:::

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2565

  • 01 July, 2022
ขุนพล แรงงานไทย
แก๊งแรงงานเวียดนาม 4 คนจับแรงงานชาติเดียวกันไปทรมานส่งคลิปเรียกค่าไถ่จากแม่ที่ทำงานในไต้หวัน 450,000 เหรียญ ตำรวจนิวไทเปจับได้ภายใน 24 ชั่วโมง

1. แรงงานต่างชาติหลบหนีพุ่งกว่า 64,000 คน เวียดนามเพิ่มมากสุดเป็น 34,598 คน แรงงานไทยหนีเพิ่มในอัตราส่วนสูงสุด 50% ก. แรงงานแก้กฎหมายลงโทษหนัก เพิ่มรางวัลนำจับ 5,000-70,000 เหรียญ

      ปีนี้เป็นต้นมา แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นพรวดพราด ณ สิ้นเดือนเมษายนปีนี้ ทั่วไต้หวันมีแรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกจับกุมส่งกลับประเทศ 64,573 คน มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วกว่า 10,000 คน กระทรวงแรงงานชี้ว่า แรงงานต่างชาติหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย หากถูกตรวจพบ จะถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดชีวิต นอกจากนี้ เตือนแรงงานต่างชาติที่มีแผนหลบหนีต้องคิดให้รอบคอบ เนื่องจากกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ขาดหลักประกัน ไม่ได้รับการคุ้มครองจากระบบประกันภัยแรงงานและประกันสุขภาพของรัฐ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและผลประโยชน์ของตัวแรงงานเอง

คดีเน็ตไอดอลสาวอินโดชักชวนแรงงานชาติเดียวกันหลบหนีนายจ้าง จับเพิ่มอีก 26 ราย ตำรวจตรวจ ATK ก่อนส่งไปสถานกักกัน

      ช่วงนี้ มีข่าวเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเกิดขึ้นมากมายหลายคดี อย่างเช่นเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย 6 คน ขับรถเก๋งชนว่าที่เจ้าสาวชาวไต้หวันที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์แล้วหลบหนี จนถึงขณะนี้หญิงไต้หวันเคราะห์ร้ายรายนี้ ยังนอนรักษาในห้อง ICU ยังไม่พ้นขีดอันตราย ผู้อนุบาลอินโดนีเซียผิดกฎหมายถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย แต่ไม่กล้าร้องเรียนหรือแจ้งความ และแรงงานหญิงอินโดนีเซียผิดกฎหมายรายหนึ่ง ผันตัวเป็นเน็ตไอดอล ถูกชายไต้หวันว่าจ้างให้โฆษณาชักชวนเพื่อนแรงงานชาติเดียวกันหลบหนีไปทำงานผ่านติกตอก แต่ต้องเสียค่านายหน้าจัดหางานในอัตราสูง เป็นต้น กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่อสกัดปัญหาการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ เตรียมแก้กฎหมาย เพิ่มโทษนายจ้างที่ว่าจ้างแรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและนายหน้าเถื่อนให้หนักขึ้น โดยเพิ่มโทษปรับจากปัจจุบันที่ปรับนายจ้างว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายเป็นครั้งมาเป็นปรับตามจำนวนคน กล่าวคือนายจ้างจะถูกปรับ 150,000-750,000 เหรียญ ต่อการว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมาย 1 คน ส่วนบริษัทจัดหางานหรือนายหน้าที่จัดหาแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายเข้าทำงาน จะปรับหนักโดยคิดเป็นคนเช่นกัน คือปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญต่อคน และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

เจ้าหน้าที่ สตม. ตรวจเข้มตามสถานประกอบการต่างๆ จับกุมชาวต่างชาติผิดกฎหมายได้จำนวนมาก

      จากรายงานวิเคราะห์การหลบหนีของแรงงานต่างชาติที่จัดทำโดยกระทรวงมหาดไทยพบว่า สาเหตุการหลบหนีของแรงงานต่างชาติ มาจากหลายปัจจัย อาทิ แบกรับภาระหนี้สินจากการกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาจ่ายเป็นค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้าง ไม่พอใจค่าจ้างที่ได้รับ ปริมาณของงาน สภาพแวดล้อมในที่ทำงานและมีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับนายจ้าง เป็นต้น

ตำรวจขึ้นไปตรวจดูในเพดานห้อง ซึงแรงงานต่างชาติมักจะใช้เป็นที่หลบหนีการจับกุม

      ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2565 ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติที่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและยังไม่ถูกตรวจพบ มี 64,573 คน ในจำนวนนี้เป็นเพศหญิง 34,762 คน เพศชาย 29,811 คน เมื่อจำแนกตามสัญชาติ ชาติที่หลบหนีมากที่สุดได้แก่เวียดนาม 34,598 คน อันดับ 2 อินโดนีเซีย 26,209 คน ฟิลิปปินส์ 2,491 คน ส่วนแรงงานไทย แม้จะจำนวนที่หลบหนีจะอยู่อันดับ 4 มีจำนวน 1,274 คน แบ่งเป็นเพศชาย 1,073 คน เพศหญิง 201 คน แต่ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ และเป็นอัตราส่วนที่เพิ่มสูงสุดในบรรดา 4 ชาติ

คดีเน็ตไอดอลสาวอินโดชักชวนแรงงานชาติเดียวกันหลบหนีนายจ้าง หลังจับแล้ว 42 ราย จับเพิ่มอีก 26 ราย

2. เตือน! ตำรวจเริ่มตรวจเข้มแต่งรถจักรยานไฟฟ้าโดยพลการ ที่ไถหนานวันเดียวยึด 11 คัน กระทรวงแรงงานให้ บจง. ประชาสัมพันธ์ ถือเป็นผลงานเพิ่มคะแนนการประเมินประจำปี

      รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องมีใบขับขี่ ไม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน ราคาไม่แพง อีกทั้งมีร้านรับแต่งให้เท่และเพิ่มความเร็วพอ ๆ กับรถมอเตอร์ไซค์หรูผุดขึ้นเต็มไปหมด แต่หารู้ไม่ว่า การแต่งและเพิ่มความเร็วรถจากมาตรฐานเดิม เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย มีโทษปรับหนัก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ไม่มีการจับกันจริงจัง ทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตำรวจจึงเริ่มปฏิบัติการตรวจจับอย่างเข้มงวดตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การแต่งรถจักรยานไฟฟ้าโดยพลการ มีโทษปรับตั้งแต่ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน

      ที่เขตหย่งคัง นครไถหนาน ช่วงระหว่าง 17-19 มิ.ย. 65 ระยะเวลาเพียง 3 วัน ตำรวจตั้งด่านสกัดจับผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่เคารพกฎจราจรและกฎระเบียบ จับผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ทำผิดกฎจราจรได้ถึง 54 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติ ในจำนวนนี้ ไม่สวมหมวกกันน็อก 34 ราย ฝ่าไฟแดง 7 ราย และยึดรถจักรยานไฟฟ้าที่แต่งโดยพลการ 11 คัน

ตำรวจที่หย่งคัง นครไถหนาน ตั้งด่านสกัดจับผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าผิดกฎระเบียบ 3 วันจับผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ทำผิดกฎจราจรได้ถึง 54 ราย ยึดรถจักรยานไฟฟ้าแต่งโดยพลการ 11 คัน

      ด้านกระทรวงแรงงานออกประกาศเตือนแรงงานต่างชาติว่า ควรซื้อหาหรือขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายฟ้าผ่าสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานเท่านั้น ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองมารตฐานจะถูกยึดรถ! การแต่งรถจักรยานไฟฟ้าโดยพลการ มีโทษถูกปรับ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน ! ขณะเดียวกันเรียกร้องให้นายจ้างและบริษัทจัดหางาน ช่วยประชาสัมพันธ์แก่แรงงานต่างชาติในสังกัดของตนได้รับทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ เพื่อจูงใจให้บริษัทจัดหางานประชาสัมพันธ์เรื่องนี้แก่แรงงานต่างชาติในความดูแลของตนอย่างจริงจัง กระทรวงแรงงานกำลังแก้กฎระเบียบ จัดให้ผลงานการประชาสัมพันธ์กฎจราจรแก่แรงงานต่างชาติ เป็น 1 ในรายการการประเมินประจำปีด้วย

ตำรวจเริ่มตรวจจับอย่างเข้มงวดผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ฝ่าฝืนกฎจราจร ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

      กระทรวงแรงงานย้ำว่า ไต้หวันได้ผ่านและประกาศใช้กฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 65 ขยายการควบคุมให้รถจักรยานไฟฟ้าจะต้องติดแผ่นป้ายทะเบียนจึงจะขับขี่บนถนนได้ หากขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานจะถูกยึดรถ และการแต่งรถจักรยานไฟฟ้าโดยพลการ มีโทษถูกปรับ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน

ตำรวจเริ่มตรวจจับอย่างเข้มงวดผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ฝ่าฝืนกฎจราจร ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

      กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เนื่องจากรถจักรยานไฟฟ้าราคาถูกกว่ารถมอเตอร์ไซค์มาก อีกทั้งไม่ต้องสอบใบขับขี่ จึงได้รับความนิยมและกลายเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่สำคัญของกลุ่มแรงงานต่างชาติไปแล้ว และมีแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ซื้อรถจักรยานไฟฟ้าแล้ว ให้ร้านแต่งรถเพิ่มความเท่และความเร็วพอ ๆ กับรถมอเตอร์ไซค์ กระทรวงแรงงานย้ำว่า ในอนาคต รถจักรยานไฟฟ้าจะต้องยื่นขอและติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงจะขับขี่บนท้องถนนได้ หากไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีโทษปรับ 1,200-3,600 เหรียญ ตำรวจจะยึดรถไว้ชั่วคราว จนกว่าจะจัดการให้แล้วเสร็จถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากเป็นรถจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ติดแผ่นป้ายเครื่องหมายรับรองมาตรฐานจะถูกยึดรถไปเลยทันที

ตำรวจเริ่มตรวจจับอย่างเข้มงวดผู้ขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าที่ฝ่าฝืนกฎจราจร ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

     ทั้งนี้ กฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษฉบับแก้ไข ในส่วนที่เกี่ยวกับรถจักรยานไฟฟ้า กำหนดความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. หากฝ่าฝืนจะถูกปรับตั้งแต่ 900-1,800 เหรียญไต้หวัน ไม่สวมหมวกกันน็อกถูกปรับ 300 เหรียญ ดัดแปลงหรือแต่งรถจักรยานไฟฟ้าโดยพลการปรับตั้งแต่ 1,800-5,400 เหรียญไต้หวัน ไม่ให้คนซ้อนท้ายและห้ามเมาแล้วขับ

รถจักรยานไฟฟ้าแต่งโดยพลการ จะถูกยึดรถทันที

3. สลด! แรงงานไทยที่ไทจงปีนต้นมะม่วงในโรงงาน พลัดตกลงมาจากความสูง 6 เมตรเสียชีวิตคาโคนต้นไม้

      แรงงานไทยรายหนึ่ง อายุ 54 ปี ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาทำงานที่โรงงานหล่อโลหะแห่งหนึ่งที่เขตอูรื่อ นครไทจง สันนิษฐานปีนขึ้นไปเก็บลูกมะม่วงดิบในโรงงาน แต่เหยียบกิ่งไม้ผุรองรับน้ำหนักไม่ไหวหักทำให้ร่วงตกลงมา เนื่องจากอยู่ในตรอกที่ลับตาคนหลังโรงงาน วันรุ่งขึ้นจึงมีคนไปพบเสียชีวิตโคนต้นมะม่วงเสียแล้ว

ต้นมะม่วงที่เกิดเหตุแรงงานไทยตกลงมาเสียชีวิต

      เหตุการณ์น่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อหัวค่ำวันที่ 17 มิ.ย. 65 หลังจากเลิกงาน ไม่มีเพื่อนร่วมงานคนไหนพบเห็นแรงงานไทยรายนี้อีกเลย ช่วงรับประทานอาหารค่ำก็ไม่เห็นหน้าเขา จนเพื่อน ๆ ที่สนิทสงสัย โทรศัพท์ก็ไม่มีคนรับสาย จึงแจ้งทางโรงงานออกตามหาจนทั่วบริเวณที่อาจจะไป แต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น มีคนไปพบนอนหน้าคว่ำเสียชีวิตอยู่โคนต้นมะม่วงในตรอกหลังโรงงาน ซึ่งเป็นที่ลับตาคน ไม่ค่อยมีใครไปแถวนั้น นายจ้างจึงแจ้งความ

รอยหักของกิ่งต้นมะม่วงผุเห็นได้ชัดเจน

      ตำรวจและอัยการมาถึงที่เกิดเหตุชันสูตรศพ พบบนร่างของผู้ตายมีรอยช้ำกระแทกของแข็ง สันนิษฐานเกิดจากขณะร่วงตกลงมาฟาดถูกขอบหลังคาและกำแพงโรงงาน ที่หัวมีบาดแผลจากการกระแทกก้อนหินบนพื้น ข้างกายยังมีกิ่งต้นมะม่วงที่หักปักอยู่ อัยการชันสูตรศพและตรวจดูจากที่เกิดเหตุ เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เสียชีวิตจากการร่วงตกลงมาจากที่สูงประมาณ 6 เมตร หัวฟาดก้อนหินบนพื้นทำให้เสียชีวิต

แรงงานไทยที่ไทจงปีนต้นมะม่วงในโรงงาน พลัดตกลงมาจากความสูง 6 เมตรเสียชีวิตคาโคนต้นไม้

      ทำไมถึงไปปีนต้นมะม่วง? เท่าที่ทราบต้นมะม่วงที่เกิดเหตุเป็นของโรงงาน และช่วงนี้เป็นช่วงที่มะม่วงกำลังออกผล แต่ยังไม่สุก ที่ผ่านมา ทางโรงงานไม่ได้ห้ามแรงงานไทยเด็ดมะม่วงจากต้นมากิน และแรงงานไทยก็เคยเด็ดมะม่วงมากินโดยใช้ไม้สอยหรือปีนขึ้นไปเด็ดบนต้นไม้ ไม่เคยมีปัญหามาก่อน แต่ครั้งนี้ สันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะช่วงหัวค่ำอากาศมืด มองไม่ค่อยเห็น ผู้ตายพลาดไปเหยียบใสกิ่งไม้ผุไม่สามารถรองรับน้ำหนักตัวได้ เกิดหักทำให้เสียหลักร่วงตกลงมา ร่างกายกระแทกขอบหลังคาและกำแพงโรงงาน และที่อันตรายคือบนพื้นเต็มไปด้วยก้อนหิน หัวลงก่อนฟาดใส่ก้อนหินทำให้เสียชีวิต

4. โหด! แรงงานเวียดนามติดค้างค่าซื้อยาไอซ์ 4,000 เหรียญ ถูกเจ้าหนี้ซึ่งเป็นคนชาติเดียวกันร่วมกับพวก 4 คนจับตัวไปทรมานส่งคลิปเรียกค่าไถ่จากแม่ที่ทำงานในไต้หวัน 450,000 เหรียญ ตำรวจนิวไทเปจับได้ทั้งแก๊งภายใน 24 ชั่วโมง

      ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครนิวไทเป สนธิกำลังกองปราบกรุงไทเป ทลายคดีแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายจับลูกหนี้คนชาติเดียวกันไปขังและทุบตี แล้วส่งคลิปทรมานลูกชายให้แม่ที่ทำงานผิดกฎหมายในไต้หวันเช่นกัน เรียกค่าไถ่ 450,000 เหรียญ ทั้งที่ติดค้างค่าซื้อยาเสพติด 4,000 เหรียญ เรียกค่าไถ่มากกว่า 112 เท่า ผู้เป็นแม่ซึ่งเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเช่นกันแต่หลบหนีไม่คำนึงสถานภาพของตัวเองเข้าแจ้งความ ตำรวจภายใต้การนำของพนักงานอัยการจากสำนักงานอัยการซินจู๋จู่โจมบ้านเช่าหลังหนึ่งในเมืองซินจู๋ช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้ ภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังแม่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ จับผู้ต้องหาทั้ง 4 ส่งดำเนินคดีข้อหาเรียกค่าไถ่และกรรโชกทรัพย์

แก๊งแรงงานเวียดนาม 4 คนจับแรงงานชาติเดียวกันไปทรมานส่งคลิปเรียกค่าไถ่จากแม่ที่ทำงานในไต้หวัน 450,000 เหรียญ ตำรวจนิวไทเปจับได้ภายใน 24 ชั่วโมง

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงข่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายทั้งหมด มีนายอาไห่เป็นหัวโจก เคยติดคดีลักทรัพย์และจำหน่ายยาเสพติด ผู้เสียหายนายอาซง เป็นแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายเช่นกัน ติดหนี้ค่าซื้อยาเสพติดจำพวกยาไอซ์ 4,000 เหรียญ ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ถูกนายอาไห่พร้อมพวกคนชาติเดียวกันอีก 3 คน จับลูกหนี้จากบ้านเช่าในเมืองซินจู๋ไปขังที่นครไถหนาน บังคับให้เซ็นชื่อใบยอมรับสภาพหนี้เป็นเงิน 450,000 เหรียญ หรือประมาณ 360 ล้านด่อง และถ่ายคลิปบันทึกภาพขณะใช้ไม้เบสบอลอะลูมิเนียมและมีดทำร้ายร่างกายลูกชายส่งให้แม่ของนายอาซง ขู่ให้จ่ายหนี้แทนลูกชาย จากนั้นพากลับไปขังที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในเขตหูโข่ว เมืองซินจู๋

แก๊งทวงหนี้บังคับลูกหนี้เขียนหนังสือรับสภาพหนี้ จากที่ติดหนี้ 4,000 เหรียญ กลายเป็น 450,000 เหรียญ

      อาเสวี่ย คุณแม่ของนายอาซงซึ่งเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันและหลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเช่นกัน เมื่อเห็นคลิปที่ลูกชายถูกทรมานแล้ว ด้วยความที่กังวลลูกชายจะถูกทำร้ายจนพิการหรือเสียชีวิต แต่ไม่มีปัญญาจะหาเงินมาจ่ายค่าไถ่ได้ ไม่คำนึงถึงสถานภาพของตัวเองที่อาจถูกจับส่งกลับประเทศ รีบเข้าแจ้งความต่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่นครนิวไทเป โดยผ่านองค์กรของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ ฝ่ายตำรวจหลังรับแจ้งความ ประสานกับตำรวจท้องที่เกิดเหตุตรวจสอบและยืนยันสถานที่กักขังตัวประกัน จากนั้นวางแผนจู่โจมช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ยึดของกลางเป็นยาไอซ์ มีดสปาต้า ไม้ตีเบสบอล สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร บัตร ATM และมือถือเป็นต้น ส่งผู้ต้องหาทั้ง 4 ดำเนินคดีข้อหาเรียกค่าไถ่และกรรโชกทรัพย์ ส่วนนายอาซงและคุณแม่ที่เป็นแรงงานผิดกฎหมาย หลังเสร็จคดีจะถูกส่งตัวกลับประเทศในฐานะแรงงานผิดกฎหมาย

ยึดของกลางที่เป็นอาวุธใช้ทำร้ายร่างกายลูกหนี้

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง