:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565

  • 27 May, 2022
ขุนพล แรงงานไทย
ตำรวจให้ความช่วยเหลือนางอาตี้ หลัง บจง. ลืมต่ออายุบัตร ARC และอำพรางความผิดด้วยการแจ้งความเท็จว่าหลบหนี

1. สารพัดคำถาม แรงงานกึ่งฝีมือ : ยังต้องตรวจโรคและทำบัตร ARC เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนแก่ บจง.

          โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 30 เมษายนที่ผ่านมา แต่มีแรงงานไทยจำนวนมากยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย จะเหมือนแรงงานทั่วไปที่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนแก่บริษัทจัดหางานหรือไม่? ค่าอาหารและที่พัก รวมทั้งการตรวจโรค และนายจ้างต้องแสดงหลักฐานอะไรบ้าง เพื่อยืนยันค่าจ้างตามเกณฑ์กำหนด

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียในกรุงไทเป

          กระทรวงแรงงานตอบว่า แรงงานกึ่งฝีมือไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนแก่บริษัทจัดหางานเหมือนอย่างแรงงานต่างชาติทั่วไป แต่หากนายจ้างหรือแรงงานกึ่งฝีมือ จะมอบหมายให้ทำเรื่องยื่นขอหรือให้บริการที่เกี่ยวข้อง บริษัทจัดหางานจะต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุรายการที่ให้บริการ ค่าบริการ วิธีเก็บและเงื่อนไขในการคืนเงินค่าบริการ และกฎหมายอนุญาตให้บริษัทจัดหางานสามารถเรียกเก็บค่าลงทะเบียนและค่าบริการจัดหาแรงงานจากนายจ้างได้ไม่เกินค่าจ้างเดือนแรกของแรงงานต่างชาติ และค่าบริการรายปีไม่เกิน 2,000 เหรียญไต้หวัน หากได้มอบหมายจากแรงงานกึ่งฝีมือ ให้ทำเรื่องลงทะเบียนและหางานหรือหานายจ้าง สามารถเรียกเก็บค่าบริการไม่เกินค่าจ้างเดือนแรก และเก็บค่าบริการรายปีได้ไม่เกิน 2,000 เหรียญ หากบริษัทจัดหางานไม่ดำเนินการตามกฎหมาย หรือเก็บค่าบริการเกินกำหนด ต้องระวางโทษปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานต่างชาติฝึกขับรถยกในสถานฝึกอบรม

          สำหรับการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือ ยังคงเป็นไปตามขั้นตอนการยื่นขอแรงงานต่างชาติทั่วไป คือนายจ้างจะต้องรับสมัครแรงงานท้องถิ่นในประเทศด้วยอัตราค่าจ้างและเงื่อนไขตามกำหนดก่อน เมื่อไม่มีแรงงานท้องถิ่นมาสมัคร ศูนย์จัดหางานท้องที่จะออกใบรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอต่อกระทรวงแรงงานต่อไป โดยให้นายจ้างเป็นฝ่ายยื่นขอ ทำสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปี เช่นเดียวกับแรงงานต่างชาติทั่วไป โดยต้องแจ้งค่าจ้างที่จะจ่ายให้แรงงานกึ่งฝีมือตามความเป็นจริง ระหว่างทำงาน แรงงานกึ่งฝีมือต้องรับการตรวจโรคภายใน 30 วันเมื่อทำงานครบเดือนที่ 6, 18, 30 และตรวจโรคเสริม กรณีที่มีการทำสัญญาจ้างกับนายจ้างใหม่ โดยการทำสัญญาครั้งละ 3 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่ถูกจำกัดระยะเวลา 12 ปีหรือ 14 ปี ตามในกฎหมายการจ้างงาน

โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

          เมื่อครบกำหนดจะต่อสัญญาใหม่ นายจ้างต้องแนบหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของปีล่าสุด ซึ่งจะแสดงจำนวนเงินภาษีที่หักและรายได้รวมตลอดทั้งปี หากไม่ตรงตามกำหนด นอกจากจะไม่อนุญาตให้ต่อสัญญาใหม่แล้ว ยังจะตรวจสอบย้อนหลังว่า การว่าจ้างระหว่างสัญญาฉบับแรก มีการจ่ายค่าจ้างเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่ หากต่ำกว่ากำหนดหรือแจ้งข้อมูลเท็จ นายจ้างจะถูกลงโทษตามกฎหมายการจ้างงาน ถูกปรับและถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปด้วย

แรงงานกึ่งฝีมือ ยังต้องตรวจโรคและทำบัตร ARC เหมือนเดิม แต่ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนแก่ บจง.

          สำหรับเงื่อนไขและคุณสมบัติของแรงงานต่างชาติทั่วไปที่จะยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือนั้น มี 3 รายการหลัก ได้แก่

1. อายุงาน กำหนดดังนี้

          - ต้องทำงานในไต้หวันต่อเนื่องครบ 6 ปีขึ้นไป โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นนายจ้างรายเดียวกัน

          - กรณีที่ไม่ครบ 6 ปี เดินทางกลับประเทศและกลับเข้ามาทำงานที่ไต้หวันต่อ จะต้องทำงานต่อเนื่องจนครบ 6 ปี จึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้  

          - ทำงานครบ 6 ปีแล้วเดินทางกลับประเทศ และกลับเข้ามาทำงานที่ไต้หวันต่อ จะต้องมีอายุงานสะสมครบ 12 ปี จึงจะมีสิทธิ์ยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ 

          - สำหรับแรงงานต่างชาติที่เคยทำงานในไต้หวันครบ 12 ปี และเดินทางกลับประเทศแล้ว นายจ้างเก่ารายใดรายหนึ่งสามารถว่าจ้างและนำเข้าได้ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นงานประเภทเดิม

สังคมไต้หวันขาดผู้อนุบาลต่างชาติไม่ได้

2. ค่าจ้าง

          แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนประจำ (รวมเบี้ยขยัน เบี้ยเลี้ยง ค่าเข้ากะ เงินรางวัลที่ได้รับเป็นประจำทุกอย่าง ยกเว้นค่าโอที) ไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอทีและเงินโบนัส) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน ด้านผู้อนุบาล หากทำงานในองค์กร ต้องมีเงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 29,000 เหรียญต่อเดือน แต่หากเป็นผู้อนุบาลในครัวเรือน ไม่ต่ำกว่า 24,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน

          แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต หากได้รับเงินเดือนประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป ไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือ สำหรับนักศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไป จ้างใหม่เงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน แต่หากต่อสัญญาใหม่ต้องไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต หากได้รับเงินเดือนประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป ไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ

3. ทักษะฝีมือ

          แบ่งเป็นได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง หรือการรับรองทักษะฝีมือโดยนายจ้าง ซึ่งต้องแนบหลักฐานหรือคลิปวิดีโอแสดงทักษะฝีมือในการทำงาน อย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากแรงงานต่างชาติที่ได้รับค่าจ้างประจำไม่ต่ำกว่า 35,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือนอยู่แล้ว แสดงว่าฝีมือเป็นที่ยอมรับของนายจ้าง ไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบฝีมือหรือใบรับรองใด ๆ อีก ส่วนผู้อนุบาล ต้องผ่านการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนขั้นพื้นฐาน และผ่านการอบรมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง

1 ในเงื่อนไขของแรงงานกึ่งฝีมือคือค่าจ้างที่ได้รับประจำ ต้องไม่ต่ำกว่า 33,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน หรือรายได้รวมตลอดทั้งปี (รวมโอทีและเงินโบนัส) ไม่ต่ำกว่า 500,000 เหรียญไต้หวัน

2. สะเพร่า! จับ บจง. ลืมต่ออายุบัตร ARC ให้ผู้อนุบาลอินโดนีเซีย แจ้งหลบหนีเพื่ออำพรางความผิดและยังเก็บค่าบริการรายเดือนต่อไป ส่วนผู้อนุบาลได้รับการต่ออายุบัตร ARC อยู่ทำงานในไต้หวันอย่างถูกกฎหมายต่อไป

          คดีของบริษัทจัดหางานไร้คุณภาพรายนี้ เกิดขึ้นที่นครเกาสง นางอาตี้ แรงงานหญิงอินโดนีเซีย เดินทางมาทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล ดูแลญาติผู้ใหญ่ของนายจ้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และต้องต่ออายุบัตร ARC ในเดือนตุลาคม 2561 แต่พนักงานบริษัทจัดหางานลืมสนิท จนเวลาล่วงเลยไปหลายเดือนถึงนึกได้ ได้บอกกับบริษัท ทางบริษัทจัดหางานเกรงจะถูกลงโทษ แทนที่จะแก้ไขกลับใช้วิธีเพิกเฉย โดยที่ตัวคนงานและนายจ้างไม่รู้ และยังคงมีการเก็บค่าบริการต่อไป รวมค่าบริการที่เก็บในช่วงระหว่างนางอาตี้อยู่ในฐานะแรงงานผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัวเป็นเงินกว่า 30,000 เหรียญ

ตำรวจให้ความช่วยเหลือนางอาตี้ หลัง บจง. ลืมต่ออายุบัตร ARC และอำพรางความผิดด้วยการแจ้งความเท็จว่าหลบหนี

          หลังล่วงเลยมาเป็นเวลา 2 ปีเศษ บริษัทจัดหางานเกรงจะมีปัญหา หลบเลี่ยงโดยการเปลี่ยนชื่อบริษัท จากนั้นไปแจ้งความว่านางอาตี้หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสาขาเกาสงตรวจดูข้อมูล พบมีความไม่ชอบมาพากล กล่าวคือบัตร ARC นางอาตี้หมดอายุกว่า 2 ปีแล้ว บริษัทจัดหางานเพิ่งมาแจ้งว่าหลบหนี จึงจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านนายจ้าง พบนางอาตี้ไม่มีการหลบหนี ยังทำงานอยู่ที่เดิม บจง. ยังคงเก็บค่าบริการรายเดือนตามเดิม นายจ้างและตัวคนงานตกใจหลังรู้ว่า นางอาตี้กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จากการสอบปากคำพบว่า ทั้งหมดเกิดจากพนักงานบริษัทจัดหางานที่ทำเรื่องสะเพร่า ลืมต่ออายุบัตร ARC ให้กับนางอาตี้ โดยไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงให้นายจ้างและตัวคนงานทราบ และเกรงว่าจะถูกลงโทษ เปลี่ยนชื่อบริษัทเสียเลย จากนั้นไปแจ้งความหลบหนี เตรียมใช้วิธีปล่อยให้ถึงกำหนดเวลาที่นางอาตี้อยากกลับบ้าน แล้วค่อยไปมอบตัวจ่ายค่าปรับเดินทางกลับประเทศในฐานะแรงงานผิดกฎหมาย แต่ไม่นึกว่า จะถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจพบก่อน 

 

ตำรวจให้ความช่วยเหลือนางอาตี้ หลัง บจง. ลืมต่ออายุบัตร ARC และอำพรางความผิดด้วยการแจ้งความเท็จว่าหลบหนี

          ขณะให้ปากคำ นางอาตี้บอกว่า เคยสงสัยเหมือนกันว่า ตัวเองเสียค่าประกันสุขภาพทุกเดือน แต่ทำไมพนักงาน บจง. กำชับว่า หากไม่สบายห้ามไปรักษาที่สถานพยาบาล ให้หาซื้อยากินเอง ถึงตอนนี้เพิ่งถึงบางอ้อ โชคดีที่ตำรวจตรวจพบข้อเท็จจริงเสียก่อน มิเช่นนั้นตนอาจถูกจับส่งกลับประเทศในฐานะแรงงานผิดกฎหมายก็ได้ หลังบันทึกปากคำ ตำรวจได้ช่วยทำเรื่องต่ออายุบัตร ARC ให้นางอาตี้อยู่ทำงานในไต้หวันอย่างถูกกฎหมายต่อไปแล้ว ส่วนพนักงานบริษัทจัดหางานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้มี 2 คน ถูกจับดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งเป็นคดีอาญา มีโทษจำคุก ด้าน บจง. ที่สังกัด แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่ในฐานะทราบเรื่องแล้วไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ถูกลงโทษปรับเงิน 500,000 เหรียญไต้หวัน

นายจ้างตกใจหลังรู้ว่า นางอาตี้ที่ทำงานกับตนมาโดยตลอดกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

          ในอดีตเรื่องลืมต่ออายุบัตร ARC ของแรงงานต่างชาติเคยเกิดขึ้นบ่อยๆ จนแรงงานต่างชาติจำนวนหนึ่งต้องเดินทางกลับประเทศไปทำเรื่องกลับมาใหม่ ปัจจุบัน บริษัทจัดหางานไต้หวันมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาบริหารข้อมูลของแรงงานต่างชาติเป็นการเฉพาะ ไม่ค่อยมีปัญหาทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ทราบ บจง. รายนี้ ทำไมถึงพลาดได้ จากเรื่องนี้ ก็เป็นอุทาหรณ์สำหรับแรงงานไทย บัตร ARC รวมทั้งหนังสือเดินทางของเรา ต้องหมั่นตรวจดูวันหมดอายุ จะพึ่งแต่บริษัทจัดหางานอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะหากเกิดปัญหา เราเองจะได้รับความเสียหาย

3. แรงงานต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันกักตัวครบ 7 วันแล้ว ไม่ต้องสังเกตอาการตนเอง 7 วันในโรงแรมกักตัวอีกต่อไป มีผล 27 พ.ค. เป็นต้นไป

          เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคทยอยปรับเปลี่ยนและผ่อนคลายมาตรการกักตัว เพื่อเพิ่มห้องกักตัวให้มากขึ้น กระทรวงแรงงานโดยการอนุญาตของศูนย์บัญชาการควบคุมโรค ประกาศให้แรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวัน หลังกักตัวครบ 7 วันแล้ว เดิมต้องสังเกตอาการในที่เดียวกันต่ออีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. เป็นต้นไป ไม่ต้องสังเกตอาการตนเอง 7 วันในโรงแรมกักตัวอีกต่อไป อนุญาตให้ไปสังเกตอาการต่อที่หอพักของโรงงานได้ โดยออกสถานที่ได้และเข้าทำงานได้ แต่ต้องใส่หน้ากากอนามัย ห้ามรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นและห้ามรวมกลุ่มหรือเข้าร่วมกิจกรรม

          เนื่องจากยอดผู้ป่วยรายวันพุ่งสูงขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระของสถานพยาบาล ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเบา ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล สามารถไปกักตัวที่โรงแรมกักโรคได้ กระทรวงแรงงานประกาศเมื่อค่ำวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคอนุญาตให้ยกเลิกข้อกำหนดที่ให้แรงงานต่างชาติผู้เดินทางเข้าไต้หวัน ต้องสังเกตอาการตนเอง 7 วันในโรงแรมกักตัวเดิม หลังกักตัวครบ 7 วันแล้ว อนุญาตให้ไปสังเกตอาการตนเองที่หอพักโรงงานหรือสถานที่อื่นได้ ระหว่างนี้ ออกนอกสถานที่ได้และไปทำงานตามปกติได้ แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นและห้ามรวมกลุ่มหรือเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ขณะที่นายจ้างยังคงมีหน้าที่ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคต่อไป รวมทั้งต้องรายงานสุขภาพประจำวัน อาทิ การตรวจวัดและบันทึกอุณหภูมิร่างกาย และรายงานผลผ่านระบบข้อความสั้นต่อกองอนามัย

โรงแรมในนครนิวไทเปเปลี่ยนรูปแบบเป็นหอพักป้องกันโควิดสำหรับแรงงานต่างชาติ

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ประกาศดังกล่าว มีผลตั้งแต่ 00.00 น. ของวันที่ 27 พ.ค. เป็นต้นไป สำหรับแรงงานต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันก่อนวันที่ 27 พ.ค. และอยู่ระหว่างกักตัวหรือสังเกตอาการมีผลใช้เช่นเดียวกัน

นายเจิ้งเหวินชั่น ผู้ว่าการนครเถาหยวนตรวจเยี่ยมหอพักคนงานฟิลิปปินส์ บ. Pegatron Corporation ที่กุยซาน เถาหยวน

          จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน นับตั้งแต่เปิดให้แรงงานต่างชาติเดินทางกลับเข้ามาทำงานที่ไต้หวันรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. จนถึงวันที่ 25 พ.ค. 65 มีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวันแล้ว 39,670 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานในภาคการผลิต 35,370 คน ภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล 4,300 คน หากจำแนกตามสัญชาติ ช่วงเวลาดังกล่าว แรงงานเวียดนามเดินทางเข้าไต้หวันมากที่สุด 14,954 คน ตามด้วยแรงงานอินโดนีเซีย 10,431 คน แรงงานไทย 7,785 คน และฟิลิปปินส์ 6,500 คน

นายเจิ้งเหวินชั่น ผู้ว่าการนครเถาหยวนตรวจเยี่ยมหอพักคนงานฟิลิปปินส์ บ. Pegatron Corporation ที่กุยซาน เถาหยวน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง