:::

ไขปัญหาแรงงาน วันพุธที่ 28 กันยายน 2565

  • 28 September, 2022
ไขปัญหาแรงงาน
กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือน หากต้องการโอนเงินกลับบ้าน โปรดโอนผ่านธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นช่องทางโอนเงินที่ถูกกฎหมาย

1. กระทรวงแรงงานเตือนให้ระวังกลโกงแก๊งหลอกโอนเงินใต้ดิน แรงงานต่างชาติอาจสูญเงินที่หามาได้อย่างลำบาก

           ปัจจุบัน หลากหลายรูปแบบการหลอกลวงระบาดในกลุ่มแรงงานต่างชาติ คนงานไทยก็มีคนตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย ไม่แพ้แรงงานฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและเวียดนาม

           กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือนว่า การโอนเงินกลับบ้านควรโอนผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมาย ปัจจุบันมีบริษัทรับโอนเงินบางราย ใช้แอปก็สามารถโอนเงินได้แล้ว โดยให้ไปชำระเงินโอนที่ร้านสะดวกซื้อ รูปแบบนี้ ไม่ได้โอนโดยตรงหรอก เป็นการให้บริการนำเงินที่เราต้องไปโอนกลับบ้านไปโอนผ่านธนาคารให้อีกต่อหนึ่ง แม้จะไม่ได้โอนผ่านธนาคารโดยตรง แต่ยังถือว่าไม่ค่อยมีปัญหา หากเราเลือกเจ้าที่ไว้ใจได้ ที่ไม่แนะนำคือโอนผ่านร้านอาหารหรือร้านค้า ใช้มือเขียนยอดจำนวนเงินที่โอน มีหลายรายจ่ายเงินโอนแล้วไม่ถึงบ้าน ไปสอบถามอีกทีปิดร้านหนีไปแล้ว ที่ผ่านมามีลูกค้าตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ไม่รู้จะไปเรียกร้องกับใคร...

           นี่เป็นปัญหาที่มักจะเกิดกับแรงงานไทย ส่วนชาติอื่น โดยเฉพาะแรงงานฟิลิปปินส์ ปรากฏแก๊งหลอกโอนเงินในรูปแบบที่แรงงานไทยอาจคิดไม่ถึง ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจมีชาวไต้หวันชักใยอยู่เบื้องหลัง กลโกงของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่งเป็นผู้อนุบาลฟิลิปปินส์ เดิมเปิดรับโอนเงินใต้ดินให้กับคนบ้านเดียวกันอยู่แล้ว คราวนี้อาศัยเฟซบุ๊กโฆษณาและสร้างแรงจูงใจคนอยากรวย โดยอ้างว่าโอนเงินก็สร้างผลตอบแทนมาก ๆ ได้เช่นกัน ด้วยการลงทุนในระยะสั้น ๆ วิธีการก็คือใครที่จะโอนเงินกลับประเทศ หากยินยอมออมเงินหรือลงทุนเป็นเวลา 2 เดือนหรือมากกว่า ผลตอบแทนหรือเงินที่จะโอนเข้าบัญชีธนาคารปลายทางจะได้เพิ่มมากขึ้น เช่นลงทุนออมเงิน 2 เดือน โอน 10,000 เหรียญ จะเข้าบัญชีปลายทาง 20,000 เหรียญ เท่ากับว่า 2 เดือน ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยรวมกันเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว แรงงานฟิลิปปินส์จำนวนมากหลงเชื่อ ลงทุนในครั้งหรือ 2 ครั้งแรก ส่งเงินกลับบ้านได้รับเงิน 2 เท่าตามคำโฆษณาจริง ทำให้เหยื่อตายใจและเชื่อสนิท แต่เมื่อเพิ่มวงเงินลงทุนมากขึ้นและมีการชักชวนเพื่อฝูงมาลงทุน ก็จะถูกหลอกเงียบหายไป สูญเงินโดยไม่รู้จะไปเรียกร้องคืนได้จากใคร

           อีกรูปแบบหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคนงานฟิลิปปินส์ และเริ่มลามเข้าสู่แรงงานไทยแล้วเหมือนกัน โดยอาศัยแรงงานที่อยากหารายได้เสริมด้วยการยอมให้ใช้บัญชีเงินฝาก ได้ค่าตอบแทนร้อยละ 3 หรือครั้งละประมาณ 3,000-10,000 เหรียญไต้หวัน โดยหลอกว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีเป็นของเพื่อนแรงงานผิดกฎหมายที่ต้องการจะโอนเงินกลับบ้าน หรือบางครั้งก็อ้างว่าเป็นเงินที่ตนทำธุรกิจ ไม่สามารถโอนเงินได้ครั้งจำนวนมาก แต่หารู้ไม่ว่า ตกเป็นเครื่องมือช่วยแก๊งคอลเซนเตอร์ฟอกเงิน เพราะเงินที่โอนเข้าบัญชี เป็นเงินของผู้เสียหายชาวไต้หวัน ตำรวจกรมสอบสวนคดีอาญาจับกลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์แล้วหลายแก๊ง ขบวนการนอกกฎหมายเหล่านี้ เจาะจงให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของแรงงานฟิลิปปินส์ที่เปิดกับการไปรษณีย์ไต้หวัน จากนั้นให้เจ้าของบัญชี ใช้บัตร ATM ถอนเงินออกมาแล้วโอนเข้าบัญชีธนาคารฟิลิปปินส์ตามกำหนด ด้วยเหตุผลโอนเงินค่าจ้างกลับบ้านหรือเป็นเงินลงทุนทำธุรกิจ การกดถอนเงินและการโอนเงินแต่ละครั้ง แรงงานฟิลิปปินส์จะได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 3 หรือประมาณ 3,000-10,000 เหรียญ รายได้ค่อนข้างงาม ทำให้แรงงานฟิลิปปินส์มีการบอกกันปากต่อปาก แห่หารายได้เสริมด้วยวิธีดังกล่าว

ตำรวจจับกลุ่มแรงงานฟิลิปปินส์ถูกกฎหมาย 20 คน ข้อหาร่วมขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติฟอกเงิน

          กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือน หากมีความต้องการโอนเงินกลับประเทศ โปรดโอนผ่านธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นช่องทางโอนเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าเชื่อคำโฆษณาของกลุ่มบุคคลที่อ้างว่า “ได้รับเงินเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ/ไม่มีค่าธรรมเนียม อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าธนาคาร” หรือ “ให้บริการถึงที่บ้าน”เพื่อมิให้สูญเสียเงินก้อนใหญ่ที่หามาด้วยความยากลำบาก

          นอกจากแรงงานต่างชาติต้องระมัดระวังไม่ให้ตนเองตกเป็นเหยื่อแล้ว ยังห้ามหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติด้วย ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ มาตรา 29 กำหนด หากมิใช่ธนาคารพาณิชย์แต่ให้บริการธุรกรรมทางการเงิน ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10-200 ล้านเหรียญไต้หวัน

2. โดนกันเพียบ! แรงงานไทยหลายสิบรายหารายได้เสริมสั่งหวยมาขาย ส่งเลขบัญชีธนาคารให้เพื่อนคนงานไทยด้วยกัน ถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำ ข้อหาร่วมแก๊งคอลเซนเตอร์

          สำหรับแรงงานไทยที่ถูกหลอกและตกเป็นเหยื่อมากที่สุดในขณะนี้ เป็นบรรดาเจ้ามือขายหวยหรือสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่หาลำไพ่ด้วยการซื้อหวยมาขายต่อในไต้หวัน โดยสั่งจองจากแรงงานไทยด้วยกันที่ทำหน้าที่เป็นยี่ปั๊ว ซาปั๊ว สั่งหวยจากไทยแล้วขายให้แรงงานไทยที่สั่งจองเพื่อนำไปขายต่อ เป็นการหารายได้เสริม ซึ่งเป็นอาชีพใหม่ที่แรงงานไทยจำนวนไม่น้อยนิยมทำกัน

ขายหวย กลายเป็นอาชีพเสริมของแรงงานไทยบางคน นอกจากเสี่ยงถูกหลอกแล้ว ยังมีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างงานด้วย

          แรงงานไทยที่ทำอาชีพเสริมหลายสิบราย สั่งจองหวยจากแรงงานหญิงไทยรายหนึ่ง ทำงานอยู่ที่เขตปาเต๋อ นครเถาหยวน แรก ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร สั่งจอง 100 ฉบับ จะได้รับครบตามจำนวน เมื่อเครดิตดี มีคนสั่งจองกันซึ่งต้องจ่ายเงินล่วงหน้ามากขึ้น จู่ ๆหญิงไทยรายนี้แอบเดินทางกลับประเทศโดยไม่บอกใคร หวยที่สั่งจองจะได้รับเพียง 10-20% บางรายไม่ได้รับเลย อ้างว่ายี่ปั๊วใหญ่มีปัญหา และขอเลขบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินคืน แรงงานไทยเหล่านี้ ไม่เอะใจรีบส่งเลขบัญชีธนาคารให้ทันที จากนั้นไม่นานมีเงินโอนเข้าจริง

ข้อความโต้ตอบผ่านทางเมสเซนเจอร์ของแรงงานไทยผู้เสียหายรายหนึ่งกับเพื่อนแสบ

          แต่เวลาผ่านไป 2-3 เดือน แรงงานไทยเจ้าของบัญชีเหล่านี้ ได้รับแจ้งจากตำรวจให้ไปบันทึกปากคำที่โรงพัก เพราะมีคนไต้หวันฟ้องว่า ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของพวกเขา โดนกันหลายสิบคน มีทั้งแรงงานไทยในเขตซู่หลิน เถาหยวนและที่ภาคกลาง ภาคใต้ ทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมขบวนการต้มตุ๋นเงิน ทั้งที่แรงงานไทยเหล่านี้กล่าวว่า เป็นเงินที่เพื่อนโอนคืนให้ แต่หลักฐานชัดเจนว่า คนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของแรงงานไทยเหล่านี้คือเหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ อยากรวยจากการขายหวย สุดท้ายต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หากไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้ ก็อาจต้องติดคุก

3. สัมภาษณ์คุณรังสรรค์ อนันต์ ที่ปรึกษาสมาคมการจัดหางานไทยไปทำงานต่างประเทศ

          ปัญหาคุณภาพแรงงานไทยที่จัดส่งมาทำงานที่ไต้หวัน หลังนายจ้างและ บจง. ไต้หวันจำนวนไม่น้อยบ่นว่า คุณภาพแรงงานไทยรุ่นใหม่ด้อยลงกว่าเดิม ไม่มีความอดทนและไม่สู้งานเหมือนแรงงานไทยรุ่นก่อน ๆ บางคนเพิ่งเข้ารายงานตัวที่โรงงาน ก็มีปัญหาประสาทหลอนจากยาเสพติดหรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังเสียแล้ว พร้อมให้กำลังใจแรงงานไทยในไต้หวัน ขอให้อดทนและสู้กับหน้าที่การงานถึงที่สุด...ฟังรายการออนไลน์ได้ที่นี่!

คุณรังสรรค์ อนันต์ (กลาง) ที่ปรึกษาสมาคมการจัดหางานไทยไปทำงานต่างประเทศ ถ่ายภาพร่วมกับแรงงานไทยในงานประเพณีลอยกระทงที่นครนิวไทเป

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง