:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 15 กันยายน 2564

  • 15 September, 2021
ไขปัญหาแรงงาน
แรงงานที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไป สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากไต้หวันได้ ยื่นไว้ก่อนไม่ได้ และญาติพี่น้องไม่สามารถยื่นแทนได้

1. เอาจริง! ไต้หวันเพิกถอนใบอนุญาต 2 บริษัทตัวแทนออกของให้กับผู้ส่งและผู้รับสินค้าที่มีพัสดุผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากเวียดนาม พักใช้ใบอนุญาตอีก 6 บริษัท เตือนผู้นำเข้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญ

           ไต้หวันตรวจพบชาวเวียดนามสั่งซื้อหรือให้ญาติพี่น้องส่งผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากเวียดนามที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริการในสุกร ผ่านบริษัทขนส่งระหว่างประเทศ นอกจากมีการตรวจค้นร้านค้าและหอพักแรงงานเวียดนามทั่วเกาะแล้ว กรมศุลกากรลงดาบผู้ประกอบการที่เป็นตัวแทนรับสินค้าออกจากศุลกากร โยเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ 2 รายและพักใช้ใบอนุญาตประกอบการอีก 6 ราย

อาคารคลังสินค้าในท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ตรวจเข้มสินค้าที่ลำเลียงมาจากประเทศเสี่ยงสูง

           ขณะเดียวกัน ประกาศตั้งแต่ 1 พ.ย. นี้เป็นต้นไป 10 ประเทศต้นทางดังนี้ ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมา ฟิลิปปินส์ ติมอร์-เลสเต อินโดนีเซีย อินเดีย มาเลเซียและภูฏาน สินค้าที่ส่งเข้าสู่ไต้หวัน ห้ามรวมในหีบห่อเดียวกัน ต้องส่งแยกชิ้น ทั้นนี้ เพื่อความสะดวกในการตรวจสแกนผ่านเครื่องเอกซเรย์

อาคารคลังสินค้าในท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ตรวจเข้มสินค้าที่ลำเลียงมาจากประเทศเสี่ยงสูง

           กระทรวงแรงงานเตือนว่า การนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ มีโทษปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวันและมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี กรณีที่แรงงานต่างชาติได้รับพัสดุผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากทางบ้านที่ส่งผ่านไปรษณีย์หรือบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ จะต้องนำส่งกรมสุขอนามัยและการตรวจกักกันพืชและสัตว์เพื่อทำลาย มิเช่นนั้น มีโทษปรับ 150,000 เหรียญ และแรงงานต่างชาติที่กระทำผิดถูกปรับ เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตรา 73 วรรค 6 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานและถูกส่งกลับประเทศ กำชับผู้ประกอบการและบริษัทจัดหางานจะต้องประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติในสังกัดของตนได้รับทราบข้อกฎหมายและปฏิบัติตาม

ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบผลิตภัณฑ์เนื้อหมูที่ส่งมาจากเวียดนามและปนเปื้อนโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรจำนวนมาก

           ทั้งนี้ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever: ASF) เป็นโรคที่สามารถแพร่ไปในหมู่สุกรบ้านและสุกรป่าทุกเพศทุกวัยได้อย่างรวดเร็วและร้ายแรงถึงชีวิต ทำให้อุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรและผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านเหรียญไต้หวันได้รับความเสียหาย แต่โรค ASF จะไม่ติดต่อสู่มนุษย์ หรือสัตว์อื่นที่ไม่ใช่สุกร และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม มนุษย์อาจพาไวรัสติดไปกับเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ต่างๆ และเศษซากอาหาร ทำให้โรคแพร่กระจายไปสู่ฟาร์มเลี้ยงสุกรได้โดยไม่รู้ตัว

โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เป็นโรคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมนุษย์ แต่จะแพร่กระจายไปในหมู่สุกรบ้านและสุกรป่าทุกเพศทุกวัยได้อย่างรวดเร็วและร้ายแรงถึงชีวิต

2. ใครที่มีแผนย้ายงาน แนะไตร่ตรองให้ดี ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ตั้งใจทำงานอยู่กับนายจ้างเดิมต่อไปปลอดภัยกว่า

          สืบเนื่องจากมีการย้ายงานทั้งในประเภทเดียวกันหรือข้ามประเภทมากขึ้น ทำให้ตลาดปั่นป่วน กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศกฎระเบียบและเงื่อนไขในการย้ายนายจ้างของแรงงานต่างชาติฉบับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 64 เป็นต้นไป กำหนดให้แรงงานต่างชาติที่ประสงค์จะย้ายนายจ้าง จะต้องให้นายจ้างงานประเภทเดียวกันและมีคุณสมบัติลำดับแรก มีสิทธิ์รับโอนย้ายก่อน เมื่อประกาศแล้วหากเลยเวลาต่อเนื่องกัน 14 ไม่มีนายจ้างงานประเภทเดียวและมีคุณสมบัติเรียงตามลำดับมาลงทะเบียนรับการย้ายงาน จึงจะอนุญาตให้ย้ายงานข้ามประเภทหรือนายจ้างใหม่ได้ กระทรวงแรงงานย้ำว่า ไม่ได้ห้ามแรงงานต่างชาติย้ายงานข้ามประเภททั้งหมด เพียงแต่มีการเพิ่มเงื่อนไขของการโอนย้ายนายจ้างใหม่ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของนายจ้างและลูกจ้าง และแรงงานต่างชาติยังคงมีสิทธิ์เลือกนายจ้างใหม่ได้เองตามเดิม

กองแรงงานกรุงไทเปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันโรคแก่แรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้าง

          ทั้งนี้ ตามกฎระเบียบการย้ายนายจ้างของแรงงานต่างชาติ สามารถย้ายนายจ้างได้เป็นเวลา 60 วัน เมื่อครบกำหนดแล้ว หากยังไม่มีนายจ้างมาลงทะเบียนหรือย้ายงานได้สำเร็จ นายจ้างเดิมต้องดำเนินการจัดส่งแรงงานต่างชาติผู้นั้นเดินทางกลับประเทศ

แรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแมกซ์แห่งหนึ่ง

3. ทำงานครบ 12 ปี หรือก่อนเดินทางกลับบ้าน ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพไว้ก่อนได้ไหม? หากเสียชีวิตก่อนครบเกณฑ์อายุ ลูกหลานมีสิทธิ์ยื่นขอแทนได้หรือไม่?

          ผู้มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพ จะต้องเคยเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ไม่จำกัดเดินทางมาทำงานกับนายจ้างรายไหนหรือต่อเนื่องกันหรือไม่ และต้องมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป สำหรับผู้เกิดก่อนหรือในปี พ.ศ. 2500 และผู้ที่เกิดปี พ.ศ. 2501 จะต้องมีอายุครบ 61 ปีขึ้นไป ผู้เกิดปี 2502 ต้องมีอายุครบ 62 ปี ผู้เกิดในปี 2503 จะต้องมีอายุครบ 63 ปี ผู้ที่เกิดในปี 2504 จะต้องมีอายุครบ 64 ปี และผู้ที่เกิดในปีพ.ศ. 2505 และหลังจากนั้น จะต้องมีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จึงจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอรับเงิน จะยื่นก่อนไม่ได้ จะยื่นขอก่อนไม่ได้ และไม่เกี่ยวกับ 12 ปี เนื่องจากชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ เป็นเงินเลี้ยงชีพแรงงานที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนฯ ในยามเกษียณ ดังนั้น ขอเพียงเคยเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันและเคยถูกหักเบี้ยประกันภัยแรงงาน เมื่ออายุครบตามเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น มีสิทธิ์ยื่นขอได้

แรงงานที่เคยเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน เมื่ออายุครบ 60 ปีขึ้นไป สามารถยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากไต้หวันได้ ยื่นไว้ก่อนไม่ได้ และญาติพี่น้องไม่สามารถยื่นแทนได้

          สำหรับเงินบำเหน็จชราภาพจะได้ตามอายุการเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน (อายุงาน) ซึ่งสามารถรวมสะสมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนายจ้างเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน อายุงาน 1 ปีจะได้ 1 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน เช่นมาทำงานที่ไต้หวัน 3 ครั้ง รวม 9 ปี จะได้ 9 เดือนของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันในขณะนั้น โดยเป็นค่าเฉลี่ยของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกันใน 60 เดือน ส่วนที่ไม่ครบปี จะได้รับตามสัดส่วน

อายุการเป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน (อายุงาน) สามารถรวมสะสมได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนายจ้างเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน

          ส่วนแรงงานเสียชีวิตแล้ว ทายาทไม่สามารถยื่นขอแทนกันได้ เพราะนี่เป็นเงินบำเหน็จชราภาพ ให้สำหรับเป็นเงินเลี้ยงชีพผู้เคยจ่ายเงินกองทุนฯ ยามสูงวัย ไม่ใช่เป็นเงินประกันชีวิต เสียชีวิตแล้วไม่สามารถยื่นแทนได้ ดังนั้น จึงต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง แนะนำแรงงานไทย ต้องเก็บเอกสารสำคัญ โดยเฉพาะบัตรถิ่นที่อยู่หรือ ARC และพาสปอร์ตเก่าทุกเล่มเอาไว้ เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพจากไต้หวันที่สำหนักงานแรงงานประจำจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่

เมื่ออายุถึงเกณฑ์ ยื่นขอเงินบำเหน็จชราภาพได้ที่สำนักงานแรงงานจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ อย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตัวแทนทำเรื่องให้ ซึ่งเกิดปัญหามากมาย และจะถูกหักค่าบริการในอัตรา 30%-50% เกือบครึ่งหนึ่งของเงินบำเหน็จชราภาพที่ได้รับ

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง