:::

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2566

  • 20 January, 2023
ขุนพล แรงงานไทย
ธุรกิจโรงแรมและโฮมสเตย์ ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ผู้ประกอบการเรียกร้องเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก Apple Daily)

1. ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเรียกร้องเปิดนำเข้าแรงงานต่างชาติ กระทรวงแรงงานไม่อนุญาต ระบุควรปรับขึ้นค่าจ้างพนักงานท้องถิ่นก่อน

          หลังจากซบเซาอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้ ธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่ต้องประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวต่างเรียกร้องขอให้เปิดนำเข้าแรงงานต่างชาติ แม้แต่ ส.ส. ทั้งหลายก็เสนอให้รัฐบาลควรเปิดให้ภาคบริการนำเข้าแรงงานต่างชาติได้อย่างมีเงื่อนไข แต่กระทรวงแรงงานแถลงว่า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการส่งออก ใบสั่งซื้อสินค้าของภาคการผลิตลดน้อยลง ความต้องการด้านแรงงานลดลงตามไปด้วย ภาคบริการแม้จะเรียกร้องมาตลอดว่าขาดแคลนแรงงาน แต่การปรับขึ้นค่าจ้างและแก้ไขสวัสดิการพนักงานของผู้ประกอบการกลับไม่เด่นชัด ดังนั้น นโยบายของกระทรวงแรงงานในปัจจุบันคือ ลดส่วนต่างความต้องการระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้น้อยลง หรือทำอย่างไรให้นายจ้างยอมปรับขึ้นค่าจ้างและปรับปรุงสวัสดิการของลูกจ้างท้องถิ่นก่อน

กิจการธุรกิจโรงแรมและโฮมสเตย์เริ่มคึกคัก แต่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ผู้ประกอบการเรียกร้องเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ

          กรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การเปิดให้กิจการใหม่นำเข้าแรงงานต่างชาติ ปกติต้องผ่านกระบวนการอย่างน้อย 3 ขั้นตอน ได้แก่ ต้องแก้ปัญหาภายในประเทศก่อน เช่น ส่งเสริมให้แรงงานในประเทศเข้าทำงานในธุรกิจที่ขาดแคลนแรงงานมากขึ้น หากรัฐและผู้ประกอบการพยายามทุกวิถีทางแล้ว ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 จัดตั้งคณะทำงานด้านนโยบายและให้คำปรึกษา ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญ ตัวแทนผู้ประกอบการ ตัวแทนฝ่ายลูกจ้างและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหารือรายละเอียดและเงื่อนไขในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ หากมีความเห็นพ้องกัน จึงจะทดลองเปิดให้นำเข้าบางส่วนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ธุรกิจโรงแรมและโฮมสเตย์ ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ผู้ประกอบการเรียกร้องเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ (ภาพจาก Apple Daily)

          กรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า สำหรับภาคบริการ ได้แก่ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นต้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่ 1และในปี 2565 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการภาคบริการ 106 ราย แสดงความจำนงต้องการรับสมัครพนักงานเข้าทำงาน 2,579 ตำแหน่ง แต่ในจำนวนนี้ มีเพียง 1,070 ตำแหน่งที่ผู้ประกอบการยอมจ่ายค่าจ้างและให้สวัสดิการสอดคล้องกับเงื่อนไขการรับสมัครที่กระทรวงแรงงานกำหนด และในระหว่างการรับสมัคร ผู้ประกอบการยังยกเลิกการรับสมัครพนักงานกลางคัน 535 ตำแหน่ง กรมพัฒนากำลังแรงงานเป็นสื่อกลางช่วยเหลือรับสมัครพนักงานจำนวน 2,871 คน สุดท้ายผู้ประกอบการรับเข้าทำงานจริงเพียง 94 คน อัตราการรับสมัครมีเพียง 3% แสดงว่า ภาวะขาดแคลนแรงงานในภาคบริการไม่รุนแรงอย่างที่ผู้ประกอบการเรียกร้อง ปัญหาสำคัญอยู่ที่ค่าจ้างต่ำไม่เป็นที่จูงใจแรงงานท้องถิ่น ดังนั้นจึงควรปรับปรุงค่าจ้างและสวัสดิการให้ได้มาตรฐานก่อน จากนั้นค่อยมาดูกันว่า ยังหาพนักงานเข้าทำงานไม่ได้จริงหรือไม่ ค่อยมาว่ากัน

บรรยากาศตลาดนัดแรงงานในไทเป

         ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไต้หวันเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติเดินทางมาทำงานใน 10 ประเภทกิจการ ได้แก่ ลูกเรือประมงทะเล ผู้อนุบาลองค์กร ผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้านในครัวเรือน ภาคการผลิต จ้างเหมาบริการภาคการผลิต ก่อสร้าง ชำแหละเนื้อสัตว์ งานเกษตรและงานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตร สำหรับงานภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม โฮมสเตย์ หรือกิจการด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ รวมทั้งพนักงานนวด ไต้หวันยังไม่อนุญาตเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ

2. เทศกาลตรุษจีนปีนี้หยุดยาว 10 วัน หากทำงานคิดค่าจ้างอย่างไร?

          หยุดยาวเทศกาลตรุษจีนเริ่มขึ้นแล้ว ปีนี้มีวันหยุดถึง 10 วัน หากช่วงระหว่างนี้ หากลูกจ้างต้องเข้าทำงาน นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างอย่างไร? กระทรวงแรงงานให้คำตอบว่า ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน หากนายจ้างต้องการให้ลูกจ้างเข้าทำงาน จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน การจ่ายค่าจ้างต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด กล่าวคือทำงานล่วงเวลาหรือโอทีในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้น 1 วัน แต่หากตรงกับวันหยุดพักประจำสัปดาห์ ต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้น 1 ใน 3 และ 2 ใน 3 ตามลำดับ

กระทรวงแรงงานแจงวิธีคิดค่าจ้างทำงานล่าวงเวลา (โอที) ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน 20-29 ม.ค. 66

          สำหรับวันหยุดตรุษจีนปีนี้ เริ่มตั้งแต่ 20-29 มกราคม 2566 หากสถานประกอบการใด มีวันหยุดพักประจำสัปดาห์เหมือนกับระบบราชการ วันที่ 23-26 รวม 4 วัน เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันที่ 20, 21, 27 และ 28 มกราคม เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ สามารถทำงานล่วงเวลาหรือโอทีได้ ส่วนวันที่ 22 และ 29 มกราคมเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำโอทีไม่ได้ ยกเว้นมีเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติ

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวในนครเถาหยวน

          ยกตัวอย่าง แรงงานต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับเงินเดือนพื้นฐานตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ได้แก่ 26,400 เหรียญไต้หวัน คิดเป็นรายวันจะตกวันละ 880 เหรียญ หรือชั่วโมงละ 110 เหรียญไต้หวัน หากทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ได้แก่วันที่ 20, 21, 27 และ 28 มกราคม นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างใน 2 ชั่วโมงแรก ชั่วโมงละ 146 เหรียญไต้หวัน (110 x 1.33) ชั่วโมงที่ 3 เป็นต้นไป จ่ายค่าจ้างชั่วโมงละ 184 เหรียญไต้หวัน (110 x 1.67) ทำงานวันหยุดประจำสัปดาห์ทั้งวันหรือ 8 ชั่วโมง จะได้รับวันละ 1,396 เหรียญไต้หวัน แต่หากทำงานในหยุดนักขัตฤกษ์ ได้แก่วันที่ 23-26 มกราคม รวม 4 วัน แม้จะไม่ถึง 8 ชั่วโมง ให้คิดค่าจ้างทำงานเป็นเวลา 8 ชั่วโมง หรือจ่ายเพิ่ม 1 วัน หรือ 880 เหรียญไต้หวัน ส่วนวันที่ 22 และ 29 มกราคมเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ที่ทำโอทีไม่ได้ ยกเว้นมีเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติเท่านั้น

แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าที่เถาหยวน

          นายหวงเหวยเชิน ผอ. สำนักงานมาตรฐานแรงงานและความเสมอภาคในการทำงาน กระทรวงแรงงานกล่าวว่า การทำงานในวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีนดูเหมือนซับซ้อน แต่หากยึดหลักแบ่งวันหยุดเป็น วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดประจำสัปดาห์ จะทำให้คิดง่ายขึ้น และกฎหมายอนุญาตให้สถานประกอบการสามารถจัดวันทำงานและวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์กันเองได้ ภายใต้หลักการแรงงานต้องได้รับวันหยุดงาน 2 วัน ทุก ๆ ระยะเวลา 7 วัน ในจำนวนนี้ เป็นวันหยุด 1 วัน วันพักผ่อน 1 วัน ดังนั้น วันหยุดประจำสัปดาห์จึงอาจไม่ตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ตามระบบราชการได้ เพื่อลดกรณีพิพาทจากการทำงานล่วงเวลา นายจ้างจึงควรหารือและได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ผอ. สำนักงานมาตรฐานแรงงานและความเสมอภาคในการทำงาน กระทรวงแรงงานย้ำว่า หากนายจ้างฝ่าฝืนกฎหมาย ลูกจ้างสามารถร้องเรียนต่อกองแรงงานท้องที่หรือสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955

ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน หากนายจ้างต้องการให้ลูกจ้างเข้าทำงาน จะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน การจ่ายค่าจ้างต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด

3. เมาแล้วหื่น! แรงงานไทยที่เกาสงเมาอารมณ์เปลี่ยว ย่องบ้านสาวข้างหอพักหวังปล้ำ ถูกพ่อเหยื่อแจ้งจับ ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี 10 เดือน

          นายศตวรรษ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี แรงงานไทยจากอุดรธานี เดินทางมาทำงานในไซต์งานก่อสร้างที่เกาสง หลังเลิกงาน ไปนั่งล้อมวงดื่มเหล้ากับเพื่อนแล้วเกิดอารมณ์เปลี่ยว อยากเที่ยวสถานบันเทิง แต่ไม่มีเงินมากพอ หาทางระบายไฟแห่งตัณหาด้วยการแอบย่องเข้าบ้านข้างหอพักปล้ำหญิงสาวชาวไต้หวันรายหนึ่ง พ่อขอเหยื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือลงมาจากชั้นบนช่วยเหลือลูกสาวไว้ได้ทันและแจ้งตำรวจจับ ฝ่ายหญิงกล่าวหานายศตวรรษ นอกจากใช้พละกำลังกอดปล้ำลูบคลำทั่วร่างกายแล้ว ยังใช้มือแหย่เข้าไปที่อวัยวะเพศด้วย แต่ในประเด็นหลัง ศาลท้องถิ่นเกาสงเห็นว่า ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ประกอบกับแรงงานไทยรายนี้ ให้การสารภาพและให้ความร่วมมือโดยดี อีกทั้งแสดงจุดยืนยินดีชดใช้ค่าเสียหายแก่ฝ่ายหญิง แต่ตกลงกันไม่ได้ที่จำนวนเงิน ศาลจึงตัดสินจำคุกแรงงานไทยรายนี้เป็นเวลา 4 ปี 10 เดือน ความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและพยายามข่มขืน

อาคารที่ทำการศาลท้องถิ่นเกาสง (ภาพจาก https://mapio.net/)

          คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 11 ก.พ. 65 นายศตวรรษ แรงงานไทยที่ทำงานในไซต์งานก่อสร้างในนครเกาสง เลิกงานแล้วไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนแรงงานไทยด้วยกันที่หอพักอีกแห่งในเขตเสียวกั่ง เมื่อเหล้าเข้าปาก ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เกิดอารมณ์เปลี่ยวทนไม่ไหว เดินไปซื้อถุงยางอนามัยที่ร้านสะดวกซื้อก่อน จากนั้นโทรศัพท์เรียกหญิงขายบริการ แต่ฝ่ายตรงข้ามได้ยินเสียงเป็นแรงงานต่างชาติ ขอเพิ่มค่าตัว แรงงานไทยรายนี้เงินไม่พอ จึงต้องเดินทางกลับที่หอพักเพื่อน เห็นทาวน์เฮาส์ใกล้หอพักหลังหนึ่งประตูบ้านเปิดอ้าไว้ จึงย่องเข้าไปในบ้าน แต่ส่งเสียงดังทำให้เจ้าของบ้านเดินลงมาดู แรงงานไทยรายนี้จึงต้องเผ่นออกไปก่อน แต่ยังเฝ้าดักรออยู่ที่หน้าบ้าน เห็นลูกสาวเจ้าของบ้านกลับเข้าบ้านพอดี จึงย่องตามไปเข้าห้องแล้วล็อกประตู หวังข่มขืนหญิงสาวรายนี้ ฝ่ายหญิงตกใจร้องเสียงดัง แรงงานไทยเห็นท่าไม่ดี รีบหนีออกจากห้อง พ่อของหญิงสาวที่อยู่ชั้นบนได้ยินรีบลงมาช่วยเหลือลูกสาวจ๊ะเอ๋กันที่หน้าประตูคว้าไม้ไล่ตี นายศตวรรษฉวยโอกาสหลบออกจากบ้าน ตำรวจได้รับแจ้งความ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรู้ตัวผู้ต้องหารายนี้เป็นแรงงานไทย ตามไปจับที่หอพักไซต์งาน แต่ไม่พบ อย่างไรก็ตาม จากนั้นไม่นาน ตำรวจสามารถตามจับแรงงานไทยรายนี้ได้ที่หอพักไซต์งานอื่น นายศตวรรษให้การสารภาพตลอดข้อหา ขณะที่นายจ้างช่วยเป็นพยานว่า แรงงานไทยรายนี้ปกติขยัน ทำงานดีและให้ความร่วมมือ จึงช่วยเหลือด้วยการหาทนายช่วยแก้ต่างคดี ทนายแจ้งกับผู้พิพากษาว่า นายศตวรรษเป็นแรงงานไทยที่ทำงานดี ไม่เคยมีประวัติเสียมาก่อน ที่ก่อคดีเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่มีเจตนาก่อคดีแต่อย่างใด ฝ่ายหญิงผู้เสียหายกล่าวหาแรงงานไทยใช้กำลังบังคับกอดจูบ ลูบคลำและใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศของเธอ ทำให้เกิดความผวา กลางคืนไม่กล้านอนคนเดียว

แรงงานไทยที่เกาสงเมาย่องบ้านสาวข้างหอพักหวังปล้ำ ถูกพ่อเหยื่อแจ้งจับ ศาลตัดสินจำคุก 4 ปี 10 เดือน (ภาพจาก Liberty Times)

         ผู้พิพากษาศาลท้องถิ่นพิจารณาคดีแล้วเห็นว่า จากหลักฐานการทำงานของจำเลย ไม่เคยขาดงาน ได้รับการรับรองจากหัวหน้างานและนายจ้าง หลังเกิดเหตุมีท่าที่ดีให้ความร่วมมือ และกระตือรือร้นที่จะติดต่อกับญาติพี่น้องในไทยเพื่อรวบรวมเงินชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย แต่เนื่องจากฝ่ายหญิงเรียกร้องจำนวนเงินสูงเกินไป จำเลยไม่สามารถชดใช้ได้ ศาลจึงตัดสินให้จำคุกแรงงานไทยรายนี้ 4 ปี 10 เดือน ความผิดฐานบุกรุกเคหสถานและพยายามข่มขืน เมื่อพ้นโทษแล้ว ให้เนรเทศกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันตลอดไป อย่างไรก็ตาม ให้โอกาสจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง