:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 12 มกราคม 2565

  • 12 January, 2022
ไขปัญหาแรงงาน
แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศต้องตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลด์พาสให้ถูกต้องด้วยตนเอง รวมถึงต้องนำเอกสารการเดินทางไปด้วยตนเอง

1. ตรวจพบพัสดุจากไทยซุกกุนเชียงหมูปนเปื้อนเชื้อ ASF ถึง 3 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์ ผู้รับเป็น 3 คนงานไทยในไถหนาน นรม. ไต้หวันสั่งลงโทษเด็ดขาด กระทรวงแรงงานเตือน ผู้รับจะถูกเพิกถอนอนุญาตทำงาน ส่งกลับประเทศ

          ช่วงนี้ มีการตรวจพบพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาจากประเทศไทย ภายในบรรจุกุนเชียงหมูติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF (African Swine Fever) ถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ผู้รับเป็นแรงงานไทย 3 รายทำงานที่นครไถหนาน นายกรัฐมนตรีซูเจินชางกล่าวว่า เรื่องห้ามนำผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรเข้าไต้หวัน มีการประชาสัมพันธ์มาเป็นเวลานานถึง 3 ปีแล้ว แต่ยังทำผิดซ้ำซาก สั่งการให้ตรวจสอบผู้ส่งและลงโทษผู้รับอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังต้องเอาเรื่องกับนายจ้าง และบริษัทจัดหางานด้วย ฐานปล่อยให้แรงงานต่างชาติในความดูแลของตน นำเข้าหรือสั่งให้ญาติพี่น้องส่งผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสุกรเข้ามายังไต้หวัน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุและสัมภาระจากไทยอย่างเข้มงวด หลังตรวจพบผลิตภัณฑ์เนื้อหมูปนเปื้อนโรค ASF ถึง 3 ครั้งในช่วงเวลา 2 สัปดาห์

          ด้านกระทรวงแรงงานเตือนว่า การนำเข้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสุกร มีโทษปรับไม่เกิน 3 ล้านเหรียญไต้หวันและมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี แรงงานต่างชาติที่สั่งซื้อทางออนไลน์หรือให้ญาติพี่น้องส่งผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์มายังไต้หวัน นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินสูงสุด 150,000 เหรียญไต้หวันแล้ว เนื่องจากเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานมาตรา 73 วรรค 6 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานถูกส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางเข้ามาทำงานที่ไต้หวันอีกต่อไป จึงแนะให้แรงงานต่างชาติควรแจ้งให้ญาติพี่น้องที่บ้านทราบว่า การส่งผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์มายังไต้หวันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำให้ผู้รับต้องเดือดร้อน จากการถูกปรับเงินจำนวนมากและยังจะถูกส่งกลับประเทศด้วย กระทรวงแรงงานกำชับนายจ้างและบริษัทจัดหางานจะต้องประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติในสังกัดของตนได้รับทราบข้อกฎหมายและปฏิบัติตาม 

กุนเชียงหมูติดเชื้อ ASF จากพัสดุไปรษณีย์ไทยที่ถูกตรวจพบในครั้งแรกและครั้งที่ 2 เมื่อเดือนธันวาคม 64

          สำหรับการตรวจพบกุนเชียงหมูติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF (African Swine Fever) ในพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาจากประเทศไทย 3 ชิ้นในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ โดยที่ทำการไปรษณีย์ไถหนานนั้น ครั้งแรกตรวจพบเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ครั้งที่ 2 วันที่ 27 เดือนเดียวกันและครั้งที่ 3 วันที่ 7 มกราคม 2565 ผู้รับเป็นแรงงานไทย 3 รายทำงานอยู่ในโรงงานที่เขตกวงเถียน เขตเสวียเจี่ย ในนครไถหนาน โดยอยู่กันคนละโรงงานและไม่รู้จักกัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ทำให้แรงงานไทยทั้ง 3 รายผวา ไม่คิดว่า จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ จากการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ แรงงานไทยทั้ง 3 รายให้การในทำนองเดียวกันว่า ญาติพี่น้องและคุณแม่หวังดีส่งมาให้โดยที่พวกตนไม่ได้สั่งหรือร้องขอ สำหรับการลงโทษนั้น ขณะนี้ กรมสุขอนามัยและการตรวจกักกันพืชและสัตว์ คณะกรรมการการเกษตรอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ฝ่ายแรงงานเป็นผู้ร้องขอให้ส่งมาหรือไม่

ตรวจพบพัสดุจากไทยบรรจุกุนเชียงหมูปนเปื้อนเชื้อ ASF ถึง 3 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์

          การนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรจากเขตพื้นที่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร จะคุกคามอุตสาหกรรมฟาร์มสุกรของไต้หวันที่มีมูลค่าสูงถึงปีละ 57,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ครองสัดส่วนมูลค่าทางการเกษตรถึง 16% รัฐมนตรีซูเจินชางกล่าวว่า เรื่องห้ามนำผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรเข้าไต้หวัน มีการประชาสัมพันธ์มาเป็นเวลานานถึง 3 ปีแล้ว แต่ยังทำผิดซ้ำซาก จึงสั่งการให้ตรวจสอบผู้ส่งและลงโทษผู้รับอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังต้องเอาเรื่องกับนายจ้าง และบริษัทจัดหางานด้วย ฐานปล่อยให้แรงงานต่างชาติในความดูแลของตน นำเข้าหรือสั่งให้ญาติพี่น้องส่งผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสุกรเข้ามายังไต้หวัน จึงเตือนแรงงานไทยต้องระวัง ทางที่ดีควรแจ้งให้ญาติมิตรที่บ้านทราบ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ ยาสำเร็จรูป อย่างส่งมาไต้หวันเด็ดขาด มิเช่นนั้น ความหวังดี อาจกลายเป็นความเดือดร้อนของผู้รับ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพัสดุและสัมภาระจากไทยอย่างเข้มงวด หลังตรวจพบผลิตภัณฑ์เนื้อหมูปนเปื้อนโรค ASF ถึง 3 ครั้งในช่วงเวลา 2 สัปดาห์

2. ไต้หวันอนุญาตให้แรงงานต่างชาติที่ไม่ผ่านการตรวจโรค อยู่รักษาและตรวจซ้ำใหม่ได้ ยกเว้นผู้ที่ปฏิเสธให้ความร่วมมือในการรักษาและผู้ป่วยเป็นวัณโรคดื้อยาหลายขนาน

หลักการตรวจโรคสำหรับแรงงานต่างชาติที่เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน

          1. ก่อนเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน ต้องผ่านการตรวจโรคจากสถาบันตรวจสุขภาพคนหางานไปทำงานต่างประเทศที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน โดยต้องใช้แบบฟอร์มการตรวจโรคที่ฝ่ายไต้หวันกำหนด ซึ่งมีรายการตรวจโรคดังนี้

กองแรงงานเถาหยวนจัดให้แรงงานต่างชาติตรวจสุขภาพฟรีบริเวณสถานีรถไฟเถาหยวน

          1.1 ตรวจวัณโรคโดยเอกซเรย์ปอด

          1.2 ตรวจภูมิคุ้มกันซิฟิลิส

          1.3 ตรวจพยาธิในอุจจาระ

          1.4 โรคหัดและหัดเยอรมัน

          1.5 โรคเรื้อน

เมื่อแรงงานต่างชาติถูกตรวจพบว่าป่วยเป็นวัณโรค อยู่รักษาที่ไต้หวันได้ด้วยระบบกินยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยงกำกับ (DOTS) ไม่จำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากนายจ้าง

          2. เมื่อแรงงานต่างชาติเดินทางเข้าสู่ไต้หวัน ต้องเข้ารับการตรวจโรคภายใน 3 วัน นับแต่วันเดินทางถึง ต้องรับการตรวจโรคก่อนหรือหลัง 30 วันเมื่อทำงานครบเดือนที่ 6, 18, 30 ในโรงพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวันกำหนด รายการโรคที่ต้องตรวจมีดังนี้ :

          2.1 ตรวจวัณโรคโดยเอกซเรย์ปอด

          2.2 ตรวจภูมิคุ้มกันซิฟิลิส

          2.3 ตรวจพยาธิในอุจจาระ

          2.4 โรคเรื้อน

          2.5 สำหรับแรงงานอินโดนีเซีย ต้องตรวจเพิ่มโรคไข้ไทฟอยด์ ไข้พาราไทฟอยด์และโรคบิดชิเกลล่า สำหรับการตรวจภายใน 3 วัน นับแต่วันเดินทางถึงไต้หวัน

กระทรวงสาธารณสุขฯ ไต้หวัน ยกเลิกข้อกำหนดแรงงานต่างชาติที่ป่วยเป็นวัณโรค ต้องได้รับความยินยอมจากนายจ้างก่อน จึงจะอยู่รักษาที่ไต้หวันได้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 เป็นต้นไป หลังแนวร่วมกลุ่ม NGO ประท้วง

          3. ไต้หวันอนุญาตให้อยู่รักษาและตรวจซ้ำใหม่ได้ สำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ผ่านการตรวจโรค (ยกเว้นผู้ที่ปฏิเสธให้ความร่วมมือในการรักษาและผู้ถูกตรวจพบป่วยเป็นวัณโรคดื้อยาหลายขนาน จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ส่งกลับประเทศ)

          - ตรวจพบพยาธิในอุจจาระ ( กรณีไม่ใช่เกิดจากโรคบิดอะมีบาจากการติดเชื้ออะมีบาชนิดเซลล์เดียว) อยู่รักษาในโรงพยาบาลและมีใบรับรองผลการตรวจซ้ำเป็นลบ ภายในเวลา 65 วัน นับแต่วันรุ่งขึ้นที่ได้รับใบรับรองผลตรวจ

          - กรณีที่ตรวจพบเป็นโรคบิดอะมีบาจากการติดเชื้ออะมีบาชนิดเซลล์เดียว อยู่รักษาในโรงพยาบาลและมีใบรับรองผลการตรวจซ้ำเป็นลบ 3 ครั้ง ภายในเวลา 65 วัน นับแต่วันรุ่งขึ้นที่ได้รับใบรับรองผลตรวจ

          - ผู้ไม่ผ่านการตรวจภูมิคุ้มกันซิฟิลิส ให้อยู่รักษาและแสดงหลักฐานผ่านกระบวนการบำบัด ภายในเวลา 30 วัน นับแต่วันรุ่งขึ้นที่ได้รับใบรับรองผลตรวจ

          - หากผลตรวจวัณโรคมีอาการคล้ายวัณโรคปอด เมื่อได้รับแจ้งจากสถานพยาบาลแล้ว แรงงานต่างชาติไปรับการตรวจเอกซเรย์ปอดซ้ำภายในเวลา 15 วัน หากยืนยันป่วยเป็นวัณโรค และยินยอมเข้ารับการรักษาด้วยระบบยารักษาระยะสั้น (DOTS) โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากนายจ้าง ยกเว้นผู้ที่ปฏิเสธให้ความร่วมมือในการรักษาและผู้ถูกตรวจพบป่วยเป็นวัณโรคดื้อยาหลายขนาน จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ส่งกลับประเทศ 

          - ผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อน จะได้รับอนุญาตเข้ารับการรักษาในสถาบันบำบัดตามที่กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกำหนด และทำการตรวจซ้ำภายในเวลา 15 วัน

กองแรงงานกรุงไทเป ร่วมกับมูลนิธิพุทธฉือจี้ ตรวจสุขภาพให้แรงงานต่างชาติฟรีเป็นประจำ ณ สถานีรถไฟไทเป

3. ข้อควรระวังสำหรับการเดินทางกลับประเทศไทย หลายคนตกเครื่องกลับไม่ได้ เพราะพึ่งแต่ล่ามอย่างเดียว

          แรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย แม้จะมีล่ามช่วย แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนกลับประเทศผ่านระบบไทยแลด์พาส (Thailand Pass) ให้ถูกต้องด้วยตนเอง รวมถึงเอกสารที่ต้องนำติดตัวไป

แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศ หลายคนตกเครื่องเพราะพึ่งแต่ล่ามคนเดียว

          - ปัจจุบันการเดินทางกลับประเทศต้องลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) เท่านั้น และต้องจองโรงแรมกักตัว 7 วัน สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มก่อนเดินทางมากกว่า 14 วัน กรณีที่ยังไม่ได้ฉีด ฉีดเข็มเดียว หรือเข็มที่ 2 ยังไม่ครบ 14 วัน หรือฉีดวัคซีนยี่ห้อเกาตวน (Medigen) ไม่ว่าจะกี่เข็ม ต้องจองโรงแรมกักตัว 10 วัน (เกาตวน หรือวัคซีน Medigen ได้รับการยกเว้นเหมือนวัคซีนยี่ห้ออื่นเฉพาะโครงการแซนด์บ็อกซ์ที่ไปลงที่ภูเก็ตเท่านั้น)

          - ก่อนการเดินทางไม่ต้องตรวจ PCR

          - การลงทะเบียนในระบบ Test&Go แบบกักตัววันเดียวหมดเขตการเดินทางตั้งแต่ 15 ม.ค. 65

แรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศต้องตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลด์พาสให้ถูกต้องด้วยตนเอง รวมถึงต้องนำเอกสารการเดินทางไปด้วยตนเอง

          - ตรวจสอบและถือหนังสือเดินทางด้วยตนเอง รู้กำหนดเวลาเที่ยวบิน เวลาเช็คอิน หลายคนตกเครื่องเพราะพึ่งแต่ล่ามคนเดียว แรงงานไทยส่วนใหญ่เดินทางกลับบ้านโดยมีล่ามไปส่ง หรือบางบริษัทใช้วิธีว่าจ้างรถส่งแรงงานต่างชาติไปสนามบิน เอกสารสำคัญ อย่างหนังสือเดินทาง จะเก็บไว้ที่ล่ามหรือคนขับรถ เมื่อส่งถึงสนามบินแล้วลืมยื่นให้แรงงานไทย จากนั้นกลับไปเลย ตัวแรงงานไทยเองก็ไม่ใส่ใจ ทำให้ไม่สามารถรายงานตัวหรือเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินตามกำหนดเวลา ต้องเลื่อนกำหนดเวลากลับประเทศ ทำให้เสียเวลาและเสียค่าตั๋วเครื่องบิน บางคนมีเอกสารพร้อมเพรียง แต่ดูกำหนดเวลาเดินทางผิด ทำให้ตกเครื่องต้องรอคิวเดินทางกลับประเทศใหม่

ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับแรงงานไทย ขณะเดินทางขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเถาหยวนอีกเรื่องคือ ลืมเพาเวอร์แบ๊งค์ แบตเตอรี่ลิเธียมและไฟแช็คไว้ในกระเป๋าสัมภาระ ต้องรื้อหากันชุลมุน

          - ตรวจสอบชื่อสายการบิน เวลาเดินทาง และช่องเช็คอินที่เคาน์เตอร์ของสายการบินให้เรียบร้อย และควรเดินทางถึงสนามบินก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง มีแรงงานไทยหลายคนต่อแถวเช็คอินผิดเคาน์เตอร์ เมื่อถึงคิวพนักงานช่วยตรวจดูตั๋วเครื่องบินพบว่าเป็นของสายการบินอื่น ซึ่งออกเดินทางไปแล้ว ทำให้ตกเครื่องกลับไม่ได้        

ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับแรงงานไทย ขณะเดินทางขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเถาหยวนอีกเรื่องคือ ลืมเพาเวอร์แบ๊งค์ แบตเตอรี่ลิเธียมและไฟแช็คไว้ในกระเป๋าสัมภาระ ต้องรื้อหากันชุลมุน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง