ไขปัญหาแรงงาน วันพุธ 28 เมษายน 2564

  • 28 April, 2021
อาห่าวไม่เคยคิดมาก่อนว่า มาทำงานไต้หวันจะพัวพันคดีใหญ่ที่ทำผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การรถไฟ

1. ระวัง! เมาแล้วขับและปรับแต่งความเร็วจักรยานไฟฟ้าทำอุบัติเหตุพุ่ง เมืองต่างๆ เพิ่มการตรวจเข้ม เถาหยวนตั้งด่านตรวจจับตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ รัฐเร่งผ่านกฎหมาย จักรยานไฟฟ้าต้องมีป้ายทะเบียนและซื้อประกันภัยภาคบังคับ

          การปรับแต่งรถจักรยานไฟฟ้า ได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ ไม่เพียงแต่งรูปทรงโก้หรูน้องๆ บิ๊กไบค์ ความเร็วก็ถูกปรับเพิ่มมากกว่า 100 กม./ชม. จนแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยแห่ซื้อ เพื่อการโอ้อวดและถือเป็นการยกระดับฐานะของตนด้วย เป็นเหตุให้อุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉพาะที่นครเถาหยวนเมืองเดียว ปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 676 ราย และถูกจับ 1,631 ราย ส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับ

ตำรวจเมืองต่างๆ เพิ่มการตรวจเข้มรถจักรยานไฟฟ้า ในภาพเป็นตำรวจเถาหยวนจับรถจักรยานไฟฟ้ามีการปรับแต่งและซ้อนสอง

          สถานีตำรวจเถาหยวนกล่าวว่า เนื่องจากเถาหยวนมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ที่สุดในไต้หวัน มีจำนวนมากกว่า 110,000 คน จำนวนรถจักรยานไฟฟ้าจึงมากเป็นอันดับหนึ่งงของไต้หวันด้วย และในกลุ่มของแรงงานต่างชาติ นิยมปรับแต่งความเร็วรถให้วิ่งได้เกินกว่าความเร็วกำหนด คือไม่เกิน 25 กม./ชม. ถึงหลายเท่าตัว ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย วิธีแก้ปัญหาอย่างบูรณาการคือ บังคับให้รถจักรยานไฟฟ้าทุกคันต้องมีป้ายทะเบียนและซื้อประกันภัยภาคบังคับ ก่อนจะนำไปขับขี่ได้

ตำรวจพิมพ์แผ่นพับประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับรถจักรยานไฟฟ้าเป็นภาษาแม่ของแรงงานต่างชาติ

          ด้านกระทรวงคมนาคมไต้หวันยืนยันว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างแก้กฎหมายการจราจร โดยจะจัดให้รถจักรยานไฟฟ้าเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ รถจักรยานไฟฟ้าที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว จะต้องขอป้ายทะเบียนและซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 หรือประกันภัยภาคบังคับก่อนจึงจะอนุญาตให้ขับขี่บนท้องถนนได้ ส่วนปัญหาว่ารถจักรยานไฟฟ้าจะต้องสอบใบอนุญาตขับขี่และเสียภาษีป้ายทะเบียนรถเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์หรือไม่ ขณะนี้หลายฝ่ายยังมีความเห็นขัดแย้ง ดังนั้น การแก้ฎหมายครั้งนี้ จึงยังไม่พิจารณาในประเด็นนี้

ตำรวจเถาหยวนเพิ่มการตรวจเข้มรถจักรยานไฟฟ้าตลอดเดือนพฤษภาคมนี้

2. แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย กลายเป็นผู้ต้องหาร่วมที่ทำรถบรรทุกไหลลงทางรถไฟ จนรถไฟด่วนพุ่งชนตกรางในอุโมงค์ที่ฮัวเหลียน ดับ 49 ศพ บาดเจ็บ 218 ราย

          อุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การรถไฟไต้หวัน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 64 เวลา 09.28 น. ขณะที่รถไฟด่วนไท่หลู่เก๋อ ขบวนที่ 408 วิ่งจากสถานีซู่หลินในนครนิวไทเป ไปยังเมืองไถตง ระหว่างที่วิ่งออกจากอุโมงค์เหรินเหอ และกำลังจะวิ่งเข้าอุโมงชิงสุย ระยะทางห่างระหว่างอุโมงค์ทั้งสอง 287 เมตร แต่ก่อนถึงปากอุโมงค์ชิงสุ่ย มีรถบรรทุกติดเครนที่ไหลลงมาจากเขาข้างทางขวางบนราง รถไฟด่วนที่วิ่งด้วยความเร็ว 125 กม.ต่อชม. และห่างจากรถบบรทุกที่ขวางทางเพียง 250 เมตร  และเป็นทางโค้ง กว่าจะมองเห็น เหลือเวลาตอบสนองเพียง 4 วินาที พนักงานขับรถไฟพยายามเปิดหวูดและเบรกกะทันหัน แต่ไม่ทัน พุ่งชนรถบรรทุกและลากเขาไปในอุโมงค์ทำให้หัวขบวนรถไฟตกราง ตู้รถไฟตู้ต่อๆ มากระแทกและอัดอยู่ในอุโมงค์ พนักงานขับรถไฟและผู้โดยสารรวม 492 คน เสียชีวิต 49 ราย บาดเจ็บ 218 ราย

สภาพตู้รถไฟตู้ที่ 8 ซึ่งเป็นหัวขบวนรถไฟด่วนสายไท่หลู่เก๋อขบวนที่ 408

          ต้นเหตุของการเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ต้องบอกว่าเกิดจากความมักง่ายของผู้รับเหมาซ่อมบำรุงทางรถไฟและความบกพร่องในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การรถไฟที่ปล่อยปละละเลยไม่สอดส่องดูแลว่า ผู้รับเหมาทำตามในสัญญาหรือไม่ และเหตุที่นำเรื่องนี้มาเล่าซ้ำอีกครั้ง เพราะมีแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายรายหนึ่ง ชื่อเล่นว่า อาห่าว ผัวพันกับคดีนี้ กลายเป็นผู้ต้องหาร่วมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย นี่เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง

หลังเกิดเหตุ สิ่งแรกที่นายหลี่อี้เสียงทำก็คือ สั่งให้อาห่าว แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่ทำงานกับตนรีบขี่รถมอเตอร์ไซค์หนีจากที่เกิดเหตุ

          เรื่องของเรื่องคือ อาห่าว ซึ่งเดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน ตั้งแต่ปี 2014 ทำงานในโรงงานครบ 3 ปี ไม่อยากกลับประเทศ ใช้วิธีหลบหนีไปทำงานที่ฮัวเหลียน กับนายหลี่อี้เสียง ผู้รับเหมางานซ่อมบำรุงทางรถไฟ โดยเป็นผู้ช่วยของนายหลี่ ตั้งแต่ปี 2017 ในวันเกิดเหตุ นายหลี่และอาห่าวไปทำงานที่ไซต์งาน ทั้งๆ ที่ในวันนั้นเป็นวันหยุด ตามสัญญาห้ามไปทำงาน เพราะขบวนรถไฟจะเยอะเป็นพิเศษ แต่ด้วยความที่นายหลี่ เกรงว่า โครงการจะล่าช้า กลัวถูกปรับวันละ 120,000 เหรียญไต้หวัน เลยแอบไปทำงาน จากกล้องบันทึกวงจรปิดในไซต์งาน และกล้องบันทึกการเดินรถของรถไฟด่วนขบวนที่ 408 ก่อนเกิดเหตุ พบนายหลี่ขับรถบรรทุกติดเครนและกลับรถกลางทางเขา หัวรถบรรทุกไปติดต้นไม้ทางไหลเขา แทนที่จะเรียกรถลากมา นายหลี่สั่งอาห่าวเอาเชือกลากรถมาผูกที่ท้ายรถบรรทุกกับรถแบคโฮ จากนั้นสั่งให้ขับรถแบคโฮลากรถบรรทุกขึ้นมา แต่เชือกลากรถผูกไม่แน่นหนา ทำให้ลากไปได้นิดเดียว เชือกเกิดหลุด รถบรรทุกกระตุกหน่อยไหลลงเขาไปขวางทางรถไฟ เมื่อเห็นเช่นนี้ แรงงานเวียดนามตกใจวิ่งไปโบกไม้โบกมือเพื่อให้รถไฟที่โผล่ออกจากอุโมงค์เห็นจะได้หยุด แต่ไม่ง่ายที่พนักงานขับรถไฟจะเห็น ส่วนนายหลี่แทนที่จะรีบโทรศัพท์ให้ศูนย์ควบคุมของการรถไฟ เพื่อแจ้งพนักงานขับรถขบวนดังกล่าวหยุดเดินรถ ด้วยความกลัวจ้างแรงงานต่างชาติทำงานอย่างผิดกฎหมาย จะถูกปรับหนัก นายหลี่กลับสั่งให้อาห่าวรีบขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนีไปกบดานที่บ้านเพื่อน กระทั่งตำรวจรู้ว่า นายหลี่ไม่ได้ไปที่ไซต์งานคนเดียว และรถบรรทุกไม่ได้ไหลลงไปเองอย่างที่นายหลี่โกหก และแกะรอยจนจับนายอาห่าวมาดำเนินคดีจนได้

เชือกลากรถที่นายหลี่อี้เสียงสั่งอาห่าว นำไปผูกระหว่างรถบรรทุกและรถแบคโฮ แต่ผูกไม่แน่น ขณะลากทำรถบรรทุกไหลลงไหล่เขา

          นายอาห่าว ถูกตั้งข้อหาร่วมกับนายหลี่ฆ่าคนโดยประมาท ฝ่ายพี่สาว ซึ่งแต่งงานมาอยู่ที่ไต้หวันร้องว่า น้องชายขับรถไม่เป็น และเป็นลูกจ้าง นายจ้างสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ เรียกร้องอัยการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมด้วย ตัวอาห่าวเองคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ตนจะมาพัวพันคดีใหญ่ที่ทำผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การรถไฟ

อาห่าวไม่เคยคิดมาก่อนว่า มาทำงานไต้หวันจะพัวพันคดีใหญ่ที่ทำผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์การรถไฟ

3. หอพักแรงงานต่างชาติส่งเสียงดังรบกวนความสงบสุขของชุมชน กองแรงงานเมืองหนานโถวชี้ นายจ้างและ บจง. มีหน้าที่จัดหาผู้คุมหอ หากไม่ได้มาตรฐาน มีโทษปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญ

            เมืองหนานโถวมีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่กว่า 13,000 คน ช่วงนี้ ชาวบ้านในเมืองหนานโถวร้องเรียนว่า หอพักแรงงานต่างชาติหลายแห่ง เมื่อตกกลางคืนมักจะมีส่งเสียงร้องรำทำเพลงดังเป็นพิเศษ รบกวนความสงบสุขของชุมชน กองแรงงานเมืองหนานโถว จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานีตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองดับเพลิง นายจ้างและ บจง. เดินทางไปตรวจสอบหอพักแรงงานต่างชาติเหล่านี้ หลังตรวจสอบพบมีหอพักที่ไม่ได้มาตรฐาน อาทิ ไม่มีผู้ดูแลหอพักโดยเฉพาะ ฯลฯ จึงสั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขด่วนภายในเวลากำหนด และจะมีการตรวจสอบซ้ำ หากยังไม่ผ่านมาตรฐาน จะสั่งปรับตั้งแต่ 300,000-1,500,000 เหรียญทันที

กองแรงงานเมืองหนานโถวเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหอพักแรงงานต่างชาติที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า ส่งเสียงดังรบกวนความสงบสุขชุมชน

                ปัญหานี้ ใช่ว่าจะมีแต่ในเมืองหนานโถว หอพักหลายแห่ง โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีการดื่มสุราและเล่นการพนัน มักจะส่งเสียงดังรบกวนความสงบสุขของผู้อื่น จึงเตือนแรงงานไทย ต้องเคารพระเบียบกฎหมาย ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และไม่ทำในสิ่งที่ขัดต่อประเพณีของสังคม

กองแรงงานเมืองหนานโถวเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบหอพักแรงงานต่างชาติที่ชาวบ้านร้องเรียนว่า ส่งเสียงดังรบกวนความสงบสุขชุมชน

4. สัมภาษณ์นายชัยเพชร แซ่พ่าน จากจังหวัดเชียงราย ล่าม  บ. ฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี่ส์ แรงงานไทยรายแรกที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานดีเด่นระดับประเทศของกระทรวงแรงงานไต้หวัน 

          เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดงานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่แรงงานดีเด่นระดับประเทศ ซึ่งทุกปีมีการคัดเลือกแรงงานดีเด่นระดับประเทศเป็นแรงงานท้องถิ่นจำนวน 51 คน ปีนี้พิเศษ มีการรวมแรงงานต่างชาติเข้าด้วย โดยมีการคัดเลือกแรงงานดีเด่นจากกลุ่มแรงงานต่างชาติจำนวน 5 คน แบ่งเป็นแรงงานต่างชาติภาคการผลิต 3 คน ผู้อนุบาล 2 คน มอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลพร้อมๆ กับแรงงานท้องถิ่นในวันที่ 29 เม.ย. จากนั้นวันต่อมา ได้เข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวินที่ทำเนียบประธานาธิบดีด้วย

นายชัยเพชร แซ่พ่าน ถายภาพในโรงงานที่ม่ายเหลียว เมืองหยุนหลิน

แรงงานไทยที่ได้รับเลือกเป็นแรงงานต่างชาติดีเด่นเป็นรายแรกได้แก่ นายชัยเพชร แซ่พ่าน จากจังหวัดเชียงราย ตำแหน่งช่างประกอบโลหะ และทำหน้าที่เป็นล่ามของบ. ฟอร์โมซา เฮฟวี่ อินดัสทรี่ส์ ที่นิคมอุตสาหกรรมม่ายเหลี่ยว เมืองหยุนหลิน

นายชัยเพชร กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า คลิกฟังรายการออนไลน์

นายชัยเพชร (ขวา) ถ่ายภาพกับผู้จัดการฝ่ายบุคคล สำนักงานใหญ่ ฟอร์โมซาพลาสติกกรุ๊ป ในงานมอบรางวัล

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง