:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565

  • 14 January, 2022
ขุนพล แรงงานไทย
เจ้าหน้าที่ สตม.ตรวจเข้มตามสถานประกอบการต่างๆ จับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก

1. ระวัง! ไต้หวันยกระดับประเทศไทยเป็นพื้นที่สีแดงโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร นำอาหารหรือผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากไทยเข้าไต้หวัน ครั้งแรกปรับ 2 แสนเหรียญ ทำผิดซ้ำปรับ 1,000,000 เหรียญ ไม่มีเงินจ่าย ส่งกลับประเทศทันที

      หลังจากที่ไต้หวันตรวจพบเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) ติดต่อกัน 3 ครั้งในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ศูนย์รับมือภัยพิบัติโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรแถลงว่า กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรของไทยได้ประกาศว่า ได้ตรวจพบผลบวกเชื้อ ASF จำนวน 1 ตัวอย่าง บริเวณโรงฆ่าสัตว์ จ.นครปฐม เตรียมแจ้งการพบโรค ไปยังองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) เพื่อแจ้งเตือนให้ประเทศสมาชิกทราบ รวมถึงจะรายงานให้สาธารณชนทราบนั้น ไต้หวันจึงจัดให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมนี้เป็นต้นมา ผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศไทย ห้ามนำเนื้อสุกรหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสุกรเข้าสู่ไต้หวัน ผู้ใดฝ่าฝืน ถูกตรวจพบครั้งแรกปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน หากทำผิดซ้ำปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน กรณีไม่สามารถชำระค่าปรับตามกำหนดได้ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน ต้องส่งกลับประเทศทันที นอกจากนี้ยังจะมีการตรวจเข้มพัสดุภัณฑ์จากไทยทุกชิ้น ทั้งที่ส่งผ่านไปรษณีย์และบริษัทขนส่งระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรของไทยได้ประกาศว่า ได้ตรวจพบผลบวกเชื้อ ASF บริเวณโรงฆ่าสัตว์ จ.นครปฐม

      ด้านนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตร ซึ่งมีฐานะเทียบเท่า รมว.กระทรวงเกษตรของไต้หวันกล่าวว่า ไทยเป็นประเทศสุดท้ายในคาบสมุทรอินโดจีนที่กลายเป็นพื้นที่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ความจริงไต้หวันได้จัดให้ประเทศไทยเป็นเขตพื้นที่ความเสี่ยงสูงของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมาตั้งแต่ปี 2562 เช่นเดียวกับประเทศในภูมิภาคนี้ ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทย ห้ามนำเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสุกรเข้าสู่ไต้หวัน โดยมีการตรวจเข้มเช่นเดียวกับผู้เดินทางมาจากเขตพื้นที่ระบาดอื่นๆ และหลังจากประเทศไทยอยู่ในบัญชีพื้นที่ระบาดแล้ว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศไทย ห้ามนำเนื้อสุกรหรือผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสุกรเข้าสู่ไต้หวัน ผู้ใดฝ่าฝืน ถูกตรวจพบครั้งแรกปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน ทำผิดซ้ำปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน หากไม่สามารถชำระค่าปรับตามกำหนดได้ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน ต้องส่งกลับประเทศทันที นอกจากนี้ยังจะมีการตรวจเข้มพัสดุภัณฑ์ทุกชิ้น ทั้งที่ส่งผ่านไปรษณีย์และบริษัทขนส่งระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด

ผู้โดยสารนำผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรเข้าสู่ไต้หวัน ครั้งแรกปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน ทำผิดซ้ำปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน

      กรณีที่แรงงานต่างชาติได้รับพัสดุเนื้อสัตว์แปรรูปจากทางบ้านที่ส่งผ่านไปรษณีย์หรือบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จะต้องนำส่งกรมสุขอนามัยและการตรวจกักกันพืชและสัตว์เพื่อทำลาย มิเช่นนั้น มีโทษปรับ 150,000 เหรียญไต้หวัน และแรงงานต่างชาติที่กระทำผิดถูกปรับ กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและถูกส่งกลับประเทศ

ผู้โดยสารนำผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรเข้าสู่ไต้หวัน ครั้งแรกปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน ทำผิดซ้ำปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน

      นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้สั่งการด่วนจัดชุดเฉพาะกิจลงตรวจสอบสภาวะโรคในพื้นที่เสี่ยง สุ่มตรวจสอบเพิ่มเติมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรหนาแน่น ในวันที่ 8-9 มกราคม 2565 รวมทั้งหมด 10 ฟาร์ม 305 ตัวอย่าง และ โรงฆ่าสัตว์ 2 แห่ง 4 ตัวอย่าง เพื่อเข้าไปสำรวจโรคและเก็บตัวอย่างจากเลือดสุกรที่ฟาร์ม ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างในเบื้องต้น พบผลบวกเชื้อ ASF จำนวน 1 ตัวอย่างจากตัวอย่างพื้นผิวสัมผัสบริเวณโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งที่มาจากจังหวัดนครปฐม โดยกรมปศุสัตว์จะต้องแจ้งการพบโรคไปยังองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) เพื่อแจ้งเตือนให้ประเทศสมาชิกทราบต่อไป

ผู้โดยสารนำผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรเข้าสู่ไต้หวัน ครั้งแรกปรับ 200,000 เหรียญไต้หวัน ทำผิดซ้ำปรับ 1,000,000 เหรียญไต้หวัน

2. แรงงานต่างชาติหลบหนีพุ่งกว่า 55,000 คน กว่าครึ่งเป็นผู้อนุบาล เหตุเพราะค่าจ้างต่ำ งานหนักและมีแรงกดดัน

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยเปิดเผยข้อมูล ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติหลบหนีจากสถานประกอบการหรือนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายมีทั้งสิ้น 55,243 คน โดยในปี 2564 แรงงานต่างชาติหลบหนีมากกว่าปี 2563 จำนวน 3,654 คน ประเภทหรือตำแหน่งงานที่มีการหลบหนีมากที่สุด ได้แก่ผู้อนุบาล สาเหตุสำคัญมาจากค่าจ้างต่ำ ทำงานหนัก และต้องทำงานดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุโดยลำพัง ทำให้มีแรงกดดันสูง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ค่าจ้างที่ต่ำเกินไป และความยากลำบากในการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมและช่วยตัวเองไม่ได้ โดยไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือสนับสนุนด้านเทคนิคการดูแล เป็นต้นเหตุในการหลบหนี หากไม่ได้รับการแก้ไข ยากที่จะสกัดหรือแก้ปัญหานี้ได้

แนวร่วมกลุ่ม NGO พร้อมด้วยผู้อนุบาลต่างชาติชุมนุมเรียกร้องขอให้ปรับขึ้นค่าจ้างผู้อนุบาลเทียบเท่าแรงงานภาคการผลิต

      จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 55,243 คน เป็นผู้อนุบาลมากที่สุดถึง 29,207 คน ตามมาด้วยแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต 22,765 คนและลูกเรือประมง 2,339 คน ในจำนวนผู้อนุบาลที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 21,219 คน เวียดนาม 6,121 คน ฟิลิปปินส์ 1,806 คน และผู้อนุบาลไทย 61 คน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองวิเคราะห์ว่า งานของผู้อนุบาลที่ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ต้องทำงานยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด แทบไม่มีโอกาสได้หยุดพักหายใจ โดยเฉพาะความเงียบเหงาจากการที่ต้องดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ต้องเผชิญกับผู้ป่วยที่อารมณ์แปรปรวนโดยลำพัง จึงทำให้แรงงานต่างชาติกลุ่มนี้ มีความคิดหลบหนีจากที่ทำงานไปทำงานอย่างผิดกฎหมายที่อื่น

ในจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 55,243 คน เป็นผู้อนุบาลมากที่สุดถึง 29,207 คน

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า เนื่องจากคำสั่งให้แรงงานอินโดนีเซีย ซึ่งครองสัดส่วนผู้อนุบาลร่วมร้อยละ 80 ชะลอการเดินทางตั้งแต่ปลายปี 2563 และมาตรการควบคุมพรมแดนทำให้แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันไม่ได้ชั่วคราวเมื่อ 19 พ.ค. 2564 ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในทุกภาคส่วน ผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนีไปทำงานกับนายจ้างอื่นที่ให้ค่าจ้างเพิ่มขึ้น หรือไม่ก็ฉวยโอกาสขอขึ้นค่าจ้าง หากนายจ้างไม่ยอม ก็โทรศัพท์ไปร้องเรียนยังสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 เพื่อขอโอนย้ายนายจ้าง เมื่อเจอสภาพการณ์เช่นนี้ นายจ้างส่วนใหญ่จะยอมจ่ายค่าจ้างเพิ่มมากขึ้น เพราะกลัวไม่มีคนดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ เท่าที่ทราบ ค่าจ้างที่ขอเพิ่มขึ้น มีตั้งแต่ 3,000-8,000 เหรียญ

เจ้าหน้าที่ สตม.ตรวจเข้มตามสถานประกอบการต่างๆ จับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก

      นอกจากนี้ ช่วงสถานการณ์โควิด การเดินทางระหว่างประเทศไม่สะดวก บางประเทศมีเที่ยวบินน้อยมาก ตำรวจตรวจจับแรงงานผิดกฎหมาย จนล้นสถานกักกัน ต้องใช้วิธีให้คนรู้จักมาช่วยค้ำประกัน ไปอยู่นอกสถานกักกันได้ บางคนก็แอบไปทำงานอย่างผิดกฎหมายต่อ ประกอบกับสถานประกอบการทุกกิจการ ไม่ว่าจะภาคอุตสาหกรรม การเกษตรหรือภาคบริการ ต่างประสบภาวะขาดแคลนแรงงาน ดึงดูดให้แรงงานต่างชาติหลบหนีไปทำงานผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ สตม.ตรวจเข้มตามสถานประกอบการต่างๆ จับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก

      ที่น่ากังวลของนายจ้างผู้อนุบาลคือ มีผู้อนุบาลขอเปลี่ยนไปทำงานที่โรงงานเพิ่มขึ้น จนกระทรวงแรงงานต้องออกมาตรการจำกัดการย้ายงานข้ามประเภทของแรงงานต่างชาติ โดยกำหนดให้แรงงานต่างชาติที่จะย้ายนายจ้างหรือย้ายงานกลางสัญญา ต้องให้นายจ้างงานประเภทเดียวกันและมีคุณสมบัติเรียงตามลำดับก่อนหลัง 5 ลำดับมีสิทธิ์รับโอนย้ายก่อน แต่เงื่อนไขการย้ายงานหรือย้ายนายจ้างฉบับนี้ ใช้เฉพาะการย้ายงานหรือย้ายนายจ้างระหว่างสัญญา สำหรับแรงงานต่างชาติที่ทำงานครบ 3 ปีและประสงค์ย้ายนายจ้างข้ามประเภท ยังสามารถย้ายได้ตามปกติ โดยต้องยื่นคำร้อง 2-4 เดือนก่อนครบสัญญา

เมื่อต้นเดือนมี.ค. 64 ตำรวจไทจงจับแรงงานผิดกฎหมายนั่งในรถตู้เต็มคัน 9 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 2 คน

      อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ในปี 2564 จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม ก่อนประกาศใช้มาตรการย้ายงานข้ามประเภทได้อย่างมีเงื่อนไข ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ย้ายนายจ้างข้ามประเภทมีจำนวน 404 ราย แต่หลังจากประกาศมาตรการดังกล่าว จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน มีแรงงานต่างชาติที่ย้ายงานข้ามประเภทสำเร็จเพียง 52 ราย ลดลงอย่างมาก

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง