close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567

  • 02 February, 2024
ขุนพล แรงงานไทย
แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)

1. ก. แรงงานอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว 23,000 คน ภาคการผลิต 8,605 คน หากคิดตามสัดส่วน แรงงานไทยภาคการผลิตได้รับอนุมัติสูงสุด 2,070 คน ปรับเพิ่มเป้าหมายอนุมัติปีละ 20,000 คน

          เพื่อที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญระดับกลาง กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลักดันโครงการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันได้ต่อไป หรือโครงการแรงงานกึ่งฝีมือ ตั้งแต่ 30 เมษายน 2565 จนถึงสิ้นปี 2566 กระทรวงแรงงานอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือไปแล้วประมาณ 23,000 คน จากยอดจำนวนการยื่นขอของนายจ้างกว่า 25,000 ราย ในจำนวนนี้ประมาณ 60% เป็นแรงงานกึ่งฝีมือในภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล กระทรวงแรงงานปรับเพิ่มเป้าหมายในการอนุมัติปีละ 20,000 คน จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายอนุมัติปีละ 10,000 คน

แรงงานกึ่งฝีมือในภาคการผลิต หากได้รับเงินเดือนประจำเกิน 35,000 เหรียญขึ้นไป ไม่ต้องแสดงหลักฐานด้านทักษะฝีมือใด ๆ

          กระทรวงแรงงานเปิดเผยข้อมูลการยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือว่า สิ้นปี 2566 มีนายจ้างไต้หวันได้ยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือต่อกระทรวงแรงงานแล้ว 24,655 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานภาคการผลิต ประมงและการเกษตร 10,364 คน ภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาล 14,581 คน นักศึกษาต่างชาติที่จบจากไต้หวันในระดับอนุปริญญาขึ้นไป 10 คน ได้รับการอนุมัติแล้ว 22,732 คน เป็นแรงงานในภาคการผลิต 8,605 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเวียดนาม 2,884 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 2,439 คน แรงงานไทยได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ 2,070 คน และอินโดนีเซีย 1,212 คน ลูกเรือประมงได้รับการอนุมัติแล้ว 545 คน เป็นลูกเรืออินโดนีเซีย350 คน ฟิลิปปินส์ 93 คน เวียดนาม 7 คนและไทย 4 คน โรงงานฆ่าและชำแหละเนื้อสัตว์ 7 คน เป็นอินโดนีเซีย 5 คน เวียดนามและฟิลิปปินส์และเวียดนามชาติละ 1 คน ภาคการก่อสร้างอนุมัติแล้ว 4 คน เป็นคนงานไทย 3 คน อินโดนีเซีย 1 คน ภาคการเกษตรอนุมัติแล้ว 6 คน เป็นแรงงานเวียดนาม 5 คน อินโดนีเซีย 1 คน งานจ้างเหมาบริการภาคการเกษตรเป็นแรงงานเวียดนาม 2 คน

แรงงานไทยในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมกุยซาน นครเถาหยวน

          ด้านภาคสวัสดิการสังคมหรือผู้อนุบาลในครัวเรือน ได้รับการอนุมัติมากที่สุด 13,193 คน เป็นผู้อนุบาลอินโดนีเซีย 10,211 คน ฟิลิปปินส์ 2,130 คน เวียดนาม 782 คนและผู้อนุบาลไทย 70 คน ส่วนผู้อนุบาลในองค์กร ได้รับอนุมัติ 451 คน เป็นผู้อนุบาลเวียดนาม 257 คน อินโดนีเซีย 151 คน และฟิลิปปินส์ 43 คน

แรงงานไทยที่ไทจงรับการอบรมและสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานประเภารถยก

          ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานเดิมตั้งเป้าหมายไว้ว่า ก่อนปี พ.ศ. 2573 จะอนุมัติการว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือจำนวน 80,000 คน หรืออนุมัติปีละประมาณ 10,000 คน แต่เริ่มจากปี 2567 เป็นต้นไป ปรับเพิ่มเป้าหมายการอนุมัติแรงงานกึ่งฝีมือปีละ 20,000 คนหรือเพิ่มขึ้น 1 เท่า

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)

          กระทรวงแรงงานกล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้นายจ้างยื่นขอว่าจ้างแรงงานกึ่งฝีมือมากขึ้น กระทรวงแรงงานได้ลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวก อาทิ ลดระยะเวลาในการประกาศรับสมัครแรงงานในประเทศ เพื่อให้นายจ้างได้ใบรับรอง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการยื่นขอ และจัดตั้งศูนย์บริการแรงงานกึ่งฝีมือ ฯลฯ ขณะเดียวกันเรียกร้องให้นายจ้าง รีบดำเนินการยื่นขอยกระดับแรงงานต่างชาติทั่วไปของตนที่เห็นว่ามีทักษะฝีมือและมีคุณสมบัติตามกำหนดให้กลายเป็นแรงงานกึ่งฝีมือโดยเร็ว นอกจากช่วยให้แรงงานต่างชาติที่ได้รับการอนุมัติมีสถานะเป็นแรงงานกึ่งฝีมือสามารถอยู่ทำงานในไต้หวันต่อไปได้ ไม่ถูกจำกัดระยะเวลาการทำงาน 12/14 ปีเหมือนอย่างแรงงานต่างชาติทั่วไปแล้ว ยังช่วยนายจ้างประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ไม่ต้องชำระเงินเข้ากองทุนความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไปที่นายจ้างต้องจ่ายเดือนละ 2,000-3,000 เหรียญต่อคน นอกจากนี้ นายจ้างยังสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติคนใหม่มาทดแทนโควตาแรงงานต่างชาติทั่วไปที่ได้รับการยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือแล้ว ช่วยให้นายจ้างมีความยืดหยุ่นในการว่าจ้างแรงงานมากขึ้น

แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)

          โครงการยกระดับแรงงานต่างชาติเป็นแรงงานกึ่งฝีมือ อนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่มีอายุการทำงานในไต้หวันติดต่อกันครบ 6 ปีขึ้นไป หรือทำงานไม่ต่อเนื่องแต่มีอายุงานรวมสะสมครบ 11 ปี 6 เดือนขึ้นไป รวมถึงแรงงานเก่าที่ทำงานครบ 11 ปี 6 เดือนและเดินทางกลับประเทศแล้ว หากนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและมีทักษะฝีมือตามเกณฑ์ นายจ้างสามารถยื่นขอว่าจ้างเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ โดยทำสัญญาครั้งละ 3 ปี เมื่อครบกำหนดสามารถต่อสัญญาใหม่ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดระยะเวลาการทำงาน 12 /14 ปี เหมือนแรงงานต่างชาติทั่วไป จะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญเหมือนแรงงานท้องถิ่น เมื่ออยู่ทำงานในไต้หวันครบ 5 ปีสามารถยื่นขอถิ่นที่อยู่ถาวร แต่เพื่อป้องกันส่งผลกระทบต่อโอกาสทำงานของแรงงานท้องถิ่น มีการจำกัดสัดส่วนที่ยื่นขอได้ไม่เกิน 25% ของโควตาแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตว่าจ้าง ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างได้รับอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ 50 คน สามารถยื่นขอยกระดับเป็นแรงงานกึ่งฝีมือได้ไม่เกิน 25 คน นอกจากนี้ แรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมกันแล้ว ต้องมีอัตราส่วนไม่เกิน 50% ของแรงงานท้องถิ่น เช่นนายจ้างที่มีแรงงานท้องถิ่น 100 คน สามารถว่าจ้างแรงงานต่างชาติทั่วไปและแรงงานกึ่งฝีมือรวมแล้วไม่เกิน 50 คน

ข้อดีของการเป็นแรงงานกึ่งฝีมือที่มีต่อนายจ้างและลูกจ้าง จัดทำโดยกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทรวงแรงงาน

2. แรงงานเวียดนามโอนเงินกลับบ้านถูกหลอก ผู้ให้บริการชาติเดียวกันเห็นโป๊ะแตก พาพวกมาปล้นดื้อ ๆ 50,000 เหรียญถูกรวบทั้งแก๊ง

          นายตรินห์และนายต๋า สองแรงงานเวียดนามทำงานอยู่ที่ไถหนาน เก็บออมเงินได้ก้อนหนึ่งต้องการจะโอนกลับบ้านให้ลูกเมีย จะโอนตามช่องทางถูกกฎหมายก็เสียดายค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องเสีย เห็นโฆษณาทางสื่อโซเชียลบริการโอนเงินก่อนจ่ายทีหลัง ปลอดภัย ถึงไวและเรตดี จึงติดต่อขอใช้บริการ เมื่อตกลงกันเรียบร้อย นายเหงียน ผู้ให้บริการนำหลักฐานการโอนเงินปลอมมาเรียกเก็บเงิน นายตรินห์และนายต๋าโทรศัพท์หาภรรยาตรวจดูบัญชี ยังไม่มีเงินโอนเข้า จึงไม่ยอมจ่ายเงิน นายเหงียนเห็นความแตกเรียกพรรคพวกซ้อมทำร้ายบีบให้แรงงานเวียดนามทั้งสองจ่ายเงิน นายต๋าต้องยอมจ่ายจากนั้นฉวยโอกาสหลบออกไปโทรแจ้งความ ตำรวจมาถึงจับนายเหงียนและพวกรวม 6 คน ข้อหาปล้นทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป

ตำรวจจับนายเหงียนและพวกรวม 6 คน ข้อหาปล้นทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป

          ตำรวจนครไถหนานกล่าวว่า นายตรินห์และนายต๋า สองแรงงานเวียดนามต้องการจะโอนกลับบ้านจำนวน 200,000 เหรียญ และ 50,000 เหรียญไต้หวันตามลำดับ หลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อของนายเหงียนที่บอกว่า โอนก่อนจ่ายทีหลัง ปลอดภัย ถึงไวและอัตราแลกเปลี่ยนดี จึงติดต่อขอใช้บริการ เมื่อตกลงกันเรียบร้อย วันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา นายเหงียน ผู้ให้บริการโอนเงิน เดินทางไปที่หอพัก นำหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีปลอมมาโชว์และเรียกเก็บเงินจากแรงงานเวียดนามทั้ง 2 แต่หลักฐานการโอนเงินแปลก ๆ เพื่อความมั่นใจแรงงานทั้งสองจึงโทรศัพท์ให้ภรรยาที่บ้านตรวจเช็กดูบัญชี ทราบว่าไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีแต่อย่างใด ทั้งสองรู้ว่าถูกหลอกปฏิเสธจ่ายเงิน ถูกนายเหงียนและพวก ซึ่งเป็นแรงงานเวียดนาม 3 คน ชายชาวไต้หวัน 2 คนรุมทำร้าย จนนายต๋าต้องจำยอมควักเงิน 50,000 เหรียญจ่ายให้แก่นายเหงียนโดยดี และถือโอกาสหลบออกจากหอพัก โทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจมาถึงจับนายเหงียนและพรรคพวกรวม 5 คน มี 1 คนที่หลบหนีไป แต่ถูกจับในเวลาต่อมา

ตำรวจยึดเงินสด 50,000 เหรียญที่นายเหงียนและพวกปล้นจากแรงงานเวียดนามชาติเดียวกัน พร้อมของกลางมือถือ 5 เครื่อง

          ตำรวจกล่าวว่า นายเหงียน อายุ 31 ปี แรงงานเวียดนามเดินทางมาทำงานที่ไถหนาน ใช้การทำงานบังหน้า แต่ร่วมกับพวกเปิดบริการโอนเงินแก่คนชาติเดียวกันผ่านช่องทางที่ผิดกฎหมายหรือที่เรียกกันว่าโอนเงินใต้ดิน โดยโฆษณาตามสื่อออนไลน์ว่าโอนก่อนจ่ายทีหลัง ถึงไว ปลอดภัยและเรตดี แต่ใช้หลักฐานการโอนเงินปลอมแหกตาคนบ้านเดียวกัน คราวนี้มาเจอ 2 แรงงานเวียดนามที่รู้ทัน มีการโทรศัพท์ตรวจเช็กดูก่อนว่าเงินเข้าบัญชีหรือยัง เมื่อเหยื่อไม่หลงกลก็จะรุมทำร้าย ยังดีที่นายต๋า แม้จะถูกรีดเงินไปแล้ว 50,000 เหรียญ แต่หลบหนีออกไปโทรศัพท์แจ้งความ ตำรวจรวบนายเหงียนและพวกได้ทั้งแก๊ง ส่งดำเนินคดีข้อหาปล้นทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนแรงงานต่างชาติเตือนให้ระวังแก๊งหลอกโอนเงินใต้ดิน จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทวงแรงงาน

การโอนเงินกลับบ้านต้องระวัง! อย่าใช้บริการที่มีการโฆษณาตามสื่อโซเชียล ซึ่งอ้างว่า เรตดี ปลอดภัย วันเดียวถึง ควรจะโอนผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย มิเช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานเคยกล่าวเตือนว่า การโอนเงินกลับบ้าน โปรดเลือกโอนผ่านช่องทางถูกกฎหมายที่มีหลักประกัน ! ได้แก่ ธนาคาร ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินให้ทำธุรกรรมโอนเงินแรงงานต่างชาติกลับประเทศ หรือขอให้บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถช่วยดำเนินการโอนเงินผ่านธนาคารแทนแรงงานต่างชาติได้ การโอนเงินใต้ดินฟังดูแล้วเหมือนจะสะดวก รวดเร็วและค่าธรรมเนียมถูก แต่ความจริงแล้วแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวง เช่นผู้ประกอบการผิดกฎหมายหอบเงินหนี อาจถูกปล้นหรือชิงทรัพย์จากผู้ให้บริการหรือในระหว่างที่ไปโอนเงิน และเมื่อผู้ให้บริการซึ่งทำธุรกิจผิดกฎหมายถูกตรวจพบ จะถูกอายัดทรัพย์ทำให้อาจไม่ได้รับเงินคืน หรืออาจตกเป็นผู้ต้องหาสมรู้ร่วมคิดกับขบวนการฟอกเงิน พัวพันคดีหลอกลวงต้มตุ๋นโดยไม่รู้ตัว

สื่อประชาสัมพันธ์เตือนแรงงานต่างชาติเตือนให้ระวังแก๊งหลอกโอนเงินใต้ดิน จากกรมพัฒนากำลังแรงงาน กระทวงแรงงาน

3. จับสาวเวียดนามตั้งบริษัทกำมะลอ 10 แห่ง หลอกนำเข้าแรงงานชาติเดียวกันกว่า 100 ราย 3 ปี กินหัวคิว 25 ล้านเหรียญ

          นางเหงียน ผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามและพวก ประกอบด้วยอดีตสามี เพื่อนชาวไต้หวันและแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายซึ่งเป็นแฟนใหม่ของนางเหงียน ร่วมกันตั้งบริษัทกำมะลอถึง 10 แห่ง ทำบัญชีรายชื่อลูกจ้างปลอม ยื่นขอนำเข้าแรงงานเวียดนาม โดยเก็บค่าหัวคิวแรงงานเวียดนามในราคาถูกคนละ 100,000 เหรียญ แต่เก็บค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญต่อเดือน รวมระยะเวลา 3 ปี นำเข้าแรงงานเวียดนามมาทำงานแล้วกว่า 100 คน จากนั้นจัดให้ไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นอย่างผิดกฎหมาย มีรายได้รวมกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสาขาจีหลง ได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดีเมื่อต้นปี 2566 ว่า มีผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวเวียดนามที่หยุนหลินหารายได้จากการยื่นข้อมูลปลอมหลอกนำเข้าแรงงานชาติเดียวกัน จึงประสานงานกับสำนักงานอัยการเมืองหยุนหลินตรวจสอบคดีนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจทลายขบวนนอกกฎหมายที่นำโดยหญิงเวียดนาม ปลอมเอกสารยื่นต่อทางการ 3 ปีนำเข้าแรงงานเวียดนามกว่า 100 คน มีรายได้จากแรงงานกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน

          หลังจากใช้เวลาตรวจสอบหลายเดือนจนได้หลักฐานต่าง ๆ ครบถ้วน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จีหลง สนธิกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและสถานีตำรวจหยุนหลินจำนวน 130 นาย โดยแบ่งเป็นหลายสาย ภายใต้การนำของพนักงานอัยการหยุนหลิน จู่โจมบริษัทของนางเหงียนที่ตั้งอยู่ในไทจง จางฮั่วและหยุนหลินทั้ง 10 แห่ง จับนางเหงียนพร้อมพวกและแรงงานชาวเวียดนามจำนวน 34 คน พร้อมยึดของกลางเป็นบัญชีรายชื่อ บัญชีการเงินและโทรศัพท์มือถือได้เป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา พนักงานอัยการเสร็จสิ้นการสอบสวน สั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 คน ได้แก่นางเหงียนและแฟนใหม่ นายหวางและนายเว่ย ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกง ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน และจัดส่งแรงงานไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับนายเหงียน แรงงานผิดกฎหมาย หลังจากพ้นโทษแล้วจะถูกส่งกลับประเทศ ส่วนบุคคลอีก 10 รายที่เป็นผู้รับผิดชอบบริษัทในลักษณะนอมินี เนื่องจากถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่รู้ตัว ได้รับการรอลงอาญา

เจ้าหน้าที่ตำรวจทลายขบวนนอกกฎหมายที่นำโดยหญิงเวียดนาม ปลอมเอกสารยื่นต่อทางการ 3 ปีนำเข้าแรงงานเวียดนามกว่า 100 คน มีรายได้จากแรงงานกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน

          สำนวนฟ้องของสำนักงานอัยการหยุนหลินระบุว่า นายหวางและนายเว่ย ชายชาวไต้หวัน อายุ 50 ปีและ 51 ปีตามลำดับ ร่วมกันเป็นเจ้าของ 2 บริษัทจัดหางาน นำเข้าแรงงานเวียดนามเป็นส่วนใหญ่ โดยมีนางเหงียน อายุ 41 ปีหญิงชาวเวียดนามที่มาแต่งงาน โอนสัญชาติเป็นชาวไต้หวันแล้วหย่า เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาด ยังทำหน้าที่เป็นล่ามและดูแลแรงงานเวียดนาม และมีนายเหงียน แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่เป็นแฟนใหม่ของนางเหงี่ยนเป็นผู้ช่วยในการดูแลแรงงานเวียดนามที่มาใหม่ โดยนางเหงียน นายหวางและนายเว่ย ตั้งบริษัทปลอม ใช้บัญชีรายชื่อพนักงานชุดเดียวกัน สลับกันเป็นพนักงาน สมัครเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เพื่อยื่นขออนุญาตนำเข้าแรงงานต่างชาติ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วถอนชื่อออกจากกองทุน จากนั้นตั้งบริษัทใหม่ สมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ ใหม่ ใช้วิธีดังกล่าวตั้งบริษัทกำมะลอถึง 9 แห่ง นำเข้าแรงงานเวียดนามกว่า 130 คน แรงงานที่นำเข้าแต่ละชุด จะจัดให้ไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากเก็บค่าหัวคิวคนละ 100,000 เหรียญแล้ว ยังเก็บค่าดูแลหรือที่รู้จักกันในชื่อค่าล่ามเดือนละ 1,800 เหรียญ จากการตรวจสอบ ขบวนการดังกล่าวเริ่มเปิดนำเข้าแรงงานเวียดนามตั้งแต่ปี 2563 เก็บค่าใช้จ่ายจากแรงงานเวียดนามไปแล้วกว่า 25 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงสั่งฟ้องข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกง ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงาน และจัดส่งแรงงานไปทำงานกับนายจ้างรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตำรวจจู่โจมบริษัทกำมะลอของนางเหงียนที่ตั้งอยู่ในไทจง จางฮั่วและหยุนหลินทั้ง 10 แห่ง จับนางเหงียนพร้อมพวกและแรงงานชาวเวียดนามจำนวน 34 คน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง