ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 13 มกราคม 2564

  • 13 January, 2021
น.ส. วรัตม์สุดา ศรทัตต์ รอง ผอ. รักษาการแทน ผอ.สนร.ไทเป (ซ้าย) เยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยที่ป่วยเป็นอัมพาต

1. สถานการณ์โควิดรุนแรง บวกแรงงานอินโดฯ ถูกห้ามเข้าไต้หวันชั่วคราว ความต้องการผู้อนุบาลสูง นายหน้าเถื่อนฉวยโอกาส ยุยงให้ผู้อนุบาลหลบหนีไปทำงานผิดกฎหมาย หรือโอนย้ายไปทำงานโรงงาน

       ท่ามกลางสถานการณ์โควิดยทวีความรุนแรง การเดินทางมาทำงานในไต้หวันของแรงงานต่างชาติประสบอุปสรรค  ประกอบกับไต้หวันสั่งห้ามแรงงานอินโดนีเซียเดินทางมาทำงานชั่วคราว อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิดในอินโดนีเซียรุนแรงสุดในอาเซียน และมีการตรวจพบแรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้าไต้หวัน ติดเชื้อโควิดร่วม 200 คน ตลอดจนปัญหาที่รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับให้นายจ้างต้องรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายของผู้อนุบาลทั้งหมด คาดอีกไม่นานเวียดนามและฟิลิปปินส์อาจเลียนแบบตามอย่างบ้าง ขณะที่ไต้หวันต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติในระดับสูง ทำให้ทุกภาคส่วนขาดแคลนแรงงานและเกิดสภาพการณ์แย่งชิงแรงงานต่างชาติภายในไต้หวันที่นายจ้างประสบปัญหา

สถานการณ์โควิดรุยแรง การเดิทางมาทำงานของแรงงานต่างชาติมีอุปสรรค ทำให้ไต้หวันขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

       ไต้หวันที่กำลังจะเข้าสู่สังคมชราภาพระดับสูงสุดในปี 2568 สัดส่วนคนชราในไต้หวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% จึงมีความต้องการสูงที่จะว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติจำนวนมาก เมื่อแหล่งที่มาแรงงานลดน้อยลง ประกอบกับปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ตลาดผู้อนุบาลปั่นป่วน

สังคมไต้หวันต้องพึ่งพิงผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก

       หน้าที่การงานของตำแหน่งงานผู้อนุบาลค่อนข้างลำบาก แถมค่าจ้างและสวัสดิการสู้งานในโรงงานไม่ได้ จึงมีผู้อนุบาลจำนวนหนึ่งต้องการจะโอนย้ายไปทำงานในภาคการผลิต โดยช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ผู้อนุบาลที่โอนย้ายไปทำงานในโรงงาน ส่วนใหญ่เป็นผู้อนุบาลที่นายจ้างเสียชีวิต หรือสูญสิ้นคุณสมบัติในการว่าจ้าง ต้องรอการโอนย้ายนายจ้างอยู่ที่บ้านพักฉุกเฉิน มีนายหน้าเถื่อนคอยให้ความช่วยเหลือ โอนย้ายไปทำงานในโรงงาน โดยเก็บค่าหัวคิวรอบสอง แต่ขณะนี้ สภาพการณ์ดังกล่าวรุนแรงมากขึ้น แม้แต่ผู้อนุบาลที่ยังทำงานกับนายจ้างเดิม ไม่มีปัญหาในการโอนย้าย ก็ได้รับการทาบทามปลุกปั่นให้หลบหนีไปทำงานผิดกฎหมาย หรือโอนย้ายไปทำงานโรงงานสมาคมส่งเสริมความสัมพันธ์นายจ้างและลูกจ้างสากลกล่าวว่า เคยพบแรงงานต่างชาติหลายราย เดินทางมาทำงานในตำแหน่งผู้อนุบาล แต่ทำได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนไปทำงานโรงงานโดยผ่านการทำเรื่องเสียค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทจัดหางานรายอื่น หรือหลบหนีไปทำงานผิดกฎหมาย

สังคมไต้หวันต้องพึ่งพิงผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก

       ต่อสภาพการณ์ดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่จะทบทวนนโยบายด้านแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อนุบาล ควรจะแยกหน่วยงานที่ดูแลบริหารผู้อนุบาลออกจากแรงงานต่างชาติภาคการผลิต โดยให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่รับผิดชอบระบบการดูแลระยะยาว เป็นผู้บริหารจัดการแทนที่กระทรวงแรงงาน ให้การดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้อนุบาลต่างชาติมากขึ้น ให้พวกเขาสามารถปรับตัวเป็นกำลังแรงงานสำคัญของระบบการดูแลระยะยาว 2.0 ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลักคือกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ มิเช่นนั้น ปัญหาขาดแคลนผู้อนุบาลจะรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง

ผู้อนุบาลต่างชาติจำนวนมากขึ้น ขอเปลี่ยนย้ายไปทำงานโรงงาน

2. อากาศหนาวบวกสถานการณ์โควิด สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ห่วงใยแรงงานไทย วอนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ

         น.ส. วรัตม์สุดา ศรทัตต์ รอง ผอ. รักษาการแทน ผอ.สนร.ไทเปพูดคุยและให้กำลังใจแรงงานไทย เนื่องในโอกาสปีใหม่สากลและเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงว่า สถานการณ์โควิดที่ยังน่าเป็นห่วง ในไต้หวันแม้จะปลอดภัยกว่าประเทศอื่น แต่ก็ขอให้แรงงานไทยอย่างได้ประมาท เนื่องจากแรงงานชาติอื่น อย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ พบว่าติดเชื้อกันมาก ในโรงงานอาจมีโอกาสทำงานร่วมกัน เพราะฉะนั้น จึงขอให้ป้องกันและคุ้มครองตัวเราให้ปลอดจากโรคภัย ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม หมั่นล้างมือ หลีกเลี่ยงไปยังสถานที่แออัดและอากาศไม่ถ่ายเท

อากาศหนาว บวกสถานการณ์โควิด สนร. แรงงานไทยแนะแรงงานไทยดูแลสุขภาพ สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือและไม่ไปในสถานที่แออัด

         ยิ่งขณะนี้ มีข่าวโควิดกลายพันธุ์ ประกอบกับเป็นช่วงหน้าหนาว อากาศในไต้หวันหนาวเหน็บ เป็นโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่าย มีแรงงานไทยจำนวนไม่น้อยที่ละเลยสุขภาพของตัวเอง โดยเฉพาะบางคนที่มีโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว มักจะกำเริบได้ในช่วงอากาศหนาว อาทิ ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ตับแข็ง โรคหัวใจ เมื่อกำเริบอาการก็หนักแล้ว กลายเป็นอัมพาตอยู่ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอายุโดยเฉลี่ยของแรงงานไทย ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแรงงานชาติอื่น รวมถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ โดยช่วงนี้มีแรงงานไทยที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดสมองแตก กลายเป็นอัมพาต นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในไต้หวันเดือนละหลายคน

สนร.ไทเป แนะให้แรงงานไทยดูแลสุขภาพ ด้วยการทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ดื่มน้ำสะอาดและพักผ่อนให้เพียงพอ

         จึงขอแนะนำให้แรงงานไทยให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกิน ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ลดการทานอาหารรสจัด เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง อยากจะให้ลด ละ เลิกในการดื่มสุรา มีบางรายในวันหยุดจะดื่มสุราตั้งแต่เช้าจนเย็น ไม่ทานอาหารเลย ทำให้สุขภาพทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ต้องเข้าโรงพยาบาล

น.ส. วรัตม์สุดา ศรทัตต์ รอง ผอ. รักษาการแทน ผอ.สนร.ไทเป (ซ้าย) เยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยที่ป่วยเป็นอัมพาต

         นอกจากนี้ ต้องหมั่นวัดความโลหิต พักผ่อนและออกกำลังกายให้เพียงพอ โดยเฉพาะในฤดูหนาว จะมีแรงงานไทยที่ป่วยกะทันหันเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่มีอาการในขั้นโคม่า สาเหตุมาจากมีโรคประจำตัวโดยไม่รู้ตัว หรือเคยรับการตรวจรักษา แต่ไม่ได้ทานยาตามแพทย์สั่ง หรือมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างไม่เหมาะสม ทำให้เมื่อมีอาการป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อป่วยจะเข้าขั้นอัตราย จึงขอให้แรงงานไทยสวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่น ดื่มน้ำอุ่นให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ และงดดื่มสุรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของแรงงานไทย        

น.ส. วรัตม์สุดา ศรทัตต์ รอง ผอ. รักษาการแทน ผอ.สนร.ไทเป ส่งแรงงานไทยที่ป่วยเป็นอัมพาตเดินทางกลับประเทศไทย

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง