:::

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2565

  • 06 May, 2022
ขุนพล แรงงานไทย
แรงงานไทยในไทจง ทำปืนยาวด้วยตนเองจากเศษเหล็ก เหล็กแป็บที่ไม่ใช้แล้วและเศษไม้ที่เก็บได้เพื่อยิงนกมาเป็นอาหารถูกจับ

 

1. กระทรวงแรงงานแสดงความชื่นชม แรงงานต่างชาติให้ความร่วมมือฉีดวัคซีนมากขึ้น เข็ม 1, 2 เกิน 90% เข็ม 3 เพิ่มกว่า 50% เรียกร้องให้นายจ้าง บริษัทจัดหางานช่วยเหลือแรงงานต่างชาติขอตนเข้ารับวัคซีนเข็ม 3 โดยเร็ว

          สถานการณ์โควิดในไต้หวันทวีความรุนแรงมากขึ้น ยอดผู้ป่วยรายวัน ณ วันที่ 6 พ.ค. มากกว่า 36,000 รายแล้ว ในขณะที่แรงงานต่างชาติก็พบคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มมากขึ้น ทั้งโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมดั้งเดิม การก่อสร้าง และผู้อนุบาล เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานเน้นว่า ได้เริ่มมาตรการรับมือสถานการณ์โควิดมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน โดยออกแนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคของสถานประกอบการ ให้นายจ้าง บริษัทจัดหางานและแรงงานต่างชาติปฏิบัติตาม กระทรวงแรงงานได้จัดหน่วยประสานงานกับสถานประกอบการที่ว่าจ้างแรงงานต่างชาติมากกว่า 30 คนขึ้นไป ประมาณ 10,000 แห่ง กำหนดให้สถานประกอบการเหล่านี้ เมื่อมีแรงงานติดเชื้อตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะต้องรายงานทันที

นางสวี่หมิงชุน รมว. กระทรวงแรงงาน (คนที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมแรงงานต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานผิดกฎหมาย มารับการฉีดวัคซีนที่สถานีรถไฟไทเป

          สำหรับวิธีการรายงาน ให้หัวหน้าฝ่ายป้องกันโรค หรือผู้รับผิดชอบบริหารจัดการมาตรการป้องกันโรคของสถานประกอบการ เป็นผู้รายงานต่อกองแรงงานท้องที่ และกรมพัฒนากำลังแรงงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือทันที

แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคของสถานประกอบการ ให้นายจ้าง บริษัทจัดหางานและแรงงานต่างชาติต้องปฏิบัติตาม

          นายไช่ม่งเหลียง อธิบดีกรมป้องกันโรคกล่าวว่า นอกจากมาตรการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่น่าชื่นชม ก็คือแรงงานต่างชาติในสถานประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการรับวัคซีน ทำให้ขณะนี้ อัตราการฉีดวัคซีนในแรงงานต่างชาติ เข็มที่ 1สูงถึง 97% เข็มที่ 2 มีอัตราส่วน 92.28% ส่วนเข็มที่ 3 แม้จะล้าหลัง แต่ขณะนี้ได้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่า 50% หากนับจำนวนแรงงานต่างชาติที่พร้อมฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยิ่งมีอัตราส่วนสูงถึง 64% โดยนายจ้างหลายรายใช้วิธีจูงใจให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม ในโอกาสนี้ เรียกร้องให้นายจ้างและบริษัทจัดหางาน ให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติในการรับวัคซีนอย่างกระตือรือร้นต่อไป

แรงงานต่างชาติที่ซินจู๋รับการฉีดวัคซีน

2. กระทรวงแรงงานห่วงใยแรงงานต่างชาติเมาแล้วขับยังมีอัตราสูง เผยสถิติปี 2564 แรงงานต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมและถูกจับ 3,608 คดี เมาแล้วขับมากสุด 1,125 คน

          จากสถิติของสำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทย พบว่าปี 2564 ที่ผ่านมา แรงงานต่างชาติในไต้หวัน ก่อคดีอาชญากรรม 3,608 คดี เพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน 133 คดี ในจำนวนคดีอาชญากรรมเหล่านี้ คดีก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับมากที่สุด 32% เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อปี 2556-2557 มีไม่ถึง 200 คน 2558 เพิ่มเป็น 212 คน 2559 จำนวน 397 คน 2560 และ 2561 เพิ่มขึ้นมากกว่า 800 คน ปี 2562 พุ่งเป็น 1,090 คน ปี 2563 เพิ่มจำนวนเป็น 1,340 คน แต่ในปี 2564 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 การออกนอกสถานที่ถูกจำกัด กระนั้นก็ตาม คดีเมาแล้วขับ ยังคงสูงถึง 1,155 คดี แรงงานต่างชาติที่ถูกจับเมาแล้วขับ 1,125 คน

แรงงานต่างชาติที่ตำบลจู๋หนาน เมืองเหมียวลี่ ขี่รถจักรยานไฟฟ้าชนต้นไม้ข้างถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส

          สำนักงานตำรวจกล่าวว่า ปี 2564 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันลดลง แต่อัตราส่วนการก่อคดีอาชญากรรมกลับเพิ่มขึ้น จากสถิติ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่า 7 เดือนแรกของปีที่แล้ว ชาวต่างชาติในไต้หวันก่อคดีอาชญากรรมและถูกจับดำเนินคดี มีทั้งสิ้น 2,452 คน เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 41 คน ในจำนวนนี้ผู้ต้องหา 80.91% เป็นแรงงานต่างชาติ โดยแรงงานเวียดนามก่อคดีอาชญากรรมมากสุด 1,291 คน หรือ 52.65% ตามด้วยแรงงานไทย 375 คน ครองสัดส่วน 15.29% อันดับ 3 อินโดนีเซีย 291 คน หรือ 11.87% ส่วนฟิลิปปินส์ก่อคดีน้อยสุด 210 คนหรือ 8.6%

แรงงานต่างชาติที่ตำบลจู๋หนาน เมืองเหมียวลี่ ขี่รถจักรยานไฟฟ้าชนต้นไม้ข้างถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส

          สำหรับคดีอาชญากรรมที่แรงงานต่างชาติก่อขึ้น อันดับ 1 ได้แก่ก่ออันตรายต่อสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ มี 577 คน ครองสัดส่วน 29.08% ตามมาด้วยคดียาเสพติด 473 คน ครองสัดส่วน 23.84% คดีลักทรัพย์ 208 คน ครองสัดส่วน 10.48%

แรงงานไทยที่ไทจง ขายยาไอซ์แถมกัญชามอมเมาเพื่อนร่วมชาติถูกจับ

          สถานีตำรวจนครเถาหยวน ซึ่งเป็นเมืองที่มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่มากที่สุด เปิดเผยข้อมูลพบว่า ในปี 2564 ในเถาหยวนมีแรงงานต่างชาติ 102,776 คน เวียดนามมีจำนวนมากที่สุด 32,329 คน ฟิลิปปินส์มีจำนวน 31,690 คน อินโดนีเซีย 23,404 คน และคนงานไทย 15,353 คน คดีอาชญากรรมที่น่าเป็นห่วงได้แก่ คดียาเสพติด 10 เดือนแรกของปี 2564 มีแรงงานต่างชาติถูกจับคดียาเสพติด 145 คดี มากที่สุดใน 6 นคร ในจำนวนนี้แรงงานเวียดนามมี 93 คดี ไทย 46 คดีอินโดนีเซีย 5 คดีและฟิลิปปินส์ 1 คดี แม้ว่าแรงงานไทยจะต้องคดียาเสพติดอันดับสองรองจากเวียดนาม แต่หากเทียบกับจำนวนแรงงานไทย ซึ่งมีเพียง 15,353 คน เทียบกับเวียดนามที่มี 32,329 คนแล้ว ไทยครองแชมป์ในคดียาเสพติด ส่วนเวียดนามจะหนักในคดีก่ออันตรายในที่สาธารณะหรือเมาแล้วขับ การพนันและฆาตกรรม ฟิลิปปินส์ต้องคดีฟอกเงินและพัวพันคดีต้มตุ๋นและแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากที่สุด 

แรงงานเวียดนามทวงหนี้พนัน จับเพื่อนร่วมชาติทรมานและเรียกค่าไถ่ 20 เท่าจากพ่อแม่ลูกหนี้ ถูกตำรวจเถาหยวนจับได้ทั้งแก๊ง

          ด้านกระทรวงแรงงานไต้หวันย้ำเตือนแรงงานต่างชาติ อย่าดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ เพราะนอกจากจะเสียค่าปรับในอัตราสูง อาจถูกจำคุกและยังจะถูกส่งกลับประเทศห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานตลอดไป

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ปัญหาเมาแล้วขับในกลุ่มแรงงานต่างชาติยังคงอยู่ในสภาพการณ์ที่รุนแรง ในแต่ละเดือนมีแรงงานต่างชาติดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ประสบอุบัติเหตุหลายคดี โดยแรงงานต่างชาติบางส่วน นิยมใช้ช่วงเลิกงานหรือวันหยุด ชวนเพื่อนฝูงดื่มสุราสังสรรค์ จากนั้นปั่นจักรยานหรือขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์กลับโรงงาน หากถูกตรวจพบ จะถูกลงโทษในข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ เมื่อถูกดำเนินคดี นอกจากเสียค่าปรับในอัตราสูงแล้ว ยังมีโทษทางอาญา ต้องถูกจำคุก เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 73 วรรค 3 ที่ระบุว่า ชาวต่างชาติหากฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวันในลักษณะร้ายแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานอีกตลอดชีพ และที่ผ่านมามีแรงงานต่างชาติถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกเนรเทศส่งกลับกลับประเทศ ติดบัญชีดำห้ามเข้าสู่ไต้หวันตลอดไปกว่า 1,000 คน ในจำนวนนี้ แรงงานเวียดนามมากที่สุด ตามด้วยแรงงานไทย

ตำรวจไถหนานตั้งด่านสกัดจับเมาแล้วขับ พบผู้กระทำผิดกว่าครึ่งเป็นแรงงานต่างชาติ

          กระทรวงแรงงานกล่าวย้ำว่า ไต้หวันดำเนินนโยบายไม่ยอมประนีประนอม หรือนโยบายยอมไม่ได้กับการเมาแล้วขับ และมีการตรวจจับอย่างเข้มงวด รวมทั้งเพิ่มโทษหนักขึ้น แรงงานต่างชาติในไต้หวัน แม้ส่วนใหญ่จะปั่นจักรยาน ขี่จักรยานไฟฟ้าหรือรถมอเตอร์ไซค์ แต่หากเมาแล้วขับ มีโทษหนักเท่ากันหมด ไม่มีกรณียกเว้น

แรงงานทุกชาติส่วนใหญ่นิยมดื่มสุรา และเป็นต้นเหตุของการก่ออาชญากรรม

3. แรงงานไทยในโรงโม่แป้งขนาดใหญ่ที่ไถหนาน เกิดอุบัติเหตุพลัดตกไซโลข้าวสาลีถูกฝังทั้งเป็นเสียชีวิต

          ช่วงนี้มีข่าวแรงงานไทยเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานค่อนข้างถี่ ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 25 เมษายน เวลา 16.40 น. ที่ Hong Ming Enterprise Co., Ltd. โรงงานผลิตแป้งข้าวสาลีชื่อดังในเขตเหรินเต๋อ นครไถหนาน แรงงานไทยรายหนึ่ง ขณะทำงานก้าวพลาดตกลงไปในไซโลเมล็ดข้าวสาลีขนาดใหญ่ ถูกฝังทั้งเป็น หน่วยกู้ภัยช่วยค้นหาร่วม 3 ชม. จึงนำร่างขึ้นมาได้ แต่ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว แม้จะนำส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์ไม่สามารถกู้ชีวิตคืนมาได้

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือนำร่างแรงงานไทยขึ้นมาจากกองข้าวสาลี

          แรงงานไทยที่โชคร้ายรายนี้ อายุ 50 ปี เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ช่วงเวลาเกิดเหตุกำลังทำงาน ไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น พลัดตกลงไปในกองเมล็ดข้าวสาลีที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการผลิตแป้ง เนื่องจากเป็นไซโลขนาดใหญ่ ทำให้ร่างของแรงงานไทยรายนี้ถูกดูดลงไปในกองเมล็ดข้าวสาลี เพื่อนร่วมงานที่เห็นเข้า รีบแจ้งหัวหน้างานโทรเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ จนถึงเวลา 19.15 น. จึงนำร่างของแรงงานไทยรายนี้ขึ้นมาจากกองข้าวสาลีได้ แต่หมดลมหายใจแล้ว แม้จะส่งกู้ชีวิตที่โรงพยาบาลแต่ไร้ผล

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยเหลือนำร่างแรงงานไทยขึ้นมาจากกองข้าวสาลี

          สำนักงานอัยการไถหนานดำเนินการตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในสถานที่ทำงานต่อไปแล้ว

วัวหายล้อมคอก! เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยตรวจสอบความปลอดภัยในโรงโม่แป้ง

4. สื่อไต้หวันทึ่ง! แรงงานไทยที่ไทจงใช้เศษเหล็กและไม้ทำปืนยาวยิงนกมาเป็นอาหาร ถูกศาลจำคุก 2.5 ปี ชาวเน็ตไต้หวันเสนอกรมสรรพาวุธรับเข้าทำงาน

          นายมงคล (นามสมมุติ) แรงงานไทยเดินทางมาทำงานที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง เพื่อจะยิงนกมาทำอาหาร ทำปืนยาวด้วยตนเองที่หอพัก จากเศษเหล็ก เหล็กแป็บที่ไม่ใช้แล้วและเศษไม้ที่เก็บได้ สามารถยิงได้จริง ไปดักยิงนกแถวคลองระบายน้ำในเขตพื้นที่ต้าเจี่ย ถูกตำรวจตรวจพบส่งดำเนินคดี ศาลท้องถิ่นไทจงปราณี เพราะเห็นว่าจำเลยที่เป็นแรงงานไทยรายนี้ มีพ่อแม่และลูกเมียที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู ตัดสินลงโทษในสถานเบา จำคุก 2 ปี 6 เดือน แต่ให้โอกาสอุทธรณ์ได้

แรงงานไทยในไทจง ทำปืนยาวด้วยตนเองจากเศษเหล็ก เหล็กแป็บที่ไม่ใช้แล้วและเศษไม้ที่เก็บได้เพื่อยิงนกมาเป็นอาหารถูกจับ

          ในสำนวนสั่งฟ้องของอัยการกล่าวว่า จากการตรวจสอบ เพื่อความสะดวกในการล่านก นายมงคลเก็บเอาเศษเหล็กและไม้เป็นวัสดุ มาทำและประกอบเป็นปืนยาวที่หอพัก โดยถอดเอาด้ามไม้ของพลั่วขุดดินมาทำเป็นด้ามปืน ใช้ท่อแป็บสเตนเลสทำเป็นลำกล้องและไกปืน และใช้ดินปืนฮิลติเป็นพลังขับเคลื่อนลูกกระสุน

          เมื่อค่ำวันที่ 7 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่ตำรวจจากสถานีตำรวจต้าเจี่ยกำลังตรวจลาดตระเวนไปตามถนนเลียบตลิ่งคลองระบายน้ำ พบนายมงคลกำลังเล็งปืนยาวทำเองดังกล่าวยิงนกอยู่ในบริเวณนั้น ตำรวจจอดรถและทำการจับกุม โดยยืดปืนยาวทำเอง กระสุนปืน หลังส่งตรวจพิสูจน์พบเป็นปืนที่มีอนุภาพในการทำลาย จึงส่งอัยการดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ในระหว่างให้ปากคำต่อตำรวจและคำให้การอัยการและศาล นายมงคลรับสารภาพว่า เป็นผู้ทำปืนยาวดังกล่าว เพื่อล่านกมาเป็นอาหาร โดยไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย หลังจากตรวจสองแล้ว ศาลท้องถิ่นไทจงเห็นว่า นายมงคลเป็นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว โดยอุปการะเลี้ยงดูปู่ย่า พ่อแม่ ภรรยาและบุตรอีก 3 คน ประกอบกับในระหว่างพิจารณาคดี แรงงานไทยรายนี้ให้ความร่วมมือด้วยดี และความผิดที่เกิดขึ้น มาจากต้องการยิงนกมาเป็นอาหาร ไม่เหมือนกับอาวุธปืนที่เป็นภัยต่อสังคม จึงลดโทษให้จาก 3 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 10 ปี และปรับเงิน 7 ล้านเหรียญไต้หวัน ลดลงเป็นจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 20,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานไทยในไทจง ทำปืนยาวด้วยตนเองจากเศษเหล็ก เหล็กแป็บที่ไม่ใช้แล้วและเศษไม้ที่เก็บได้เพื่อยิงนกมาเป็นอาหารถูกจับ

          ทนายที่ศาลแต่งตั้งให้เป็นทนายแก้ต่างให้กับจำเลยที่มีฐานะยากจน ช่วยแก้ต่างว่า แรงงานไทยรายนี้ น่าจะเข้าข่ายได้รับการยกเว้นเช่นเดียวกับชนพื้นเมือง ที่ได้รับอนุญาตให้ทำปืนล่าสัตว์ด้วยตนเองได้ แต่ผู้พิพากษาเห็นว่า กฎหมายควบคุมอาวุธปืนมาตรา 20 ที่อนุญาตให้ชนพื้นเมือง สามารถทำปืนสำหรับล่าสัตว์เพื่อดำรงชีพได้นั้น ตราขึ้นมาเพราะกฎหมายฉบับนี้คุกคามการดำรงชีพของชนพื้นเมือง ที่อาศัยการล่าสัตว์เพื่อความอยู่รอด แต่นายมงคล ไม่ใช่เป็นชนพื้นเมือง ไม่เข้าข่ายได้รับการยกเว้น อีกทั้งปืนยาวที่นายมงคลทำขึ้นมานั้น มีอนุภาพในการทำลายล้างในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม คำนึงถึงเป็นแรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว การล่านกเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย จึงลดหย่อนโทษให้เหลือเป็นจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 20,000 เหรียญไต้หวัน

          คดีนี้ ทำให้สื่อไต้หวันต้องทึ่งในความสามารถของแรงงานไทยรายนี้ ที่สามารถใช้เศษเหล็กและไม้ทำเป็นปืนยิงนกได้ ชาวเน็ตไต้หวันจำนวนมาก ยกย่องให้เป็นอัจฉริยะ หลายรายเสนอว่า กรมสรรพาวุธทหารควรรับเข้าทำงาน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง