:::

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 7 กันยายน 2565

  • 07 September, 2022
ไขปัญหาแรงงาน
โควตานำเข้าลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการเดินทางมาทำงานเพิ่มขึ้น  ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานไทยแพงขึ้นต่อเนื่อง

1. ประกาศแล้ว! 1 พ.ย. นี้เป็นต้นไป ซื้อรถจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน ค่าธรรมเนียมแผ่นป้าย 300 เหรียญ ใบอนุญาตใช้รถ 100 เหรียญ รถเก่าต้องติดภายใน 2 ปี

          กระแสความนิยมรถจักรยานไฟฟ้าในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงขณะนี้ มียอดจำนวน 680,000 คัน เนื่องจากไม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องซื้อประกันภัยภาคบังคับ ทำให้มีการแต่งเพิ่มความเร็วและเกิดอุบัติเหตุตามมามากมาย เพื่อจะจัดระเบียบใหม่ สภานิติบัญญัติของไต้หวันผ่านกฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษฉบับแก้ไข ตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย. 65 ขยายการควบคุมให้รถจักรยานไฟฟ้า หรือมีชื่อทางกฎหมายว่า ยานพาหนะ 2 ล้อขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยกำหนดอย่างชัดเจนว่า รถจักรยานไฟฟ้าจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ติดแผ่นป้ายทะเบียนและซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 หรือประกันภัยภาคบังคับ จึงจะอนุญาตให้ขับขี่บนท้องถนนได้

1 พ.ย. นี้เป็นต้นไป ซื้อรถจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน

          สภาบริหารประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 65 เป็นต้นไป ซื้อรถจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ จะต้องติดแผ่นป้ายเครื่องหมายผ่านการรับรองมาตรฐาน ต้องยื่นขอแผ่นป้ายทะเบียนรถและต้องซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 หรือประกันภัยภาคบังคับเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซต์แล้ว จึงจะอนุญาตให้ขับขี่บนถนนได้ ด้านกระทรวงคมนาคมประกาศรายละเอียดค่าธรรมเนียมว่า การขอแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานไฟฟ้า ค่าธรรมเนียม 300 เหรียญ และต้องขอใบอนุญาตใช้ยานพาหนะอีก 100 เหรียญ ส่วนรถจักรยานไฟฟ้าคันเก่าที่ซื้อก่อนวันที่ 1 พ.ย. 65 จะต้องยื่นขอติดแผ่นป้ายทะเบียนภายในเวลา 2 ปี

กลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ที่ซินจู๋ ตั้งชมรม Low Profile EBikers ปัจจุบันมีสมาชิกหลายร้อยคน (ภาพจากชมรม Low Profile EBikers)

          ส่วนเลขป้ายทะเบียน อนุญาตให้เลือกเลขสวยได้ แต่ต้องจ่ายเลือกหมายเลขเพิ่มขึ้น โดยแบ่งเลขออกเป็น 3 ระดับ ค่าเลือกเลขสวยเริ่มตั้งแต่ 1,000-3,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนอัตราเบี้ยประกันภัยภาคบังคับยังไม่ได้ประกาศ แต่ไม่น่าเกินเบี้ยประกันภัยภาคบังคับรถมอเตอร์ไซค์เล็ก ที่ต้องจ่ายปีละ 424 เหรียญ หากไปชนคนอื่นเสียชีวิต ประกันจ่ายคนละ 2,000,000 เหรียญ กรณีพิการจะจ่ายตามระดับความพิการซึ่งมี 15 ระดับ ตั้งแต่ 50,000-2,000,000 เหรียญ ค่ารักษาพยาบาลสูงสุดจ่ายคนละ 200,000 เหรียญ หากต้องการวงเงินสูงขึ้น สามารถซื้อเพิ่มกว่ามาตรฐานได้ และมีหลากหลายบริษัทประกันภัยโปรโมทขายในราคาพิเศษ หากไม่รู้จะซื้ออย่างไร สามารถซื้อผ่านร้านขายก็ได้

ในวันหยุด นายมาลอน แรงงานฟิลิปปินส์ในซินจู๋ ชอบขับขี่จักรยานไฟฟ้าคู่ชีพที่แต่งเอง ตระเวนกินลมชมวิวไปตามที่ต่าง ๆ ทั่วไต้หวัน

          ตามกฎหมายการจราจรทางถนนและการลงโทษฉบับแก้ไข ในส่วนที่เกี่ยวกับรถจักรยานไฟฟ้า กำหนดให้ความเร็วไม่เกิน 25 กม. ต่อชั่วโมง น้ำหนักรถไม่รวมแบตเตอรี่ต่ำกว่า 40 กก. หรือรวมแบตเตอรี่ไม่เกิน 60 กก. ส่วนแผ่นป้ายทะเบียน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ออกแบบ เป็นแผ่นป้ายทะเบียนพื้นสีขาว เลขทะเบียนสีเขียว นำหน้าด้วยอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ตามด้วยเลขรวมเป็น 5 หลัก กรมทางหลวงกล่าวเตือนว่า รถจักรยานไฟฟ้าจะต้องซื้อประกันภัยภาคบังคับเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทุกคัน หากไม่มีประกัน จะไม่อนุญาตให้ยื่นขอแผ่นป้ายทะเบียน หากขับขี่โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จะถูกปรับ 1,200-3,600 เหรียญไต้หวัน ทั้งนี้ รถจักรยานไฟฟ้าคันเก่าที่ซื้อก่อนวันที่ 1 พ.ย. 65 จะต้องยื่นขอติดแผ่นป้ายทะเบียนภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันที่กฎหมายฉบับนี้มีผล หรือก่อน 30 ต.ค. 67 มิเช่นนั้น จะถูกปรับสูงสุด 3,600 เหรียญไต้หวัน

1 พ.ย. 65 เป็นต้นไป ซื้อรถจักรยานไฟฟ้าคันใหม่ จะต้องติดแผ่นป้ายเครื่องหมายผ่านการรับรองมาตรฐาน ต้องยื่นขอแผ่นป้ายทะเบียนรถและต้องซื้อประกันภัยบุคคลที่ 3 หรือประกันภัยภาคบังคับ

2. แรงงานไทยโอด ค่าหัวคิวเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันแพงขึ้นต่อเนื่อง บจง. บางรายเก็บ 140,000 บาท อ้างบวกค่ากักตัว ทั้งที่นายจ้างต้องเป็นผู้จ่าย และได้ลดลงจาก 21 วันเหลือเพียง 7 วัน

          ค่าหัวคิวเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้และมีมาตั้งแต่แรงงานไทยเริ่มเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันเมื่อกว่า 30 ปีแล้ว จำได้ว่า เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว สมัยนั้นแรงงานไทยมีจำนวนมากที่สุด ประมาณ 150,000 คน ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 15,840 เหรียญ แต่ค่าหัวคิวสูงถึง 140,000-160,000 บาท เพียงแต่ไม่หักค่าอาหาร ที่พักและค่าบริการรายเดือน

โควตานำเข้าลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการเดินทางมาทำงานเพิ่มขึ้น  ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานไทยแพงขึ้นต่อเนื่อง

          คณะกรรมการการแรงงาน หรือ CLA ในสมัยนั้น ซึ่งก็คือกระทรวงแรงงานในปัจจุบัน เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ จึงประกาศให้แรงงานต่างชาติจ่ายค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวไม่เกิน 1 เดือนของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ให้เสียค่าอาหาร ที่พักและค่าบริการดูแลรายเดือน เนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือจากประเทศต้นทาง ทำให้แรงงานต่างชาติจ่ายค่าหัวคิวลดลงนิดหน่อย แต่ต้องเสียค่าอาหาร ที่พัก เดือนละ 2,500 เหรียญ รวม 3 ปี 90,000 เหรียญ และค่าบริการรายเดือน 1,800, 1,700, และ 1,500 เหรียญ รวม 3 ปี 60,000 เหรียญ สรุปแล้ว 3 ปีต้องจ่ายทั้งหมด 150,000 เหรียญ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ค่าหัวคิวยังคงแพงเหมือนเดิม

โควตานำเข้าลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการเดินทางมาทำงานเพิ่มขึ้น  ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานไทยแพงขึ้นต่อเนื่อง

          ต่อมาแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ไม่เฉพาะไต้หวันเท่านั้น ลดจำนวนน้อยลง เนื่องจากอัตราการเกิดของประเทศไทยลดลงเหมือนในไต้หวัน และคนไทยรุ่นใหม่ไม่นิยมเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แม้แต่ในประเทศยังขาดแคลนแรงงานรุนแรง ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ พม่า ลาวและกัมพูชา จำนวนหลายล้านคน

โควตานำเข้าลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการเดินทางมาทำงานเพิ่มขึ้น  ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานไทยแพงขึ้นต่อเนื่อง

          เมื่อคนงานไทยลดน้อยลง ค่าหัวคิวก็ลดลงตามกลไกตลาด จำได้ว่าเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ลดลงเหลือเพียง 50,000-60,000 บาทเท่านั้น ต่อมาเนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยเริ่มแย่ คนตกงานเพิ่มมากขึ้น แรงงานไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับโควตานำเข้าแรงงานไทยลดน้อยลง เพราะช่วงที่ขาดแคลนแรงงานไทย บจง. ไต้หวันแนะนายจ้างนำเข้าชาติอื่น อย่างอินโดนีเซียและเวียดนามที่ค่าหัวคิวแพงกว่า บจง. ได้กำไรมากกว่า เมื่อนายจ้างใช้แรงงานชาติอื่นแล้ว อย่างน้อยก็ต้องรอ 3 ปี จนกว่าจะครบสัญญา และส่วนใหญ่เมื่อครบกำหนดจะจ้างต่อ เพราะว่าคุ้นเคยแล้ว เพราะฉะนั้น โควตานำเข้าแรงงานไทยจึงลดลงไปเรื่อย ๆ

โควตานำเข้าลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการเดินทางมาทำงานเพิ่มขึ้น  ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานไทยแพงขึ้นต่อเนื่อง

          ยิ่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่ว ประเทศไทยที่พึ่งพิงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบอย่างหนัก คนตกงานเพิ่มมากขึ้น แรงงานไทยต้องการไปทำงานต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมาตรการป้องกันโรคที่ต้องให้ผู้เดินทางเข้าไต้หวันการกักตัว แม้ทางการจะกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่ากักตัวห้องพักโรงแรมของแรงงานต่างชาติที่ตนนำเข้า แต่เนื่องจากมีการแข่งขันตัดราคากันระหว่าง บจง. มีการเสนอให้ผลักภาระไปให้แรงงานต่างชาติ โดยรวมอยู่ในค่าหัวคิว ทำให้ค่าหัวคิวพุ่งพรวด แม้ว่าจะมีนายจ้างจำนวนไม่น้อยที่รับผิดชอบค่ากักตัวโรงแรมดังกล่าว และปัจจุบันได้ลดกักตัวและสังเกตอาการจาก 21 วันเหลือ 7 วันแล้ว แต่ บจง. ไม่มีการลดค่าหัวคิวตามด้วย

โควตานำเข้าลดน้อยลง ขณะที่ความต้องการเดินทางมาทำงานเพิ่มขึ้น  ค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวในการเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันของแรงงานไทยแพงขึ้นต่อเนื่อง

          จึงแนะนำ แรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานไต้หวันต้องใจเย็น ๆ อย่าด่วนตัดสินใจหรือวางเงินมัดจำกับ บจง. เพราะกลัวไม่ได้ไป ควรติดต่อสอบถามจากหลาย บจง. เพื่อเปรียบเทียบราคา เท่าที่ทราบ ยังมี บจง. ไทยที่ได้มาตรฐานหลายบริษัทเก็บค่าหัวคิวประมาณ 90,000-95,000 เหรียญ หากด่วนตัดสินใจจ่ายหัวคิวแพงลิบลิ่ว เมื่อเดินทางถึงไต้หวันแล้ว แม้นายจ้างจะมีโอทีให้ทำ จะกลายเป็นแรงกดดันที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่หนักอึ้ง สุดท้ายก็ต้องยกเลิกสัญญาเดินทางกลับเพราะคิดแล้วไม่คุ้ม และการยกเลิกสัญญาเดินทางกลับเอง บจง. มักจะไม่คืนค่าหัวคิวให้ หรือคืนก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง