close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

สโมสรผู้ฟัง วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567

  • 11 February, 2024
สโมสรผู้ฟัง
สีแดงเป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคลของชาวจีน ดังนั้น ในช่วงตรุษจีน จึงนิยมประดับตกแต่งด้วยกระดาษ โคมไฟ ฯลฯ ที่เป็นสีแดง

1. ตำนานที่มาของวันตรุษจีน

         ตรุษจีน คนส่วนใหญ่ทราบกันดีว่าเป็นวันปีใหม่ของชาวจีน แต่ตรุษจีนซึ่งในภาษาจีนคือ 春節 (อ่านว่า ชุนเจี๋ย)  ยังมีความว่า "เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ" เพราะหลังตรุษจีนไปแล้วจะถือว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ  สำหรับที่มาของวันตรุษจีน มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในสมัยโบราณ มีปีศาจตนหนึ่ง นามว่า “เหนียน” (年 ) มีความดุร้ายเป็นอย่างมาก เมื่อถึงวันฉูซี่หรือวันสิ้นปี หรือวันส่งท้ายปีเก่า ก็จะออกมาทำร้ายผู้คนและสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้าน ดังนั้นทุกปีพอถึงวันสิ้นปี ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็จะอุ้มลูกจูงหลานเข้าไปหลบซ่อนในหุบเขา เพื่อไม่ให้ปีศาจ “ เหนียน ”พบเจอและทำร้าย แต่ในเวลาต่อมา ชาวบ้านพบว่า “ เหนียน ” มีจุดอ่อน คือมันจะหวาดกลัวเสียงดังเปรี้ยงปร้าง สีแดง และไฟที่ร้อนแรงและสว่างเจิดจ้า ดังนั้นเมื่อถึงวันฉูซี่ ทุกบ้านจะพร้อมใจกันนำกระดาษสีแดงมาติดไว้หน้าประตูบ้านและแขวนโคมไฟสีแดง พร้อมกับนำไม้ไผ่มาเผาไฟเพื่อให้ปล้องไผ่แตกซึ่งจะทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ซึ่งสามารถขับไล่ “ เหนียน ” ไม่ให้เข้ามาอาละวาดในหมู่บ้าน จนเมื่อฟ้าสาง เริ่มต้นเช้าวันใหม่ซึ่งเป็นวันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีนหรือวันตรุษจีน ผู้คนจึงออกมาจากบ้าน มาร่วมกันกล่าวคำอวยพรซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข โดยกล่าวคำว่ากงสี่...กงสี่... (恭喜恭喜) แปลว่า ขอแสดงความยินดีด้วย พร้อมกับนำอาหารออกมารับประทานร่วมกันด้วยความยินดีปรีดา ต่อมาวันดังกล่าวนี้ จึงกลายมาเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองของชาวจีนซึ่งก็คือวันตรุษจีนนั่นเอง

ช่วงตรุษจีน ผู้คนในไต้หวันนิยมแขวนหรือติดกระดาษแดงที่เขียนคำมงคล (ภาพจาก ftvnews.com.tw)

2. ประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติในวันตรุษจีนของชาวไต้หวัน

        ประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติในเทศกาลตรุษจีนของชาวไต้หวันจะเริ่มตั้งแต่วันส่งท้ายปีเก่าหรือวันฉูซี่ (除夕) หรือที่ชาวไทยเชื้อสายจีนเรียกกันว่า วันไหว้ ในวันนี้จะมีการทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้า วันนี้สมาชิกในครอบครัวจะกลับบ้านมาร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว อาหารมื้อค่ำในคืนวันส่งท้ายปีเก่า (年夜飯) ก็จะเป็นอาหารสิริมงคล หรือมีความหมายที่เป็นมงคลทั้งสิ้น ที่ขาดไม่ได้เลยคือปลา (魚) อ่านว่า อวี๋ เสียงไปพ้องกับคำว่า 餘 ซึ่งแปลว่า เหลือ หรือมากเกิน เมนูปลาในมื้อค่ำของวันส่งท้ายปีเก่า จึงเป็นการถือเคล็ดว่า ให้มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ และเมนูปลาจานนี้ส่วนใหญ่ไม่รับประทานแต่จะตั้งไว้บนโต๊ะอาหารจนถึงวันตรุษจีน นอกจากนี้ก็ยังมีสาหร่ายหรือ ฝ่าไช่ (髮菜) มีความหมายว่า ร่ำรวย  นอกจากนี้ยังมีถั่วงอก เพราะรูปร่างของถั่วงอกเหมือนกับคทาหรูอี้ (如意 ) ซึ่งเป็นคทาเป็นรูปทรงแป้น งอๆ ซึ่งมาจากรูปลักษณ์ตรงส่วนหัวของเห็ดหลินจือที่เชื่อว่า มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ คทานี้เป็นเครื่องยศชั้นสูงสำหรับขุนนางและพระจีนชั้นผู้ใหญ่ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม คทาหรูอี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมปรารถนา มีทั้งที่ทำด้วยงาช้าง หยก หิน ไม้ไผ่หรือโลหะมีค่าเช่น ทองคำ เป็นต้น และก็ยังมีเมนูอาหารที่ใส่ผักกาดเขียวหรือภาษาจีนเรียกว่าฉางเหนียนไช่ (長年菜) หมายถึง อายุที่ยืนยาว เป็นต้น

อาหารมื้อค่ำของคืนวันฉูซี่หรือวันส่งท้ายปีเก่า เป็นมื้อที่ต้องพิถีพิถัน เมนูปลาเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้เลย (ภาพจาก Womens health)

       หลังทานอาหารมื้อค่ำแล้วก็จะเป็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ รอคอย นั่นก็คือการส่งมอบอั่งเปากัน โดยตามธรรมเนียม ลูก ๆ ที่เติบโตมีงานทำหรือแต่งงานแล้วจะต้องใส่อั่งเปาให้พ่อแม่  ส่วนเด็กๆหรือผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็จะได้รับอั่งเปาจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายายหรือลุงป้าน้าอา โดยทั่วไปอาหารมื้อค่ำจะใช้เวลารับประทานกันยาวนานเป็นพิเศษ ทานอาหารไปพูดคุยสนทนาไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกันไปและตามธรรมเนียมจะต้องรอจนเที่ยงคืนแล้วจะมีการจุดประทัดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กัน จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปนอน ซึ่งธรรมเนียมการอยู่รอให้ผ่านช่วงเที่ยงคืนของวันส่งท้ายปีเก่าจึงเข้านอนนี้ เรียกกันว่าการเฝ้าปี (守歲)

หลังทานอาหารมื้อค่ำแล้วก็จะเป็นช่วงเวลาที่เด็ก ๆ รอคอย นั่นคือการส่งมอบอั่งเปา (ภาพจาก udn.com)

วันตรุษจีน ผู้คนนิยมไปไหว้พระขอพรที่วัดหรือศาลเจ้า (ภาพจาก TVBS)

      วันตรุษจีนหรือวันชูอี (初一 ) ตามธรรมเนียม เมื่อตื่นเช้ามาก็จะกล่าวทักทายกันด้วยคำว่ากงสี่...กงสี่...(恭喜恭喜) แปลว่า ขอแสดงความยินดีด้วย ในวันตรุษจีนจะมีธรรมเนียมไปเยี่ยมญาติมิตรและไปเซ่นไหว้ที่วัดหรือศาลเจ้า ซึ่งเรียกกันว่าโจ่วชุน (走春) นอกจากนี้ยังมีประเพณีและข้อห้ามอื่นๆ ประกอบด้วย

      enlightenedห้ามทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า สระผม เพราะถือว่าการทำความสะอาดบ้าน จะเป็นการเอาโชคลาภออกไปจากบ้าน

      enlightenedห้ามใช้ของมีคมและตัดผม  ถือว่าเป็นการตัดความโชคดีออกไป

      enlightenedห้ามร้องไห้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้พบกับเรื่องไม่ดีและเสียใจไปตลอดปี

      enlightenedห้ามกินโจ๊ก เพราะในสมัยโบราณ คนยากจนมีข้าวสารไม่มากต้องใช้วิธีทำเป็นข้าวต้มหรือโจ๊กกินเพื่อให้อิ่มท้อง การกินโจ๊กในวันตรุษจีนเชื่อว่าเป็นลางไม่ดี เหมือนเป็นการขัดขวางไม่ให้ตัวเองร่ำรวย

      enlightenedห้ามพูดคำหยาบและทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะจะนำความโชคร้ายมาให้ตลอดปี

      enlightenedห้ามทำของแตก เมื่อไหร่ที่มีคนทำของแตก หมายความว่า ลางร้ายกำลังจะมาเยือน ครอบครัวจะแตกแยกหรือมีคนเสียชีวิต ดังนั้นหากมีคนทำของแตกในวันตรุษจีนก็จะแก้เคล็ดด้วยการพูดคำว่า ซุ่ยซุ่ยผิงอัน( 碎碎平安) ซึ่งพ้องเสียงกับสุภาษิตจีน 歲歲平安  ที่แปลว่า ขอให้สงบสุขและปลอดภัยตลอดไป

3. ความเชื่อเกี่ยวกับมังกรของชนชาติจีน

       เนื่องจากตรุษจีนปีนี้เป็นปีมังกร จึงขอนำเสนอเรื่องของมังกรให้ได้ทราบกัน  มังกรถือเป็นสัตว์มงคลของจีนซึ่งประกอบด้วย กิเลน หงส์ เต่าและมังกร( 麟 、鳳 、龜、 龍) เนื่องจากชาวจีนเชื่อว่าสัตว์สี่ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และมีวิญญาณ จึงเรียกกันว่า ซื่อหลิง (四靈) คำว่า 四 แปลว่า สี่  ส่วนคำว่า 靈  แปลว่า ความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นมงคล หรือวิญญาณ  四靈 จึงหมายถึง สี่ศักดิ์สิทธิ์หรือสี่สัตว์มงคล โดยสัตว์ทั้งสี่ชนิดนี้มีเพียงเต่าเท่านั้นที่มีจริง ส่วนมังกร หงส์และกิเลน เป็นสัตว์ในเทพนิยายและลักษณะรูปทรงเกิดจากจินตนาการของมนุษย์ทั้งสิ้น

       คัมภีร์หลี่จี้ (禮記) ซึ่งเป็นคัมภีร์โบราณของจีนบันทึกไว้ว่า  「麟、 鳳、 龜、 龍, 謂之四靈,麟為百獸之長,鳳為百禽之長,龜為百介之長,龍為百鱗之長」หมายความว่า กิเลน หงส์ เต่าและมังกร ได้รับสมญานามว่า สี่มงคล โดยกิเลนคือเจ้าแห่งสัตว์สี่เท้า หงส์คือเจ้าแห่งปักษา เต่าคือเจ้าแห่งสัตว์ที่มีกระดองหุ้มตัว มังกรคือเจ้าแห่งมัจฉา

ความเชื่อเกี่ยวกับมังกรเป็นสัตว์มงคลสะท้อนให้เห็นได้จากรูปปั้นมังกรตามวัดหรือศาลเจ้าของจีน ในภาพเป็นบันไดมังกรทองยาว110 เมตรที่วัดจินฝ่าหัว ภูเขามังกรทองที่เมืองหนานโถว มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในเอเชีย (ภาพจาก travel.yam.com)

       นอกจากนี้ชาวจีนยังนับถือมังกรในฐานะที่เป็นสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและเป็นสิริมงคลที่สุด หลายคนคงคุ้นเคยกับรูปร่างของมังกรเป็นอย่างดี แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เคยมีใครพบเห็นมังกรมาก่อนทั้งนี้เนื่องจากมังกรเป็นสัตว์ที่มนุษย์สร้างขึ้นจากจินตนาการ หรือเป็นสัตว์ในเทพนิยายเท่านั้นตามตำนานระบุว่ามังกรมีหัวเหมือนวัว มีเขาเหมือนกวางมีดวงตาเหมือนกุ้งกรงเล็บเหมือนนกอินทรี ลำตัวเหมือนงูหางเหมือนสิงโตลำตัวเต็มไปด้วยเกล็ด จะเห็นได้ว่าเป็นลักษณะรวมของสัตว์หลากหลายชนิด ตามความเชื่อของชาวจีนมังกรเดินบนดินได้ว่ายอยู่ในน้ำได้และเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ มีอิทธิฤทธิ์ราวกับเทพเจ้า จักรพรรดิจีนใช้มังกรเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ และผู้คนทั่วไปมีความเชื่อว่ามังกรเป็นสัตว์มงคลที่มีคุณธรรม ความดีและพลังอำนาจ

เครื่องลายครามที่มีลวดลายมังกรยุคราชวงศ์หมิง ในพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ ในกรุงไทเป (ภาพจาก National Palace Museum)

       ในประเทศจีนหรือในไต้หวันหรือชุมชนชาวจีนในประเทศต่างๆ เราสามารถพบเห็นรูปมังกรได้โดยทั่วไป เช่น วัดวาอาราม และศาลเจ้าต่างๆ ในการเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ ชาวจีนมักจะติดรูปมังกรโคมไฟมังกร แข่งเรือมังกร หรือในการตั้งชื่อของเด็กผู้ชายก็มักจะมีคำว่ามังกรรวมอยู่ด้วย  มังกรได้ชื่อว่าเป็นสัตว์มงคลที่สำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาสี่สัตว์มงคลมังกรเป็นสัญลักษณ์ของคนจีน ดังนั้นคนเชื้อสายจีนทั่วโลกถือกันว่าตนเองคือลูกหลานของมังกร

การเชิดมังกรไฟของชาวฮากกาเป็นประเพณีสำคัญของเมืองเหมียวลี่ที่ถือปฏิบัติกันมาเป็นปีที่ 35 แล้ว ปีนี้มีคณะเข้าร่วม 40 คณะ จะแสดงการเชิดมังกรไฟสุดอลังการที่สวนสาธารณะเหอปินกงหยวน (河濱公園) ในตัวเมืองเหมียวลี่ ในเทศกาลโคมไฟ ค่ำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 (ในภาพเป็นการเชิดมังกรไฟของเมื่อปี 2566 จากเทศบาลเมืองเหมียวลี่)

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง