ นายเหงียนเมาหนักจนขี่รถจักรยานไฟฟ้าส่ายไปมาเหมือนงูเลื้อย ตาเหม่อลอย กลิ่นเหล้าคลุ้งมาแต่ไกล เมื่อตำรวจให้เป่าลม ระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจสูงถึง 1.27 มิลลิกรัมต่อลิตร สูงกว่ามาตรฐานกำหนด 0.25 กว่า 5 เท่าตัว แม้จะโชคดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ใช้รถใช้ถนน กระทบความปลอดภัยของสังคมอย่างใหญ่หลวง จึงตัดสินยืนตามคำพิพากษาของศาลท้องถิ่นไทจง จำคุก 3 เดือน อนุญาตให้จ่ายค่าปรับแทนการจำคุกได้เป็นเงิน 91,000 เหรียญไต้หวัน และหลังจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้ว นายจ้างต้องปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงแรงงานที่เพิกถอนใบอนุญาตทำงานและให้นายจ้างส่งกลับประเทศภายใน 14 วัน ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันอีก  

โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ดื่มไม่ขับฉบับ 4 ภาษา

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง