:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalสโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 9 ตุลาคม 2564

  • 09 October, 2021
สโมสรผู้ฟัง
รพ. Taipei Veterans General Hospital ประกาศความสำเร็จในการปลูกถ่ายไต 2 ข้างที่มีขนาดเล็กสุดจากเด็กทารกอายุเพียง 1 ขวบ ให้กับเด็กหญิง 2 คน

1. ความเป็นมาของวันสองสิบ (雙十節) วันชาติสาธารณรัฐจีน กับศักราชที่ใช้ในไต้หวัน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 110

           วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคมนี้เป็นวันชาติของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศสาธารณรัฐแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เหตุที่ยึดเอาวันที่ 10 ตุลาคมเป็นวันชาติของสาธารณรัฐจีน เนื่องจากวันนี้เป็นวันแห่งการลุกฮือขึ้นที่อู่ชาง เพื่อก่อการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิวัติซินไฮ่ตามมา จนนำไปสู่การโค่นล้มราชวงศ์ชิง สิ้นสุดการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีนที่มียาวนานกว่า 5,000 ปี และได้มีประกาศสถาปนาประเทศสาธารณรัฐแห่งแรกในเอเชีย เรียกว่าสาธารณรัฐจีน (中華民國 ) หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Republic of China อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคมปี ค.ศ. 1912 มีการเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสาธารณรัฐจีน นับตั้งแต่ปี 1912 เป็นศักราชสาธารณรัฐจีนปีที่ 1 จวบจนถึงวันนี้ ก็เป็นปีที่ 110  จากวันนั้นถึงวันนี้ประเทศสาธารณรัฐจีน มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เริ่มตั้งแต่โยกย้ายรัฐบาลมาตั้งอยู่ที่เกาะไต้หวัน เมื่อปีค.ศ. 1949 และปัจจุบัน ชื่อประเทศใช้ชื่อว่า สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) หรือภาษาอังกฤษคือ Republic of China (TAIWAN)

เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงชีนุก CH-47 และแบล็กฮอว์ก แขวนธงชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ผืนใหญ่บินผ่านใจกลางกรุงไทเป

          หลังการสถาปนาประเทศแล้ว จีนแผ่นดินใหญ่ตกอยู่ภาวะสงคราม ทั้งสงครามภายในและสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ดังนั้นพิธีเฉลิมฉลองจึงไม่ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่นักและไม่มีการจุดพลุ ต่อมารัฐบาลสาธารณรัฐจีนพ่ายแพ้สงครามภายในแก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ต้องอพยพโยกย้ายมาอยู่ที่ไต้หวันในปีค.ศ. 1949 จึงได้มีโอกาสจัดงานเฉลิมฉลองวันชาติซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม หรือภาษาจีนเรียกว่า雙十節 ซึ่งแปลว่า วันสองสิบ หรือวันคู่สิบ (Double tenth day) โดยพิธีเฉลิมฉลองวันชาติที่จัดขึ้นในช่วงแรกๆ จะประกอบด้วยการเชิญธงชาติที่หน้าทำเนียบประธานาธิบดี พิธีสวนสนามของกองทัพ การเดินขบวนพาเพรดและการแสดงของวงโยธวาทิตของสามเหล่าทัพ เป็นต้น ต่อมาในปีค.ศ. 1953 เริ่มมีการจุดพลุเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติในช่วงกลางคืน โดยในปีแรกจะเป็นการใช้ปืนยิงพลุสัญญาณของกองทัพ ต่อมาจึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนมาใช้พลุดอกไม้ไฟแทน  โดยสถานที่จุดพลุคือที่ลานกว้างหน้าทำเนียบประธานาธิบดี ต่อมาในปีค.ศ. 2000 ซึ่งเป็นปีแรกที่ประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าชนะการเลือกตั้ง โค่นพรรคก๊กมินตั๋งที่ครองอำนาจมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษลงได้สำเร็จ จึงย้ายสถานที่จุดพลุไปยังเมืองอื่นๆ ไม่จุดเฉพาะในไทเปอีกต่อไป และในปีนี้ก็ย้ายไปจุดที่เกาสง

ทหารสวนสนามในพิธีฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในอดีต

บรรยากาศพิธีฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เมื่อปี ค.ศ. 1996 

          อีกหนึ่งรายการแสดงที่น่าสนใจในพิธีเฉลิมฉลองวันชาติก็คือการสวนสนามของกองทัพ ซึ่งรายการนี้เริ่มขึ้นในพิธีเฉลิมฉลองวันชาติปีค.ศ. 1936 หรือศักราชสาธารณรัฐจีนที่ 25 ซึ่งขณะนั้นเมืองหลวงของสาธารณรัฐจีนตั้งอยู่ที่นครหนานจิง และเป็นการสวนสนามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงก่อนจะย้ายเมืองหลวงมาอยู่ไทเปในปีค.ศ. 1949 โดยมีการจัดพิธีสวนสนามของกองทัพอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปีจนถึงปี 1991 เนื่องจากเกิดกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธฺปไตย ทำให้ต้องหยุดจัดพิธีสวนสนามขนาดใหญ่มีเพียงการแสดงแสนยานุภาพบางส่วนของกองทัพเท่านั้นในปีค.ศ. 2007 ซึ่งยุคของประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน จากนั้นก็เว้นไป 4 ปี จึงได้จัดจัดพิธีสวนสนามขนาดใหญ่ในปีค.ศ. 2011 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน เป็นยุคของประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วจากพรรคก๊กมินตั๋ง และล่าสุดจัดพิธีสวนสนามขึ้นในปีค.ศ. 2016 ซึ่งเป็นปีแรกของการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันคนปัจจุบัน

เครื่องบินพ่นควันหลากสีเหนือทำเนียบประธานาธิบดีต้อนรับวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 110

2. ไต้หวันประสบความสำเร็จปลูกถ่ายไตเด็กอายุน้อยสุดเพียง 1 ขวบ ช่วยให้เด็กหญิง 2 คน ไม่ต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต

          การบริจาคอวัยวะในไต้หวัน นับวันได้รับการยอมรับและมีจำนวนผู้บริจาคมากขึ้น วงการแพทย์ของไต้หวันมีการปลูกถ่ายอวัยวะมายาวนาน ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีด้านการปลูกถ่ายอวัยวะของไต้หวันอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก แต่ผู้ให้และผู้รับอวัยวะส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหรือเป็นผู้ใหญ่ การผ่าตัดเอาอวัยวะจากเด็กทารกเพียง 1 ขวบ ปลูกถ่ายให้แก่เด็กเช่นกัน ยังมีจำนวนน้อยมาก

รพ. Taipei Veterans General Hospital ประกาศความสำเร็จในการปลูกถ่ายไต 2 ข้างที่มีขนาดเล็กสุดจากเด็กทารกอายุเพียง 1 ขวบ ให้กับเด็กหญิง 2 คน

          เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาล Taipei Veterans General Hospital หรือโรงพยาบาลทหารผ่านศึกสำนักงานใหญ่ไทเป (臺北榮民總醫院) ประกาศความสำเร็จในการปลูกถ่ายไต 2 ข้างที่มีขนาดเท่าหัวแม่มือจากเด็กทารกอายุเพียง 1 ขวบ 3 เดือน น้ำหนัก 9.8 กก. ให้กับเด็กหญิง 2 คน เด็กหญิงคนแรกวัย 4 ขวบ คนที่ 2 อายุ 9 ขวบ โดยแพทย์พยาบาล 20 คน ใช้เวลาในการผ่าตัดและปลูกถ่ายนาน 18 ชั่วโมง เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2563 หลังจากรับการปลูกถ่ายไตและติดตามดูแลอาการมาเป็นเวลา 1 ปี ไตใหม่ในร่างของเด็กหญิงทั้ง 2 ทำงานและเติบโตเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป ทำให้พ้นจากต้องล้างไตไปตลอดชีวิต และเป็นการทำลายสถิติปลูกถ่ายอวัยวะเด็กอายุต่ำสุดในไต้หวัน เด็กน้อยคนนี้คนเดียว ช่วยชีวิตเด็กได้ 2 คน

รพ. Taipei Veterans General Hospital ประกาศความสำเร็จในการปลูกถ่ายไต 2 ข้างที่มีขนาดเล็กสุดจากเด็กทารกอายุเพียง 1 ขวบ ให้กับเด็กหญิง 2 คน

           นายแพทย์ไช่ซินหลิน ผอ. แผนกกุมารศัลยกรรม โรงพยาบาล Taipei Veterans General Hospital กล่าวว่า เด็กหญิงหลี่ กระเพาะอาหารแตกช่วงแรกเกิด ทำให้เกิดภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ ส่งผลไตวายเฉียบพลัน ทำให้ต้องฟอกไตตั้งแต่เกิดได้เพียง 4 วัน เป็นผู้ป่วยล้างไตระยะยาวอายุน้อยสุดในไต้หวัน ส่วนเด็กหญิงสวี่ ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด หลังฝ่าตัด ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน ต้องฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวรมาตลอดเวลา 3 ปี การต้องฟอกไตมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เด็กหญิงทั้ง 2 เจริญเติบโตช้ากว่าเด็กหญิงทั่วไป แต่โชดีที่ได้รับบริจาคไตจากเด็กดังกล่าว ทำให้ภาวะการเจริญเติบโตฟื้นฟูเหมือนเด็กทั่วไป 1 ปีที่ผ่านมา เด็กหญิงหลี่ สูงขึ้น 7.5 ซม. ส่วนเด็กหญิงสวี่สูงขึ้น 8.5 ซม. ที่สำคัญเด็กทั้ง 2 ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการฟอกไตไปตลอดชีวิต

ดญ.หลี่ (คนที่ 2 จากซ้าย) ต้องฟอกไตตั้งแต่เกิดได้เพียง 4 วัน เป็นผู้ป่วยล้างไตระยะยาวอายุน้อยสุดในไต้หวัน และดญ.สวี่ ฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวรมาแล้ว 3 ปี ไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป  

          ส่วนผู้บริจาคหรือผู้ให้ไต เป็นเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะความประมาทของพี่เลี้ยงที่เนอสเซอรี่ ป้อนอาหารเหนียวติดคอ หายใจไม่ได้ทำให้สมองตาย พ่อแม่เด็กเสียใจมากที่ลูกไม่สามารถกู้ชีวิตกลับคืนมาได้ โดยคิดว่าหากช่วยให้เด็กคนอื่นที่ต้องการอวัยวะมีชีวิตที่ดีต่อไปได้จะเป็นบุญ ถึงตัวลูกจะตายแต่อวัยวะยังอยู่ ในที่สุดพ่อแม่ตัดสินใจบริจาคไต 2 ข้างของลูกที่มีอายุ 1 ปี 3 เดือน ส่วนสูง 83 ซม. น้ำหนัก 9.8 กก. ขนาดไตมีเพียง 5.8 ซม. เม็ดพอๆ กับหัวแม่มือ การผ่าตัดปลูกถ่ายเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่แพทย์พยาบาลได้ช่วยกันปลูกถ่ายสำเร็จ โดยเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา โรงพยาบาลได้เปิดตัวเด็กหญิงทั้ง 2 ซึ่งดูเหมือนเป็นเด็กทั่วไป หากไม่บอกว่าเป็นเด็กที่ต้องฟอกไต จะไม่มีใครรู้เลย

ดญ.หลี่ (ถือซองแดง) ต้องฟอกไตตั้งแต่เกิดได้เพียง 4 วัน เป็นผู้ป่วยล้างไตระยะยาวอายุน้อยสุดในไต้หวัน และดญ.สวี่ ฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวรมาแล้ว 3 ปี ไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป  

          พูดถึงเรื่องการบริจาคอวัยวะ ไต้หวันถือได้ว่ามีผู้บริจาคมากในระดับต้นๆ ของเอเชีย โดยเมื่อปี 2562 มีผู้บริจาคซึ่งเป็นผู้ป่วยสมองตาย (ผู้เสียชีวิต ) จำนวน 375 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมสะสมผู้บริจาคอวัยวะแล้วกว่า 5,000 ราย ช่วยชุบชีวิตผู้ป่วยที่หมดหวังจากการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ถือเป็น “ของขวัญเพื่อชีวิต” และช่วยให้ครอบครัวผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกตินับเป็นหมื่นๆ ครอบครัว ด้านสัดส่วนผู้บริจาคอวัยวะทั้งจากตัวเองหรือได้รับการยินยอมจากญาติพี่น้องเพิ่มจาก 64% มาเป็น 71% ส่วนผู้คนทั่วไปที่มีความประสงค์จะบริจาคอวัยวะในตอนที่ยังมีชีวิต จาก 9% เพิ่มเป็น 24% ในปัจจุบัน

ดญ.หลี่ (คนถูกอุ้มไว้) ต้องฟอกไตตั้งแต่เกิดได้เพียง 4 วัน เป็นผู้ป่วยล้างไตระยะยาวอายุน้อยสุดในไต้หวัน และดญ.สวี่ ฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวรมาแล้ว 3 ปี ไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป  

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง