:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 2565

  • 13 May, 2022
ขุนพล แรงงานไทย
ตำรวจจับ 1 ใน 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้และโพสต์ในโซเชียลโชว์ภาพล่าเลียงผาไต้หวันหาลูกค้า

1. อุทาหรณ์! แรงงานไทยเมาแล้วขับค้างจ่ายค่าปรับ 90,000 เหรียญ ถูกกรมบังคับคดีสั่งหักค่าจ้างเดือนละ 5,000 เหรียญ วอนเพื่อนแรงงานไทยระวัง อย่าซ้ำรอยตน

          โฆษกกรมบังคับคดีแถลงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า แรงงานไทยรายหนึ่งถูกปรับ 90,000 เหรียญในคดีเมาแล้วขับ แต่ชำระค่าปรับไปแล้วเพียง 25,000 เหรียญ ที่เหลือไม่มีกำลังจะจ่าย ศาลส่งให้กรมบังคับคดีดำเนินการต่อ จึงมีคำสั่งให้นายจ้างหักเงินจากค่าจ้างของแรงงานไทยรายนี้เดือนละ 5,000 เหรียญ เพื่อชำระค่าปรับที่ค้างจ่าย ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป พร้อมเตือนว่า นโยบายลงโทษหนักคดีเมาแล้วขับ ไม่มีการยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นคนไต้หวันหรือชาวต่างชาติ

สถานีตำรวจฮัวเหลียนประชาสัมพันธ์เรื่องการขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ถูกต้องแก่แรงงานต่างชาติ

          กรมบังคับคดี สำนักงานซื่อหลินออกแถลงการณ์กล่าวว่า นายสมบัติ (นามสมมุติ) เป็นแรงงานไทยที่เดินทางมาทำงานอยู่ในโรงงานผลิตกระจกแห่งหนึ่งในเขตปาหลี่ นครนิวไทเป ตั้งแต่ปี 2560 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2561 นายสมบัติขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ชวนแฟนสาวซ้อนท้ายไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารไทยแถวกุยซาน นครเถาหยวน ระหว่างนั้นดื่มสุราจนมีอาการเมา จากนั้นขี่มอเตอร์ไซต์ส่งแฟนกลับ ถูกตำรวจเถาหยวนสกัดจับเป่าลม นายสมบัติรู้ตัวว่ามีอาการเมา กลัวจะมีโทษอาญา จึงปฏิเสธเป่าลมวัดแอลกอฮอล์ ตำรวจจับส่งดำเนินคดี ถูกปรับ 90,000 เหรียญ ข้อหาปฏิเสธรับการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของเจ้าพนักงานตำรวจ นายสมบัติไม่มีกำลังจะจ่าย ได้ขอให้ล่ามช่วยยื่นคำร้องต่อศาล ขอแบ่งจ่ายเป็นงวด งวดละ 5,000 เหรียญ ศาลอนุญาตตามคำขอ แต่แรงงานไทยรายนี้ชำระเพียง 5 งวด จากนั้นไม่จ่ายอีกเลย ศาลส่งหมายศาลเตือนหลายครั้งก็ไม่มีผล และไม่มีทรัพย์สินให้ยึดได้ จนกระทั่ง ต้นปี 2565 ได้ส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีดำเนินการต่อ กรมบังคับคดี สำนักซื่อหลินได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมล่ามบริษัทจัดหางานไปตรวจสอบแรงงานไทยรายนี้ที่โรงงาน นายสมบัติให้การว่า ตนรู้สึกเสียใจมากที่ทำผิดกฎหมาย แต่อยากให้ศาลปรานี เนื่องจากตนต้องการทำงานในไต้หวันต่อไป เพราะยังมีคนที่บ้านต้องเลี้ยงดูอีกหลายคน อย่างไรก็ตาม ตนไม่สามารถชำระค่าปรับที่ค้างจ่ายได้ในครั้งเดียว เพราะทุกวันนี้ ได้รับเงินเดือนเดือนละ 26,000 เหรียญ หลังหักเบี้ยประกันภัยแรงงาน ประกันสุขภาพ ค่าอาหารที่พักและค่าบริการดูแลรายเดือนของบริษัทจัดหางานแล้ว ต้องส่งกลับบ้านไปเลี้ยงครอบครัว เดือนละประมาณ 15,000 เหรียญ จึงขอผ่อนจ่ายโดยยินยอมให้หักจากค่าจ้างเดือนละ 5,000 เหรียญ และนับตั้งแต่เกิดเหตุเป็นต้นมา ตนไม่กล้าดื่มแล้วขับอีก ขณะเดียวกันก็ยินดีนำประสบการณ์ราคาแพงของตนไปแบ่งปันให้เพื่อนร่วมงานในโรงงานและที่รู้จัก เพื่อเตือนให้อย่าเดินซ้ำรอยตนอีก

แรงงานไทยเมาแล้วขับค้างจ่ายค่าปรับ 90,000 เหรียญ ถูกกรมบังคับคดีสั่งหักค่าจ้างเดือนละ 5,000 เหรียญ วอนเพื่อนแรงงานไทยระวัง อย่าซ้ำรอยตน

          กรมบังคับคดี สำนักงานซื่อหลินพิจารณาแล้ว เห็นว่า นายสมบัติมีความสำนึกผิดและไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ให้ยึดขาดทอดตลาด จึงอนุญาตให้ผ่อนจ่ายค่าปรับอีกครั้ง คราวนี้มีคำสั่งให้นายจ้างหักเงินค่าจ้างของนายสมบัติเดือนละ 5,000 เหรียญจนกว่าจะชำระค่าปรับค้างจ่ายทั้งหมด ขณะเดียวกัน เรียกร้องให้แรงงานต่างชาติ อย่าทำผิดกฎหมาย ดื่มสุราแล้วไม่ขับขี่ยานพาหนะ เพราะเมาแล้วขับ นอกจากอันตรายอาจเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังมีโทษปรับที่ค่อนข้างจะหนัก

เตือนแรงงานไทยหลีกเลี่ยงดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ตำรวจไต้หวันเอาจริง มีการตรวจเข้มและตรวจต่อเนื่อง

          กรมบังคับคดีย้ำเตือนว่า ไต้หวันมีการแก้กฎหมายเพิ่มโทษขาเมาดื่มแล้วขับ โดยกำหนดให้ผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่ยวดยานพาหนะประเภท 2 ล้อ แม้จะไม่เกิดอุบัติเหตุหรือไปชนคนอื่น เมื่อถูกตรวจพบเป่าลมมีระดับแอลกอฮอล์เกิน 0.15 มิลลิกรัมต่อลิตร มีโทษปรับตั้งแต่ 15,000- 90,000 เหรียญไต้หวัน ถูกยึดใบขับขี่ แต่หากเกิน 0.25 มิลลิกรัมต่อลิตร มีโทษอาญาข้อหาก่ออันตรายต่อสาธารณะ ถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับเงินไม่เกิน 200,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากชนเสียชีวิตมีโทษจำคุก 3-10 ปี ชนคนอื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุก 1-7 ปี  นอกจากเสียค่าปรับในอัตราสูงและมีโทษจำคุกแล้ว แรงงานต่างชาติยังจะถูกส่งกลับประเทศด้วย เพราะเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตราที่ 73 วรรค 3 ที่ระบุว่า ชาวต่างชาติหากฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวันในลักษณะรุนแรง จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และห้ามเดินทางเข้าไต้หวันทำงานอีกตลอดชีพ

2. อุกอาจ! อัยการสั่งฟ้อง 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้และโพสต์ในโซเชียลโชว์ภาพล่าเลียงผาไต้หวันหาลูกค้า มีหวังติดคุก 7 ปี

          อัยการเมืองหนานโถวสั่งฟ้อง 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ไปกบดานอยู่ในป่าลึกตำบลฉีซาน เมืองหนานโถวเป็นเวลานาน ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและยังล่าสัตว์สงวนที่ใกล้สูญพันธุ์ แถมยังโพสต์ภาพลงในโซเชียลหาลูกค้า ถูกเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ของคณะกรรมการการเกษตรตรวจพบ แจ้งตำรวจป่าไม้บุกจับส่งดำเนินคดีเมื่อปลายปี 2564 สัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการสั่งฟ้องศาลข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายป่าไม้และกฎหมายอนุรักษ์สัตว์ มีหวังติดคุก 7 ปี

ตำรวจจับ 1 ใน 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้และโพสต์ในโซเชียลโชว์ภาพล่าเลียงผาไต้หวันหาลูกค้า มีหวังติดคุก 7 ปี

          เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ สำนักงานในเมืองหนานโถว ขณะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ที่สถานีสุ่ยหลี่ ในตำบลฉีซาน พบแรงงานเวียดนามจำนวนมากมีพฤติกรรมลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จากการตรวจสอบต่อไป พบในป่ามีท่อนสนไซเพรสไต้หวัน หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกไม้หอมฮิโนกิ ซึ่งเป็นต้นไม้สงวน จำนวน 8 ท่อน น้ำหนักประมาณ 265 กก. ราคาท้องตลาดประมาณ 355,000 เหรียญ จึงได้แจ้งความต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจป่าไม้เมือหนานโถว สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานอัยการ บุกเข้าไปในป่า ปฏิบัติการจับกุมแรงงานเวียดนามได้จำนวน 2 คน

ตำรวจจับ 1 ใน 2 แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้และโพสต์ในโซเชียลโชว์ภาพล่าเลียงผาไต้หวันหาลูกค้า มีหวังติดคุก 7 ปี

          แรงงานเวียดนามทั้ง 2 ซึ่งเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ให้การสารภาพว่า หลังจากหลบหนีออกมากลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายแล้ว มีเพื่อนชาติเดียวกันชักชวนเข้าป่ารับจ้างตัดไม้และลำเลียงท่อนซุงออกจากป่า นานเข้าเมื่อรู้ช่องทางก็ตัดไม้หาลูกค้าขายเอง นอกจากนี้ ยังทำการล่าสัตว์ป่าเพื่อขาย โดยไม่รู้ว่าเป็นสัตว์สงวน จากคำให้การของแรงงานเวียดนามทั้ง 2 ราย ทราบว่า ในป่าลึกยังมีแรงงานเวียดนามจำนวนมาก ลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่าสงวน ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลอย่างยิ่ง

แรงงานเวียดนามโพสต์ภาพสัตว์ป่าที่ล่าได้ โฆษณาลดราคาขายในเฟซบุ๊กอย่างอุกอาจ

          แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย นับวันเหิมเกริมมากขึ้น จากที่เคยเป็นผู้รับจ้างขนไม้อย่างเดียว ปัจจุบันยกระดับมาเป็นเถ้าแก่ หรือเป็นหุ้นส่วนในการลักลอบตัดพันธุ์ไม้สงวนราคาแพง อย่างไม้ฮิโนกิ ซึ่งเป็นไม้ตระกูลสน มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าไซเพรส (Cypress) ขึ้นบนยอดเขาสูงที่มีอากาศเย็น จุดเด่นของไม้ฮิโนกิคือมีกลิ่นหอม หรือบางคนเรียกว่า “ไม้หอม” เป็นไม้ที่ดูดกลิ่นอับได้ดี สามารถป้องกันแมลงต่างๆ ได้ดี ไม่ว่าจะเป็น มด ปลวกและเชื้อรา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะไม้ฮิโนกินั้นมีสารเอสเซนเชียลออยล์หรือน้ำมันหอมระเหย นิยมนำไปทำสบู่ น้ำหอม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อระบบทางเดินหายใจได้ ฯลฯ ด้วยคุณสมบัติดีๆ อย่างที่กล่าวมา จึงเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น ทุกวันนี้ต้นฮิโนกิเหลือน้อยและมีราคาแพง ในไต้หวันจัดให้เป็นไม้หวงห้าม ห้ามตัดห้ามซื้อขาย แต่ยังปรากฏข่าวลักลอบตัดและลำเลียงเป็นประจำ ที่ผ่านมา แก๊งลักลอบตัดไม้ฮิโนกิ หรือแก๊งมอดไม้ในไต้หวัน นิยมว่าจ้างหรือร่วมมือกับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานเวียดนาม

ต้นสนไซเพรสที่แรงงานเวียดนามลักลอบตัดเหลือแต่โคนต้น

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตือนว่า ความผิดฐานตัดไม้ทำลายป่า เป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุก 1 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 7 ปี และปรับเงิน 20 ล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนการล่าสัตว์ป่าสงวน มีโทษจำคุก 6 เดือนขึ้นไป ไม่เกิน 5 ปี ปรับเงิน 200,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน กรณีที่ลงภาพโฆษณาเพื่อหาลูกค้าหรือเพื่อการจำหน่าย มีโทษจำคุกต่างหาก 6 เดือนขึ้นไป ไม่เกิน 5 ปี ปรับเงิน 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน

ตำรวจป่าไม้จับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดไม้สงวนและล่าหมีควายไต้หวัน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าอนุรักษ์

          ด้านกรมป่าไม้ คณะกรรมการการเกษตร สภาบริหารเตือนว่า กฎหมายป่าไม้เพิ่มโทษปรับผู้ขโมยผลิตผลป่าไม้ ทั้งไม้และของป่าอย่างอื่น ผู้ใดลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ร่วมขนย้าย ช่วยผู้อื่นเก็บรักษาหรือรับซื้อไม้หรือของป่าทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญาและโทษปรับ การคุกคามระบบนิเวศและภูมิทัศน์ทางธรรมชาติอันล้ำค่า นอกจากโทษจำคุกสูงสุด 10.5 ปี และมีโทษปรับ 1.5-30 ล้านเหรียญไต้หวันแล้ว เมื่ออัยการสั่งฟ้องหรือศาลตัดสินมีความผิด กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายการจ้างงาน และห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป จึงเตือนว่าอย่างทำผิดกฎหมาย หากท่านทราบเบาะแสการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โปรดโทรศัพท์แจ้งความได้ที่ 0800-000-930 รางวัลนำจับสูงสุด 3 ล้านเหรียญไต้หวัน

3. ไม่มีที่ให้สอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ทำผู้อนุบาลจำนวนมากยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือไม่ทัน อาจต้องเดินทางกลับบ้าน นายจ้างเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน ศธ. ไต้หวันรับเพิ่มรอบการสอบมากขึ้น

          เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาดรุนแรง การเดินทางระหว่างประเทศลำบาก แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวัน มีจำนวนลดลงอย่างมาก ครอบครัวที่มีผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแล รวมถึงศูนย์บำบัดและดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดแคลนผู้อนุบาลเป็นอย่างมาก เดิมฝากความหวังกับโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาได้ แต่เนื่องจากไม่มีที่ให้สอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ซึ่งเป็นเงื่อนไขขอการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือของผู้อนุบาล ทำให้เจตนารมณ์ของรัฐบาลที่หวังดีจะช่วยแก้ปัญหา ไม่เป็นไปตามความประสงค์ ขณะที่โรงพยาบาลความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยลดกำลังลง อันเนื่องมาจากผู้ป่วยโรคโควิดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยอาการหนักและผู้สูงอายุที่ต้องการผู้อนุบาลมาดูแลกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไร้คนดูแล

ผู้อนุบาลที่ใกล้ครบกำหนด 14 ปีจำนวนมาก ไม่มีที่ให้สอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ทำยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือไม่ทัน อาจต้องเดินทางกลับประเทศ

          กระทรวงแรงงานประกาศโครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนเป็นต้นมา อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุการทำงานในไต้หวันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือนักศึกษาต่างชาติที่มาศึกษาต่อและจบการศึกษาระดับอนุปริญญา หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงานในไต้หวัน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า โครงการนี้ ช่วยผ่อนคลายภาวะขาดแคลนแรงงานกึ่งฝีมือในไต้หวันได้ คาดว่า แรงงานต่างชาติที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับกำหนด มีประมาณ 208,000 คน

สังคมไต้หวันต้องพึ่งพิงผู้อนุบาลต่างชาติในการดูแลคนป่วยและผู้สูงอายุ 

          นายเจ้าเจิ้งอวี่ สมาชิกสภานิติบัญญัติของไต้หวันกล่าวว่า โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือและนักศึกษาต่างชาติในไต้หวันให้เป็นแรงงานกึ่งฝีมือ มีส่วนช่วยแก้ปัญหาให้กับสถานประกอบการและแรงงานต่างชาติจำนวนมาก แต่สำหรับผู้อนุบาลในครัวเรือนและในองค์กร นอกจากเงื่อนไขด้านค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญและ 29,000 เหรียญไต้หวันตามลำดับ ด้านทักษะฝีมือ ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนขั้นพื้นฐาน แต่ตามกำหนดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการในปีนี้ มีเพียง 2 รอบเท่านั้น คือช่วงเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน แม้ในเดือนพฤษภาคมจะเพิ่มการสอบอีก 1 รอบ แต่พอเปิดให้สมัคร มีผู้สมัครสอบเต็มในวันเดียว แรงงานต่างชาติจำนวนมากที่มีคุณสมบัติแต่ไม่มีสนามสอบ โดยเฉพาะคนที่ใกล้ครบกำหนดระยะเวลาที่กฎหมายการจ้างงานกำหนด ต้องเดินทางกลับประเทศ ทำให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล

สังคมไต้หวันต้องพึ่งพิงผู้อนุบาลต่างชาติในการดูแลคนป่วยและผู้สูงอายุ (ภาพจาก CNA)

          สมาชิกสภานิติบัญญัติผู้นี้ ยังห่วงกังวลว่า แรงงานต่างชาติที่ครบกำหนดสัญญาหลัง 30 มิ.ย. 65 นี้ จะไม่ได้รับการอนุญาตให้ต่อสัญญาจ้างกับนายจ้างเดิมต่อไปได้อีก อาจทำให้แรงงานต่างชาติจำนวนมากที่ได้คุณสมบัติยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ แต่ติดปัญหาเรื่องการทดสอบทักษะฝีมือ ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงเสนอให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ด้านกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ตอบรับว่า ในปีนี้ นอกจากกำหนดการสอบที่มีอยู่เดิมแล้ว จะเพิ่มการสอบอีก 6 รอบ

ผู้อนุบาลที่ใกล้ครบกำหนด 14 ปีจำนวนมาก ไม่มีที่ให้สอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ทำยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือไม่ทัน อาจเดินทางกลับประเทศ

          โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะให้อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไป หรือเรียกสั้นๆ ว่า แรงงานกึ่งฝีมือ กำหนดให้นายจ้างเป็นผู้ยื่นขอว่าจ้าง แรงงานต่างชาติที่มีอายุการทำงานต่อเนื่องครบ 6 ปีขึ้นไป หรือมีอายุงานสะสมครบตามระยะเวลาที่กฎหมายการจ้างงานกำหนด 12 ปี หรือ 14 ปี ทั้งแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง ลูกเรือประมง เกษตร และแรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคม ได้แก่ ผู้อนุบาลในองค์กรและในครัวเรือน โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างที่ได้รับประจำ (ไม่รวมโอที แต่รวมเบี้ยขยัน เงินรางวัล) ไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอที) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน (ตกประมาณเดือนละ 41,667 เหรียญ) ด้านผู้อนุบาล หากทำงานในองค์กร ต้องมีค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 29,000 เหรียญต่อเดือน แต่หากเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ส่วนนักศึกษาต่างชาติ เงินเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 เหรียญ กรณีต่อสัญญาใหม่ต้องมากกว่า 33,000 เหรียญ

แรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันต่อเนื่อง 6 ปีขึ้นไป นายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นและเป็นผู้มีทักษะ นายจ้างสามารถว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ โดยไม่ถูกจำกัดระยะเวลา 12 หรือ 14 ปี

          เงื่อนไขอีก 1 รายการได้แก่ทักษะฝีมือ แบ่งเป็นได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเข้ารับการฝึกอบรมเป็นเวลารวมไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง หรือการรับรองทักษะฝีมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติที่ได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนอยู่แล้ว แสดงว่าฝีมือเป็นที่ยอมรับของนายจ้าง ไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบฝีมือหรือแสดงไลเซนส์ใดๆ อีก ส่วนผู้อนุบาล ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน และผ่านการอบรมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง

          ทั้งนี้นายจ้างที่ประสงค์จะว่าจ้างแรงงานต่างชาติของตนเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ จะต้องนำหลักฐานเกี่ยวกับทักษะฝีมือและหลักฐานเกี่ยวกับค่าจ้าง พร้อมด้วยหลักฐานการประกาศรับสมัครลูกจ้างในประเทศ แบบคำร้อง และหลักฐานไม่มีประวัติฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบทางด้านแรงงานที่ออกโดยกองแรงงานท้องที่ ยื่นขอทางออนไลน์ได้ที่ https://fwapply.wda.gov.tw หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 หรือ 02-89956000

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง