:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565

  • 22 April, 2022
ขุนพล แรงงานไทย
ชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 (ภาพจาก คุณชัยณรงค์)

1. สายด่วน 1955 เผย ปี 2564 รับเรื่องร้องทุกข์จากแรงงานต่างชาติ 2.5 แสนคน/ครั้ง ช่วยทวงคืนเงินค้างจ่าย 125 ล้านเหรียญ แรงงานเวียดนามใช้บริการมากสุด 42.7% แรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.7%

          เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่งผลให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติโทรศัพท์ขอรับความช่วยเหลือจากสายด่วนคุ้มครองแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยตลอดปี 2564 มีแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ใช้บริการสูงถึง 254,617 คน/ครั้ง ขณะที่ปี 2563 ให้บริการ 209,641 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้นกว่าปี 2562 ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิดที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ 186,014 คน/ครั้ง กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่โทรไปสอบถามข้อมูลและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรคโควิด

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด

          จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานพบว่า ตลอดปี 2564 มีแรงงานต่างชาติโทรศัพท์ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 จำนวนทั้งสิ้น 254,617 คน/ครั้ง ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 229,506 คน/ครั้ง เป็นการโทรศัพท์ปรึกษาและสอบถามข้อมูล ส่วนที่ร้องทุกข์ทั่วไปมี 24,131 คน/ครั้ง ร้องทุกข์ฉุกเฉิน 980 คน/ครั้ง และตลอดปี 2564 แรงงานต่างชาติขอความช่วยเหลือและได้รับการย้ายงานหรือย้ายนายจ้างใหม่แล้วจำนวน 3,210 ราย ทวงคืนเงินค้างจ่ายจากนายจ้าง 3,761 เรื่อง ยอดจำนวนเงินที่ทวงคืนได้ 125,752,765 เหรียญไต้หวัน

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปี 2564 มีผู้ใช้บริการสายด่วน 1955 มากกว่าปี 2563 จำนวน 44,976 สาย ส่วนใหญ่สอบถามข้อมูลและมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันโรคโควิด-19 ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงเพิ่มบริการให้ข้อมูลข่าวสารในรูปตัวอักษรผ่านไลน์ของ 1955 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 64 นอกจากนี้ ผู้ใช้ไลน์ 1955 ยังสามารถสอบถามข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยมีล่าม 4 ภาษาคอยตอบคำถามในรูปตัวอักษรช่วงเวลา 07.30-23.00 น. ทุกวัน

          จากการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้บริการสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 พบว่า แรงงานต่างชาติที่ใช้บริการ กว่าครึ่งหรือ 53.3% โทรศัพท์ในช่วงนอกเวลาทำงาน ซึ่งรวมวันหยุดและกลางคืน แรงงานที่โทรศัพท์ใช้บริการมากสุดได้แก่ เวียดนาม 42.7% ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 12.1% ฟิลิปปินส์ 9.6% ส่วนแรงงานไทยใช้บริการเพียง 3.7% นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว สายด่วน 1955 ยังเปิดให้ชาวไต้หวันใช้บริการด้วย มีชาวไต้หวันโทรศัพท์ใช้บริการ 31.7% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายจ้างและบริษัทจัดหางาน สอบถามเกี่ยวกับกฎระเบียบและข้อบังคับด้านการบริหารแรงงานต่างชาติ

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด

          ส่วนประเด็นปัญหาที่ผู้ใช้บริการสอบถามมากที่สุด ได้แก่ 31.2% ขอทราบและยืนยันข้อมูลข่าวสาร ตามด้วยร้องเรียนเกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาจ้าง ได้แก่ค่าอาหาร ที่พัก ยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ถูกสั่งให้ไปทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต การลดขนาดกิจการของนายจ้าง ถูกบังคับส่งกลับประเทศและค่าเดินทางกลับประเทศเป็นต้น รวมทั้งสิ้น 23.2%

          กระทรวงแรงงานไต้หวันกล่าวว่า สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 นอกจากเป็นสื่อกลางช่วยแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีบริการแปลภาษาด้านการรักษาพยาบาล การติดต่อกับหน่วยงานราชการ ปัญหาด้านการทำงานและการใช้ชีวิตในไต้หวัน ยังเป็นล่ามเคลื่อนที่ทางโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากแรงงานต่างชาติแล้ว ปัจจุบัน ยังให้บริการนายจ้าง บริษัทจัดหางาน และแรงงานท้องถิ่นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นแรงงานต่างชาติ

สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 มีล่าม 5 ภาษา คอยให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์และให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด

          เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode คลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc หรือคลิกลิงก์เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารสำหรับแรงงานต่างชาติที่ https://fw.wda.gov.tw/wda-employer/home/index?locale=th จะสามารถเข้าร่วมกลุ่มไลน์ 1955 เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 และสิทธิประโยชน์ของแรงงานต่างชาติได้แบบเรียลไทม์ทันที

เชิญชวนแอดไลน์ 1955 ด้วยวิธีสแกน QRCode หรือคลิกที่ลิงก์ https://lin.ee/c0fW2nc

2. น่าชื่นชม! แรงงานไทยที่เหมียวลี่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 แรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศประจำปีนี้ เตรียมเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินพร้อมกับแรงงานดีเด่นอื่นๆ

          1 พ.ค. เป็นวันแรงงานแห่งชาติของไต้หวันและเป็นวันแรงงานสากล ก่อนถึงวันสำคัญของผู้ใช้แรงงานในวันนี้ กระทรวงแรงงานไต้หวันจะจัดประกวดแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นประจำทุกปี โดยให้กองแรงงานท้องถิ่น สหภาพแรงงาน องค์กรตัวแทนของนายจ้างและองค์กร NGO เป็นผู้คัดเลือกเบื้องต้นและส่งเข้าประกวด เมื่อกระทรวงแรงงานได้รับรายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าประกวดแล้ว จะส่งให้คณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนกระทรวงแรงงานและนักวิชาการเป็นผู้ประเมินและคัดเลือกแรงงานดีเด่นต่อไป และที่ผ่านมา แรงงานดีเด่นระดับประเทศ จะเป็นแรงงานท้องถิ่นจากภาคอุตสาหกรรมการผลิต บริการและธุรกิจต่างๆ จำนวน 51 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับวันและเดือนของวันแรงงานแห่งชาติ เริ่มตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ได้เพิ่มโควตาแรงงานต่างชาติเป็นครั้งแรกจำนวน 5 คน และปีนี้ก็เช่นกัน มีการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศจำนวน 5 คน จากภาคการผลิต 3 คน และภาคสวัสดิการสังคม 2 คน

ชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 (ภาพจาก คุณชัยณรงค์)

          ผลการคัดเลือกแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศในภาคการผลิต 3 คน มีแรงงานไทย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ชาติละ 1 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคม เป็นผู้อนุบาลเวียดนามและอินโดนีเซียชาติละ 1 คน

          สำหรับแรงงานไทยที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2565 ได้แก่ นายชัยณรงค์ ไชยขันธุ์ อายุ 41 ปี มาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ เดินทางมาทำงานที่บริษัท CHIN CHIH METAL INDUSTRIAL CO., LTD. ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ด้วยกระบวนการขึ้นรูปชิ้นงานโดยมีวัสดุตั้งต้นเป็นผงเหล็ก อัดหรือปั้มให้ได้รูปทรงที่ต้องการแล้วนําไปเพิ่มความร้อนเพื่อให้ผงและส่วนผสมอื่นประสานติดกันเป็นชิ้นงานของแข็ง ตั้งอยู่ที่เมืองเหมียวลี่

ภาพขณะทำงาน จากคุณชัยณรงค์

          คณะกรรมการตัดสินที่ให้คะแนนกล่าวแนะนำแรงงานดีเด่นสัญชาติไทยรายนี้ว่า เดินทางมาทำงานในไต้หวันกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ใจกว้าง โอบอ้อมอารี และเป็นผู้มีจิตบริการ หลังผ่านการฝึกฝนงานในโรงงาน นายชัยณรงค์ไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะของตนเอง ยังเป็นผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางและได้เป็นวิทยากร ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ฝึกอบรมแรงงานต่างชาติที่มาใหม่ และดูแลช่วยเหลือความเป็นอยู่ของเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนไทยด้วยกัน เป็นที่รักและชื่นชมจากนายจ้าง หัวหน้างาน รวมทั้งเพื่อนร่วมงานทั้งที่เป็นแรงงานไทยและแรงงานชาวไต้หวัน ในระหว่างการทำงานหากประสบปัญหา นายชัยณรงค์จะแจ้งและหารือกับผู้บังคับบัญชาเพื่อให้แน่ใจก่อนที่จะดำเนินการต่อ และสามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ในส่วนของการผลิต เขายังได้เสนอแนวคิดหลายอย่างที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ถือเป็นบุคลากรที่มีสำคัญต่อบริษัทและยังเป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อภาคอุตสาหกรรมของไต้หวันอีกด้วย

   ภาพขณะทำงาน จากคุณชัยณรงค์

          พิธีมอบโล่เกียรติคุณแรงงานดีเด่นระดับประเทศปีนี้ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 เมษายนนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่น จะได้รับประกาศนียบัตร โล่เกียรติคุณ และได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญ หลังเสร็จพิธี เข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวในกรุงไทเปพร้อมผู้ติดตาม 1 คน ในวันถัดไป คือวันที่ 28 เมษายน มีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินที่ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย

นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (ซ้ายมือ) มอบโล่และของที่ระลึกแก่นายชัยณรงค์ (กลาง) ส่วนคนขวามือเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน

          ก่อนถึงพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณของกระทรวงแรงงาน นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ ได้ให้นายชัยณรงค์และผู้บริหารของโรงงานเข้าพบ โดยมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและของรางวัล พ่อเมืองเหมียวลี่ผู้นี้กล่าวด้วยความชื่นชมว่า นายชัยณรงค์ เป็นแรงงานต่างชาติคนแรกในเมืองเหมียวลี่ ที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ ถือเป็นเกียรติของเมืองเหมียวลี่ด้วย

นายสวีเหย้าชาง ผู้ว่าการเมืองเหมียวลี่ (คนที่ 2 จากซ้าย) มอบโล่และของที่ระลึกแก่นายชัยณรงค์ (กลาง) ส่วนคนที่ 2 จากขวาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน

          ก็ขอปรบมือชื่นชม แรงงานไทยที่ทำงานดี ได้รับความไว้วางใจและได้รับการคัดเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศ เป็นการสร้างชื่อเสียงและภาพลักษณ์ให้กับแรงงานไทยโดยรวม

3. เกิดอะไรขึ้น? ช่วงเวลา 20 วัน มีแรงงานไทยฆ่าตัวตายถึง 6 ราย วอนร่วมหยุด“การฆ่าตัวตาย”ทุกปัญหามีทางออก แนะรับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ

          วันที่ 31 มีนาคม - 20 เมษายน ที่ผ่านมา ช่วงระยะเวลาเพียง 20 วัน มีแรงงานไทยทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตัวเองไปแล้ว 6 ราย สาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัญหาส่วนตัว อาทิ สุขภาพและความรัก จิตแพทย์แนะนำ รับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ เพราะเพียงนาที ชีวิตเปลี่ยนได้

วอนร่วมหยุด“การฆ่าตัวตาย”ทุกปัญหามีทางออก แนะรับฟังและเคียงข้างเพื่อนรอบข้างที่มักมองโลกในแง่ลบ

          รายแรกเกิดขึ้น ที่โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จที่นครเกาสง ผู้ตายเป็นแรงงานไทยเพศชาย อายุ 46 มาจากจังหวัดเลย เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตั้งแต่ปี 2561 เมื่อเช้าวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อนร่วมหอพบแรงงานไทยรายนี้ฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอหมดลมหายใจแล้ว รายที่ 2 เป็นแรงงานไทยอายุ 32 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่เมืองอี๋หลาน แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ในวันเกิดเหตุ เมื่อเที่ยงวันที่ 5 เมษายน แรงงานไทยรายนี้ ไปดื่มสุราและรับประทานอาหารที่ร้านอาหารไทย ตรงข้ามกับโรงงานเก่าที่หลบหนีออกมา แต่ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. มีคนพบแรงงานไทยรายนี้ ผูกคอฆ่าตัวตายแล้วในร้านอาหาร ตำรวจกล่าวว่า จากการสอบปากคำเพื่อนร่วมวงเหล้า น่าจะมีสาเหตุมาจากผิดหวังในความรัก รายที่ 3 เป็นแรงงานไทยอายุ 48 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่นเช่นกัน ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตรถจักรยานชื่อดังในเมืองจางฮั่ว เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา มีคนไปพบผูกคอตายในเล้าเป็ด จึงแจ้งหัวหน้างานของโรงงานและแจ้งให้ญาติทราบ และรายสุดท้ายเกิดขึ้นที่ซินจู๋ เป็นแรงงานไทย อายุ 47 ปี มาจากจังหวัดลำปาง เมื่อวันศุกร์ที่ 8 เมษายน ลาป่วย 1 วันโดยบอกว่า ปวดที่คอและมือชา นายจ้างอนุญาตให้ลาและกำชับให้ไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจดูว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ แรงงานไทยรายนี้รับว่าจะไปหาหมอ ในวันต่อมา เป็นวันหยุด เพื่อน ๆ ในโรงงานฉลองวันสงกรานต์ล่วงหน้า ด้วยการปิ้งย่างอาหารกินกันในโรงงาน ตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่แรงงานไทยรายนี้ไม่เข้าร่วม จนถึงเกือบเที่ยงคืนในวันเดียวกัน เพื่อน ๆ ได้ยินเสียงดนตรีดังลั่นจากห้องนอนของแรงงานไทยรายนี้ เคาะประตูแต่ไม่มีการตอบรับ ประตูห้องก็เปิดไม่ได้ จึงแจ้งความ พบแรงงานไทยรายนี้ลากตู้เย็นในห้องมาดันประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามา ขณะที่เจ้าตัวใช้สายไฟพันคอตัวเองตายบนโซฟา ตำรวจตรวจดูสภาพศพคาดเสียชีวิตแล้วกว่า 8 ชม.......

มีปัญหาควรหาทางระบายหรือปรึกษากับคนที่เรารู้จัก อย่าเก็บกดไว้คนเดียว

          มีปัญหาควรหาทางระบายหรือปรึกษากับคนที่เรารู้จัก อย่าเก็บกดไว้คนเดียว ปัญหาทุกอย่างล้วนมีทางออก ไม่ควรแก้ปัญหาโดยวิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้คนข้างหลังเศร้าโศกเสียใจ กระทั่งเดือดร้อน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายแต่ละครั้ง จะส่งผลกระทบต่อคนใกล้เคียงอย่างน้อย 6 คน หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในโรงงานจะมีผลกระทบต่อคนได้เป็นจำนวนมาก ปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตาย ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากความถี่ของปัญหามีมากขึ้นกว่าในอดีต รวมทั้งระดับความเครียด ความกดดันที่สูงขึ้นของผู้คนในสังคม ในขณะที่ความแข็งแรงของสุขภาพจิตที่ลดลง

ผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้

          จิตแพทย์แนะนำว่า การรับฟังและเคียงข้างผู้ที่มีภาวะที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย แม้เพียงเวลาเล็กน้อย หรือเพียง 24 ชม. ก็อาจช่วยให้เขาเปลี่ยนความคิดให้ดีขึ้น และยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ขอแนะนำผู้มีปัญหาทุกข์ใจ และไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร อย่าลังเลใจที่จะปรึกษาคนอื่น ให้รีบปรึกษาคนรู้จักที่เราคิดว่าไว้ใจได้ น่าจะให้คำแนะนำ หรือช่วยได้ ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครจริงๆ หรืออึดอัดใจที่จะเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง ให้โทรปรึกษากับสำนักงานแรงงานไทยได้ การแก้ปัญหาคนเดียวเราอาจมองอะไรไม่รอบด้านหรืออาจมองผิดพลาดไปได้ การได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์กับเรื่องเหล่านี้มามาก จะทำให้เราได้คำแนะนำหรือแนวทางในการช่วยเหลือที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ อย่าใช้วิธีตัดช่องน้อยแต่พอตัว เพราะจะทำให้ญาติพี่น้องทุกข์ร้อน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องเพื่อนแรงงานไทย ควรจะช่วยกันสังเกตเพื่อนรอบข้างเราที่อาจฆ่าตัวตาย ซึ่งจะปรากฏสัญญาณดังนี้ :

          แยกตัวจากเพื่อนฝูง มีอาการซึมเศร้า เช่น ไม่ค่อยสนใจสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ดูเศร้า สิ้นหวัง หงุดหงิดง่าย การกิน การนอนเปลี่ยนแปลง ไม่มีเรี่ยวแรง ชอบตำหนิตัวเอง มีความคิดหรือจินตนาการเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายบ่อยๆ พูด เขียน เอ่ยถึงการตาย เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว มีความรู้สึกหมดหวัง สิ้นหวัง บริจาคของของตนให้ผู้อื่น และสนใจที่จะทำพินัยกรรมหรือประกันชีวิต

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง