:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 14 เมษายน 2564

  • 14 April, 2021
ไขปัญหาแรงงาน
ช่วยกันนับเหรียญ! นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 8,938 เหรียญ ด้วยเงินเหรียญ 1 เหรียญจำนวน 2 ถุงใหญ่

1. ตำรวจเพ่งเล็งร้านไทยใกล้โรงงานบางร้าน เป็นแหล่งขายยาเสพติดมอมเมาเพื่อนร่วมชาติ วอนแรงงานไทยร่วมด้วยช่วยกันแจ้งเบาะแส มีหลักฐานจับทันที

          สืบเนื่องจากปัญหาการระบาดของยาเสพติดในกลุ่มแรงงานไทย ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง มีนายจ้างและบริษัทจัดหางานจำนวนมากร้องเรียนไปที่สำนักงานแรงงานไทย สนร.ไทเปจึงร่วมกับตำรวจเถาหยวนและนครนิวไทเป ตระเวนประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายตามโรงงานต่างๆ เน้นที่ยาเสพติดและเมาแล้วขับ

สนร.ไทเป ร่วมกับตำรวจเถาหยวน ตระเวนประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายตามโรงงานต่างๆ

          นายจ้างและแรงงานไทยหลายรายเปิดเผยว่า แหล่งจำหน่ายยาเสพติด ส่วนหนึ่งมาจากคนไทยในร้านอาหารใกล้โรงงาน โดยเอเย่นต์ขายยาเสพติดคนไทยบางราย บังอาจถึงขั้นมาส่งยาเสพติดและเก็บเงินถึงหน้าโรงงาน โดยเฉพาะในวันเงินเดือนออก สำนักงานแรงงานไทยและตำรวจกล่าวเรียกร้องว่า ขอให้แรงงานไทยถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน แจ้งข้อมูลให้ สนร.ไทย เพื่อส่งต่อให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินการอย่างเด็ดขาด

สนร.ไทเป ร่วมกับตำรวจเถาหยวน ตระเวนประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายตามโรงงานต่างๆ

          สำนักงานแรงงานไทยกล่าวเรียกร้องแรงงานไทย อย่างข้องแวะยาเสพติด เพราะจะทำให้อนาคตดับวูบลงทันที่ ทั้งนี้ โทษคดียาเสพติดยในไต้หวันหนักมาก อีกทั้งจะทำให้เสียสุขภาพกายและจิต นอกจากนี้ขอให้ลดละเลิกในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะหลังดื่มสุราหลีกเลี่ยงขับขี่ยานพาหนะ เพราะอาจถูกปรับหนักและถูกส่งกลับประเทศ และยังอาจเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตหรืออัมพาตได้

สนร.ไทเป ร่วมกับตำรวจเถาหยวน ตระเวนประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายตามโรงงานต่างๆ

          ส่วนตำรวจย้ำเตือนว่า ผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะคดียาเสพติดหรือคดีเมาแล้วขับ จะถูกลงโทษตามกฎหมาย โดยตำรวจจะสอดส่องเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะแหล่งที่ป้อนยาเสพติดให้แรงงานต่างชาติ และเรียกร้องแรงงานไทย ร่วมด้วยช่วยกัน แจ้งข้อมูลหรือเบาะแสของผู้ค้ายาเสพติดให้ สนร.ไทเปหรือตำรวจทราบ โดยโทรไปที่สายด่วน 110

ร่วมด้วยช่วยกัน! แรงงานไทยที่รู้ข้อมูลหรือเบาะแสของผู้ค้ายาเสพติด โปรดแจ้งไปยังสำนักงานแรงงานไทย หรือโทรสายด่วน 110 แจ้งตำรวจ

2. น่าชื่นชม! คุณพีรศักดิ์ สมอ่อน แรงงานไทยจากภาคอิสาน พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นล่ามที่ได้รับเสียงชื่นชมจากนายจ้างและแรงงานไทย

          คุณพีระศักดิ์ สมอ่อน แรงงานไทยจากอุดรธานี เป็นคนอิสานแท้ๆ ไม่เคยมีพื้นฐานภาษาจีนมาก่อน แต่ด้วยความมุมานะเรียนรู้การทำงานและฝึกฝนภาษาจีน จนสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว ประกอบกับเป็นผู้ที่ตั้งใจทำงาน จนได้รับความไว้วางใจจากนายจ้างและบริษัทจัดหางาน ยกระดับให้เป็นล่ามดูแลแรงงานไทยหลายร้อยคน เนื่องจากเคยเป็นผู้ใช้แรงงานมาก่อน จึงรู้ปัญหาและความต้องการของแรงงานไทยค่อนข้างดี ช่วยเหลือเพื่อนแรงงานไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้รับเสียงชื่นชมทั้งจากนายจ้างและแรงงานไทยในความดูแลว่า เป็นล่ามที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีและสมศักด์ศรี

          คลิกฟังคำให้สัมภาษณ์ของคุณพีระศักดิ์ สมอ่อน จากรายการออนไลน์ ได้ที่นี่!!!

คุณพีระศักดิ์ สมอ่อน​​​​​​ (ขวา) ทำหน้าทีตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานที่เข้าทำงาน

3. นายจ้างแล้งน้ำใจ จ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 8,938 เหรียญ ด้วยเงินเหรียญ 1 เหรียญจำนวน 2 ถุงใหญ่ กองแรงงานเถาหยวนประณาม ทำลายภาพลักษณ์นายจ้างไต้หวัน

          กองแรงงาน นครเถาหยวน ช่วยไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทให้กับนายจ้างและผู้อนุบาลต่างชาติคู่หนึ่ง นายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายแบบไม่พอใจ หิ้วเงินเหรียญ 1 เหรียญมาสองถูง จำนวน 8,939 เหรียญ กองเต็มโต๊ะให้ผู้อนุบาลนับ กองแรงงานทนดูพฤติกรรมที่น่าเกลี่ยดของนายจ้างรายนี้ไม่ไหว ต่อว่าทำลายภาพลักษณ์นายจ้างไต้หวันเสียหาย และช่วยส่งเหรียญทั้ง 2 ถุงไปให้ที่ทำการไปรษณีย์ใช้เครื่องช่วยนับ จากนั้นเปลี่ยนเป็นธนบัตรให้ผู้อนุบาลรายนี้

ช่วยกันนับเหรียญ! นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 8,938 เหรียญ ด้วยเงินเหรียญ 1 เหรียญจำนวน 2 ถุงใหญ่

          กองแรงงานเถาหยวนกล่าวว่า กรณีพิพาทดังกล่าว เกิดจากแรงงานอินโดนีเซียรายหนึ่งร้องเรียนว่า ตนเดินทางมาทำงานเป็นผู้อนุบาลช่วยดูแลคูแม่ของนายจ้างที่นครเถาหยวน ตั้งแต่ปี 2017 ระหว่างที่ทำงาน ไม่ได้ดูแลแค่อาม่าเท่านั้น ยังต้องช่วยนายจ้างเตรียมอาหารขาย และทำความสะอาด ซักเสื้อผ้า ทำอาหารให้ครอบครัวของนายจ้างด้วย มีวันหยุดพักเดือนละ 2 วัน ผู้อนุบาลรายนี้ ทนไม่ไหว ขอยกเลิกสัญญาเพื่อโอนย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายอื่น เมื่อหารือกับบริษัทจัดหางานแล้ว บจง. ช่วยอะไรไม่ได้ บอกให้อดทนอย่างเดียว และต้องรอให้นายจ้างหาผู้อนุบาลคนใหม่มาแทนก่อน จนเวลาล่วงเลยมาถึงปีที่ 4 แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ อดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป บอกยกเลิกสัญญากับนายจ้างโดยตรง นายจ้างรับทราบแล้ว รู้สึกไม่พอใจ บอกกับผู้อนุบาลรายนี้ว่า หากจะย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายอื่น นอกจากจะไม่จ่ายค่าจ้างแล้ว ยังต้องชดใช้ค่ายกเลิกสัญญาก่อนกำหนดจำนวน 40,000 เหรียญด้วย

ช่วยกันนับเหรียญ! นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 8,938 เหรียญ ด้วยเงินเหรียญ 1 เหรียญจำนวน 2 ถุงใหญ่

          ผู้อนุบาลอินโดนีเซียรายนี้ จึงร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ซึ่งส่งเรื่องให้กองแรงงานท้องที่ ได้แก่กองแรงงานนครเถาหยวน ระหว่างนี้ นายจ้างและบจง. เกลี้ยกล่อมให้ผู้อนุบาลถอนคำร้อง บจง. บอกว่า หากถอนคำร้องจะช่วยขอนายจ้างลดค่าชดใช้ยกเลิกสัญญาให้น้อยลง แต่ผู้อนุบาลไม่ยอม และทางกองแรงงานหลังได้รับเรื่องแล้ว เคยจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบสภาพการทำงานของแรงงานอินโดนีเซียรายนี้ แต่ขณะไปตรวจสอบ ไม่พบผิดกฎหมายใดๆ คือนายจ้างอาจรู้ตัวล่วงหน้า ไม่ให้ไปทำงานอย่างอื่นที่ผิดกฎหมาย จึงเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ย แรงงานยืนยันขอย้ายงาน ฝ่ายนายจ้างก็อ้างว่า แรงงานทำงานโดยไม่ตั้งใจ ชอบอู้งาน แต่สุดท้ายก็ต้องยินยอมให้ยกเลิกสัญญาโดยหักค่าเสียหายไม่ได้ และต้องจ่ายค่าจ้างในเดือนสุดท้ายที่ทำไปไม่ถึงครึ่งเดือน เป็นเงิน 8,938 เหรียญให้แก่แรงงานอินโดนีเซียรายนี้

ช่วยกันนับเหรียญ! นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 8,938 เหรียญ ด้วยเงินเหรียญ 1 เหรียญจำนวน 2 ถุงใหญ่

          ปรากฏว่านายจ้างเตรียมเงินมาแล้ว แต่เป็นเงินเหรียญมูลค่า 1 เหรียญล้วนๆ จำนวน 8,938 เหรียญ ต้องใส่ถุงมาสองถุงใหญ่ เทใสบนโต๊ะให้แรงงานนับ อ้างว่า ที่บ้านขายอาหาร มีแต่เหรียญไม่มีธนบัตร เจ้าหน้าที่กองแรงงานเห็นดังนี้ ก็ต่อว่านายจ้างกลั่นแกล้ง และช่วยนับด้วย แต่มันเยอะมาก หัวหน้าฝ่ายของกองแรงงานเห็นเข้า สั่งให้ยุติการนับ ให้นายจ้างเก็บใส่ถุง แบกไปที่ทำการไปรษณีย์ตรงข้ามที่ทำการกองแรงงาน ขอให้ใช้เครื่องช่วยนับ แม้จะใช้เครื่องนับก็ต้องใช้เวลา ร่วม 20 นาที จากนั้นที่ทำการไปรษณีย์ได้ช่วยแลกเป็นธนบัตรให้แรงงานอินโดนีเซียรายนี้ หัวหน้าฝ่ายของกองแรงงานกล่าวต่อว่านายจ้างและบจง. ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งแรงงานชัดๆ และทำให้ภาพลักษณ์ดีๆ ของนายจ้างไต้หวันได้รับความเสียหาย     

          หัวหน้าฝ่ายกองแรงงานกล่าวกับนักข่าวว่า เนื่องจากส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบผิดกฎหมายใดๆ และการจ่ายค่าจ้างด้วยเงินเหรียญ แม้จะดูออกว่าเป็นการกลั่นแกล้งและแสดงความไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรกับนายจ้างรายนี้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกอับอายขายหน้าแทนนายจ้างรายนี้ ที่กระทำต่อแรงงานต่างชาติ

ช่วยกันนับเหรียญ! นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่าย 8,938 เหรียญ ด้วยเงินเหรียญ 1 เหรียญจำนวน 2 ถุงใหญ่

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง