close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567

  • 09 February, 2024
ขุนพล แรงงานไทย
บรรยากาศที่สนามบินเถาหยวน เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการแรงงานต่างชาติกำลังรับและพาแรงงานต่างชาติที่เดินทางถึงไต้หวันออกจากสนามบิน

1. นโยบายผ่อนผันทำยอดจำนวนแรงงานต่างชาติพุ่ง สิ้นปี 2566 มีทั้งหมด 753,430 คน อินโดฯ ครองแชมป์ 272,855 คน แรงงานไทย 67,939 คน

          แม้ว่าธุรกิจบางแขนงจะซบเซา แต่ภาพรวมภาวะขาดแคลนแรงงานในไต้หวันยังคงรุนแรงต่อเนื่อง กระทรวงแรงงานมีการผ่อนผันการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ทำให้ยอดจำนวนแรงงานต่างชาติในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติ ณ สิ้นปี 2566 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติ 753,430 คน เพิ่มขึ้น 25,349 คน เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ในจำนวนนี้ แรงงานอินโดนีเซียทวงแชมป์กลับมาครองอีกครั้ง หลังจากที่เสียแชมป์ให้แรงงานเวียดนามไปชั่วคราวก่อนหน้านี้ ส่วนแรงงานไทยยังอยู่อันดับสุดท้าย แต่เพิ่มขึ้น 963 คน เมื่อเทียบกับปี 2565 ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในภาคการก่อสร้าง

แรงงานเวียดนามที่เดินทางถึงไต้หวัน กำลังรอเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการแรงงานต่างชาติประจำท่าอากาศยานพาออกจากสนามบิน

          ไต้หวันประสบกับวิกฤตเด็กเกิดน้อย ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เป็นเหตุให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน กระทรวงแรงงานผลักดันมาตรการดึงดูดคนหนุ่มสาวเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ส่งเสริมผู้ที่เกษียณอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุและกลุ่มสตรีกลับสู่ตลาดแรงงาน เพื่อเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน ขณะเดียวกันยังทบทวนนโยบายและมีการผ่อนผันการนำเข้าแรงงานต่างชาติในหลากหลายกิจการ โดยเริ่มจากเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ขยายการนำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคการก่อสร้าง ให้โควตาบริษัทก่อสร้างสามารถนำเข้าแรงงานต่างชาติมาประจำในบริษัทเหมือนกับโรงงานทั่วไป จากเดิมที่อนุญาตให้นำเข้าได้ตามโครงการที่รับเหมาก่อสร้างเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างชาติในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและผู้อนุบาลในองค์กร รวมจำนวนแรงงานต่างชาติที่นำเข้าได้เพิ่มขึ้น 28,000 คน ต่อมาในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ผ่อนผันคุณสมบัติของนายจ้างที่มีความต้องการว่าจ้างผู้อนุบาลในครัวเรือน คาดจะช่วยให้นำเข้าผู้อนุบาลในครัวเรือนเพิ่มอีก 20,000-30,000 คน และยังอนุญาตให้โรงงานที่ไม่เคยจดทะเบียนเข้าสู่ระบบโรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและจัดสรรโควตาโดยกระทรวงเศรษฐการ มีสิทธิ์ยื่นนำเข้าแรงงานต่างชาติได้อีก 6,000 คน มีผลตั้งแต่ 16 มีนาคม-15 พฤษภาคม 2567 และยังมีธุรกิจโรงแรมยื่นขอนำเข้าแรงงานต่างชาติที่อยู่ระหว่างพิจารณา คาดว่า มีโอกาสสูงที่จะอนุญาตให้นำเข้าได้อย่างมีเงื่อนไข แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจำนวนเท่าไหร่และเปิดให้นำเข้าได้ในช่วงไหน?

แรงงานฟิลิปปินส์เป็นกลุ่มเดียวที่มีจำนวนลดลง เมื่อเทียบกับปี 2565

          กระทรวงแรงงานเปิดเผยข้อมูลว่า ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 ในไต้หวันมียอดจำนวนแรงงานต่างชาติ 753,430 คน ทำงานอยู่ในภาคการผลิต 519,125 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 12,902 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคม มีจำนวน 234,305 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 12,447 คน หากจำแนกตามประเภทกิจการ ภาคการก่อสร้าง 23,625 คน แบ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ภาครัฐหรือโครงการเมกะโปรเจกต์ และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วไป 19,965 คน และ 3,589 คน ตามลำดับ เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 6,201 คนและ1,68 คน ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีบริษัทก่อสร้างที่ได้รับโควตานำเข้าแรงงานต่างชาติมาประจำบริษัทอีก 71 คน สำหรับภาคการผลิต กิจการที่เป็นงานหนัก สกปรกและอันตราย หรือที่ในไต้หวันเรียกกิจการ 3K ว่าจ้างแรงงานต่างชาติมากที่สุด จำนวน 339,079 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 3,815 คน โรงฆ่าและชำแหละเนื้อสัตว์ 2,241 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 290 คน โควตาพิเศษที่เปิดให้นายจ้างซื้อเพิ่มโดยการจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อความมั่นคงในการทำงานของแรงงานท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น มีจำนวน 120,509 คน เทียบกับปี 2565 ลดลง 2,666 คน ส่วนภาคสวัสดิการสังคม ผู้อนุบาลในครัวเรือน 214,256 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 10,612 คน ผู้อนุบาลในองค์กร 18,158 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 1,465 คน และผู้ช่วยงานบ้าน 1,891 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 370 คน

แรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อนุบาล มีมากถึง 179,034 คน ครองสัดส่วนผู้อนุบาลในไต้หวัน 76.5%

          หากจำแนกตามสัญชาติ แรงงานอินโดนีเซียมีจำนวนมากที่สุด 272,855 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 22,741 คน รองลงมาได้แก่แรงงานเวียดนาม 263,263 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 7,081 คน ตามด้วยแรงงานฟิลิปปินส์ 149,371 คน เทียบกับปี 2565 ลดลง 5,435 คน แรงงานไทยอยู่อันดับสุดท้าย มีจำนวน 67,939 คน เทียบกับปี 2565 เพิ่มขึ้น 963 คน

สิ้นปี 2566 ในไต้หวันมีแรงงานต่างชาติ 753,430 คน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยแรงงานอินโดนีเซีย ครองแชมป์ 272,855 คน ส่วนแรงงานไทยมี 67,939 คน

2. เตือนภัยยาซอมบี้ ยาเสพติดพันธุ์โหด เปลี่ยนคนเป็นผีดิบ ระบาดสู่กลุ่มแรงงานต่างชาติ ตำรวจจับตาแก๊งมาเฟียไต้หวัน สันนิษฐานบงการอยู่เบื้องหลัง

          ตำรวจปราบปรามยาเสพติดไต้หวันตรวจพบว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยาเสพติดรูปแบบใหม่ที่รุนแรงกว่ายาบ้า ยาไอซ์หลายสิบเท่า ผู้เสพจะมีพฤติกรรมคล้ายผีดิบ เรียกกันว่ายาซอมบี้ อย่าง เมฟีโดรนหรือในไต้หวันเรียกว่า เมียวเมียว (Meow Meow) ซึ่งเป็นสารเสพติดออกฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้เกิดความรู้สึกสนุกสนาน มีภาวะเคลิ้ม เสพแล้วอันตรายถึงตายได้ นอกจากนี้ ยังมีฟลักกาหรือที่เรียกว่า Bath Salts เพราะมีลักษณะคล้ายผงเกลืออาบน้ำ เป็นยาเสพติดชนิดใหม่เสพโดยการสัมผัสโดยตรงซึมผ่านผิวหนัง ออกฤทธิ์ทำให้เสียชีวิตได้ทันทีเช่นกัน กำลังระบาดเข้าสู่กลุ่มแรงงานต่างชาติ เนื่องจากอุปสรรคด้านภาษา ตำรวจดักฟังการติดต่อสื่อสารของแรงงานต่างชาติได้ลำบาก เมื่อจับคนเสพได้แล้ว ไม่สามารถตรวจสอบขยายผลไปยังเอเย่นต์ที่ขายได้ ได้แต่จับผู้เสพ แล้วให้นายจ้างประกันตัว จากนั้นแรงงานเหล่านี้ก็หลบหนี กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ที่หนักกว่านั้น ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้บงการอยู่เบื้องหลังกลุ่มเอเยนต์ค้ายาเสพติดดังกล่าว เป็นแก๊งมาเฟียในไต้หวันที่พุ่งเป้าหมายมายังกลุ่มแรงงานต่างชาติ ซึ่งหากินง่ายกว่าและไม่สามารถซัดทอดไปยังเอเยนต์ผู้จำหน่าย มีความปลอดภัยกว่า

ตำรวจผิงตงทลายแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาเสพติดรูปแบบใหม่ในซองกาแฟ (ภาพจากสถานีตำรวจผิงตง)

          ตำรวจปราบปรามยาเสพติดไต้หวันกล่าวว่า ยาเสพติดรูปแบบใหม่ถูกเรียกว่ายาซอมบี้ เพราะผู้เสพจะมีอาการคล้ายผีดิบในหนัง ชนิดแรก เมฟีโดรนหรือในไต้หวันเรียกว่า เมียวเมียว เป็นสารสังเคราะห์กลุ่มคาทิโนน (cathinone) มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้มีสารสื่อประสาทในสมองเพิ่มมากขึ้นและเกิดฤทธิ์การกระตุ้นประสาท ทำให้มีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นสุข รู้สึกตื่นตัว ไม่เหนื่อยล้า จึงถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างแพร่หลายและพบผู้เสพในต่างประเทศเสียชีวิตจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมียาฟลักกา (Flakka) หรือ Bath Salts มีลักษณะคล้ายผงเกลืออาบน้ำ เป็นยาเสพติดในรูปแบบยาผงสีขาว หรือผลึกแก้วสีขาว หรือสีชมพู สังเคราะห์มาจากสารคาทิโนน (Cathinones) เช่นกัน เป็นยาเสพติดชนิดใหม่เสพโดยการสัมผัสโดยตรงซึมผ่านผิวหนัง จะออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง และสมองเหมือนกับยาบ้า ยาไอซ์และยาอี แต่รุนแรงกว่าหลายสิบเท่า ผู้เสพยาฟลักกา จะมีอาการคลุ้มคลั่ง ทั้งอาละวาดทำร้ายผู้คน พูดจาไม่รู้เรื่อง ถึงขั้นกัดกินเนื้อผู้คนที่เดินผ่านไปมาเหมือนกับซอมบี้จริง ๆ มีรายงานจากรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมยิงปืนใส่ผู้เสพหลายนัดจึงจะหยุดอาการได้ นี่จึงเป็นที่มาของชื่อ “ยาซอมบี้” นอกจากนี้ ยาซอมบี้ที่กล่าวมาข้างต้น ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะและโรคร้ายแรงหลายชนิดด้วย เช่น อาการหัวใจวาย ตับวาย ไตวาย หลอดเลือดตีบตัน เป็นโรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองเป็นต้น ความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตสูงกว่ายาเสพติดทั่วไป และที่น่าเป็นห่วงคือ ยาซอมบี้เหล่านี้ กำลังระบาดเข้าสู่กลุ่มแรงงานต่างชาติมากขึ้น

ยาฟลักกา (Flakka) หรือ Bath Salts มีลักษณะคล้ายผงเกลืออาบน้ำ เป็นยาเสพติดในรูปแบบยาผงสีขาว หรือผลึกแก้วสีขาวหรือทำเป็นชนิดเม็ด เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ผู้เสพจะมีอาการคลุ้มคลั่ง ทั้งอาละวาดทำร้ายผู้คน ถึงขั้นกัดกินเนื้อผู้คนที่เดินผ่านไปมาเหมือนกับซอมบี้จริง ๆ

          ตำรวจปราบปรามยาเสพติดไต้หวันกล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ศูนย์การค้าอาเซียนสแควร์ แหล่งชุมนุมแรงงานต่างชาติขนาดใหญ่ในนครไทจง มีการจับกุมแรงงานต่างชาติรายหนึ่ง ในกระเป๋าพบยาซอมบี้พลักกา น้ำหนักรวม 65 กรัม ราคาท้องตลาดประมาณ 300,000 เหรียญ ทั้งที่รู้ว่าแรงงานต่างชาติรายนี้เป็นเอเยนต์ค้ายา แต่ก็ได้แต่เพียงลงโทษข้อหามียาเสพติดใว้ในครอบครอง ไม่สามารถขยายผลไปสู่ขบวนการที่ป้อนยาเสพติดที่บงการอยู่เบื้องหลังได้ และที่แย่กว่านั้นคือ โทษมียาเสพติดไว้ในครอบครอง พนักงานอัยการไม่สามารถคุมตัว ได้แต่ให้ประกันและส่งมอบให้นายจ้างรับกลับไปรอการดำเนินคดี สุดท้ายผู้ต้องหาก็หลบหนี กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ผู้ต้องหาเหล่านี้เป็นเพียงคดีเฉพาะราย ไม่สามารถขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาที่อยู่เบื้องหลังได้

ตำรวจตรวจผับแรงงานต่างชาติในเถาหยวน

          ตำรวจปราบปรามยาเสพติดกล่าวอย่างหนักใจว่า ขั้นตอนการตรวจจับคดียาเสพติด อันดับแรกจะต้องดักฟังการติดต่อสื่อสารของกลุ่มผู้ค้ายา เพื่อล็อกกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องหา เมื่อโอกาสสุกงอมจึงจะจู่โจมเข้าจับกุม แต่อุปสรรคด้านภาษาเป็นปัญหาใหญ่ของตำรวจ ประกอบกับกลุ่มแรงงานต่างชาติเหล่านี้มักจะเป็นกลุ่มปิด บุคคลภายนอกยากที่จะแทรกซึมเข้าไปได้ และเป็นไปได้ยากที่ตำรวจจะวางสาย เพื่อให้แก๊งค้ายากัดกันเอง และนี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ตำรวจจับผู้ต้องหาแรงงานต่างชาติในคดียาเสพติด ส่วนใหญ่จะจับได้จากการตรวจพบโดยบังเอิญ ไม่สามารถทลายทั้งเอเยนต์และแก๊งค้ายาที่บงการอยู่เบื้องหลัง

ตำรวจไทจงทลายแก๊งค่ายาเสพติด ยึด Methylpropiophenone สารตั้งต้นที่ใช้ผลิตเมียวเมียว ยาเสพติดรูปแบบใหม่ 3,529 กก. นำไปผลิตยาเสพติดในรูปซองกาแฟได้มากถึง 14.5 ล้านซอง มูลค่ากว่า 7,250 ล้านเหรียญไต้หวัน

3. แรงงานเวียดนามตั้งแก๊งทวงหนี้ จับแฟนสาวลูกหนี้ชาติเดียวกันแก้ผ้าถ่ายคลิปส่งญาติที่เวียดนามเรียกค่าไถ่ ฮึดสู้ไล่ฟันตำรวจ ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 10 เดือน

          นายดั่ง แรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน แต่หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายและก่อคดีค้ายาเสพติดถูกศาลออกหมายจับ ร่วมกับแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายอีก 2 คน ได้แก่นายเหงียนและแฟนสาวชาติเดียวกัน ตั้งแก๊งทวงหนี้ จับแฟนสาวชาวเวียดนามของลูกหนี้ไปแก้ผ้าถ่ายคลิปทวงหนี้จากญาติที่เวียดนาม ญาติแจ้งความข้ามประเทศ ตำรวจจับนายเหงียนและแฟนสาวได้ก่อน นายเหงียนให้ความร่วมมือกับตำรวจ นัดนายดั่งออกมาพบ แต่นายดั่งพบว่า ตนถูกหักหลัง ใช้มีดแรมโบ้ไล่ฟันนายเหงียนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจที่ดักรออยู่รีบเข้าสกัดจับ แต่ผู้ร้ายควงมีดไล่ฟันผู้เข้าใกล้ ตำรวจไม่ใช้ปืนหวังจับโดยละม่อม ตำรวจนายหนึ่งถูกฟันที่คอเป็นแผลยาว 20 ซม. โชคดีที่เป็นปลายมีด บาดแผลแม้จะน่ากลัว แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ในระหว่างชุลมุน นายดั่งหลบหนีไปได้ โดยไปซ่อนในแทงก์น้ำบนหลังคาของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง 4 ชั่วโมงให้หลังถูกตำรวจลากตัวออกมาดำเนินคดี ข้อหาจำกัดเสรีภาพผู้อื่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานและพยายามฆ่า เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นซินจู๋ตัดสินจำคุกแรงงานเวียดนามทั้ง 3 ราย 1 ปี 7 เดือนถึง 1 ปี 10 เดือน หลังพ้นโทษแล้ว เนรเทศกลับประเทศ ห้ามเข้าไต้หวันตลอดไป

หลังเกิดเหตุ นายดั่งหลบไปซ่อนตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ตำรวจจำนวนมากออกตามล่า

          คดีนี้ สืบเนื่องจากนายดั่ง อายุ 32 ปี แรงงานเวียดนามที่เดินทางมาทำงานในไต้หวัน แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายหลบไปกบดานอยู่ที่ซินจู๋ ยึดอาชีพค้ายาเสพติดและร่วมกับนายเหงียนและแฟนสาว แรงงานเวียดนามชาติเดียวกัน ตั้งแก๊งทวงหนี้ ก่อคดีลักพาตัวคนบ้านเดียวกันไปแก้ผ้าถ่ายรูปส่งให้ญาติที่เวียดนามเรียกค่าไถ่ ญาติของเหยื่อแจ้งความข้ามประเทศ สถานีตำรวจซู่หลิน นครนิวไทเปหลังรับแจ้งความ มีการสืบสวนสอบสวนคดีจนพบแหล่งกบดาน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2566 เวลาประมาณ 19.00 น. จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายตามไปจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดีที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในตำบลหูโข่ว เมืองซินจู๋ เมื่อไปถึงพบนายเหงียน และแฟนสาวที่อยู่หอพักเดียวกัน ควบคุมตัวและสอบถามห้องพักของนายดั่ง นายเหงียนให้ความร่วมมือกับตำรวจ โทรศัพท์นัดนายดั่งออกมาพบ นายดั่งมาตามนัด แต่ไหวตัวทันรู้ตัวว่าถูกเพื่อนหักหลัง คว้ามีดใบตายหรือที่เรียกกันว่ามีดแรมโบ้ที่พกติดตัวตลอดเวลาออกมาไล่ฟันนายเหงียนจนใบหูแทบขาด ที่แขนถูกฟันได้รับบาดเจ็บ ฟันหัก 1 ซี่ ตำรวจรีบเข้าสกัดจับโดยไม่ใช้กระบองหรืออาวุธปืน เพื่อจับกุมตัวโดยละม่อม ถูกนายดั่งควงมีดฟันถูกคอ 1 นาย แผลยาวถึง 20 ชม. แต่โชคดีที่แผลไม่ลึก ในระหว่างที่ชุลมุน นายดั่งหลบหนีได้ในความมืด ตำรวจรีบเรียกรถพยาบาลส่งผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ได้แก่ นายเหงียนและตำรวจ 1 นายส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล โชคดีที่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต จากนั้นตำรวจวิทยุขอความช่วยเหลือจากตำรวจท้องที่ ออกตามล่าตามเส้นทางหลบหนีของแรงงานเวียดนามรายนี้ทั้งคืน พร้อมทั้งแจ้งชาวบ้านในละแวกเดียวกันต้องระวังอันตราย เนื่องจากผู้ร้ายมือควงอาวุธมีคม เมื่อพบเห็นรีบแจ้งความ

ตำรวจไล่ล่านายดั่งตามหอพักและอพาร์ตเมนต์ต่าง ๆ

          นายดั่ง หลังฝ่าวงล้อมตำรวจหลบหนีออกไปได้สำเร็จ แอบไปซ่อนตัวอยู่ในแทงก์น้ำขนาดใหญ่บนหลังคาของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งนาน 4 ชั่วโมง ทนไม่ไหวปีนออกมาจากแทงก์น้ำ ถูกชาวบ้านเห็นแจ้งตำรวจจับกุมตัวได้ ในลักษณะเปียกและสั่นไปทั้งตัว พร้อมมีดแรมโบ้ที่ใช้ต่อสู้กับตำรวจ หลังจากหลบหนีไปได้ 4 ชั่วโมง หลังสอบสวนพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คน กักขังหน่วงเหนี่ยว จำกัดเสรีภาพผู้อื่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานและพยายามฆ่า

นายเหงียนถูกนายดั่งควงมีดแรมโบ้ไล่ฟันได้รับบาดเจ็บที่ใบหู แขน และฟันหัก 1 ซี่

          เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ศาลท้องถิ่นซินจู๋ ตัดสินจำคุกแรงงานเวียดนามทั้ง 3 ราย โดยนายเหงียน แม้จะให้ความร่วมมือกับตำรวจ แต่ร่วมกับนายดั่งลักพาตัวเหยื่อไปแก้ผ้าถ่ายคลิปและบ่ายเบี่ยงที่จะพูดความจริง ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 7 เดือน แฟนสาวของนายเหงียนเนื่องจากเป็นผู้ถ่ายคลิปและส่งให้ญาติของเหยื่อเรียกค่าไถ่ ถูกจำคุก 1 ปี 10 เดือน ส่วนนายดั่งใช้มีดทำร้ายผู้อื่น เข้าข่ายพยายามฆ่าและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน จำคุก 1 ปี 8 เดือน ผู้ต้องหาทั้ง 3 หลังพ้นโทษแล้ว เนรเทศกลับประเทศ ห้ามเข้าไต้หวันตลอดไป

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง