:::

ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-CultureRTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalที่นี่ไต้หวัน

ที่นี่ไต้หวัน

ที่นี่ก็คือที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั่น ที่นั่นก็คือที่นั่น ที่นั่นไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่นั้นแล้วที่นั่นเป็นที่ไหน เอาเหอะ ๆ อย่าเถียงกันเลย เอาเป็นว่า ที่นี่ไต้หวัน ก็แล้วกัน

รายการนี้ นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับไต้หวัน ขอเชิญรับฟังกัน อย่าพลาด แล้วคุณจะรู้จักไต้หวัน ตั้งแต่ยังไม่ได้เดินทางมาไต้หวัน

รายการ

27 July, 2021
ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 กรกฏาคม 2564

วันนี้มีเรื่องของสมุนไพรที่ชาวยุโรปและอเมริกานิยมใช้เพื่อรักษาและป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียมากว่า 100 ปีแล้วมาเล่าสู่กันฟัง สมุนไพรตัวนี้มีชื่อว่า “เอ็กไคนาเซีย (Echinacea)” ภาษาจีนเรียกว่า “จื่อจุยจวี๋-紫錐菊” หากพูดถึงสมุนไพรฝรั่งแล้วก็ทำให้นึกถึงสมุนไพรไทยตัวหนึ่งที่ดังมากในขณะนี้ นั่นก็คือ “ฟ้าทะลายโจร” มีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทย ใช้บรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอและเจ็บคอ ซึ่งยาฟ้าทะลายโจรไม่ได้มีส่วนช่วยในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่มีความสามารถในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส เพราะฉะนั้นจึงมีการนำไปใช้เป็นยารักษาร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ทั้งนี้ ฟ้าทะลายโจรมีสารที่ชื่อว่า “แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide)” ที่สามารถยับยั้งการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ ทำให้ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงมีอาการดีขึ้น และมีส่วนช่วยในการป้องกันปอดอักเสบ แต่ต้องกินในปริมาณที่ถูกต้องจึงมีประสิทธิภาพ และหลังจากฟังเรื่องราวความอัศจรรย์ของฟ้าทะลายโจรที่เป็นสมุนไพรไทยแล้ว วกกลับมาเรื่องของสมุนไพรฝรั่ง “เอ็กไคนาเซีย” ที่นำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ต่อเลยนะคะ เอ็กคนาเซีย เป็นสมุนไพรที่เดิมทีชาวอินเดียแดงอาศัยอยู่ในอเมริกาค้นพบว่าเป็นพืชที่ช่วยรักษาโรค บรรเทาอาการป่วยต่างๆ เช่น เวลาปวดฟันก็นำดอกเอ็กไคนาเซียมาเคี้ยว อาการปวดฟันก็บรรเทาลง ต่อมามีการนำส่วนของดอกมาแช่กับเหล้าวอดก้า หรือเอากิ่ง ลำต้นทำเป็นยาดองเหล้า เพื่อรักษาโรคหรือสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย  และต่อมาคนยุโรปที่ย้ายเข้าไปอยู่ในอเมริกาเริ่มเรียนรู้การนำมาใช้ประโยชน์จากชาวอินเดียแดง และนำกลับไปใช้ในยุโรป จนปัจจุบันกลายเป็นสมุนไพรที่ใช้กันแพร่หลายทั้งในยุโรปและอเมริกา ครองตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สำคัญ โดยนักวิจัยพบว่า เอ็กไคนาเซีย เป็นสมุนไพรที่สามารถเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาวกำจัดไวรัส และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูงและไม่พบผลข้างเคียงอย่างเช่นที่พบในการใช้ยาแผนปัจจุบันที่ใช้บรรเทาอาการหวัดโดยทั่วไป ซึ่งในปัจจุบัน มีการผลิตในรูปแคปซูลเพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับประทานมากขึ้น

...more
20 July, 2021
ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที 20 กรกฏาคม 2564

        วันนี้มีเรื่องของผลไม้น้องใหม่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ปลูกในไต้หวันนั่นก็คือ “จำปาดะ”มาเล่าสู่กันฟัง คนไทยคงจะคุ้นเคยกับผลไม้ชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถิ่นแดนใต้หรือปักษ์ใต้ ถือเป็นผลไม้ท้องถิ่นขึ้นชื่อแถบจังหวัดสตูลและสงขลา คนใต้มักจะออกเสียงว่า “จำดะ” เป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับขนุน รสหวาน หอม มีกลิ่นเฉพาะตัว หน้าตาคล้ายขนุนมากมาก จนหลายคนสับสนแยกไม่ออกว่าเป็นขนุนหรือดำปาดะ ขณะนี้ในภาคกลางและภาคใต้ของไต้หวันก็มีการปลูกเช่นกัน ถือเป็นผลไม้น้องใหม่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผลผลิตขายสู่ท้องตลาดแล้ว แต่ปริมาณยังไม่มากนัก ซึ่งผลไม้น้องใหม่ที่ไต้หวันนำมาปลูก นอกจากมีจำปาดะแล้ว ก็ยังมีเงาะ อะบิว เป็นต้น จำปาดะและขนุนเป็นผลไม้ที่มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงและต่างกันมีอะไรบ้าง? จำปาดะมีรูปร่างผลเป็นทรงกระบอกยาว แต่ว่ามีขนาดเล็กกว่าขนุน ผิวของผลจำปาดะจะเรียบและสีเข้มกว่าขนุน เปลือกนอกบางและปอกง่ายกว่า เวลาที่ผลสุกหรือแก่เต็มที่แล้ว สีผิวของจำปาดะจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม และเมื่อผลสุกจะมีรสหวานและฉ่ำน้ำกว่าขนุนมาก เนื้อของจำปาดะสีขาวหรือสีแดงส้มขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีเส้นใยที่เหนียวเวลาเคี้ยวจะไม่ค่อยขาดง่าย เนื้อค่อนข้างนิ่มออกจะเละๆ ไม่แข็งกรุบกรอบเหมือนกับขนุน เพราะฉะนั้นตอนที่กลืนต้องระวังนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ต้องเคี้ยวให้ขาดค่อยกลืน ไม่เช่นนั้นจะติดคอง่าย ที่สำคัญมีกลิ่นค่อนข้างแรง น้องๆ ทุเรียน รวมทั้งหวานด้วย  อันเป็นที่มาของการเรียกชื่อภาษาจีนว่า “หลิวเหลียนมี่-榴槤蜜” ซึ่งคำว่า “หลิวเหลียน榴槤” ก็แปลว่า ทุเรียน ส่วนคำว่า “มี่蜜” แปลว่า หวานแบบน้ำผึ้ง ดังนั้น หลิวเหลียนมี่ ถ้าแปลตรงๆ ก็คือทุเรียนน้ำผึ้งนั่นเอง และอีกประการหนึ่งคือ จำปาดะมีความหวานมาก ความหวานมากที่สุดที่เคยวัดได้ 20-25 บริกซ์

...more
13 July, 2021
ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 13 กรกฏาคม 2564

มะม่วงเป็นตัวแทนผลไม้หน้าร้อนของไต้หวันก็ว่าได้ พอถึงช่วงหน้าร้อน ร้านหรือแผงขายผลไม้ก็จะเห็นมะม่วงวางขายมากมายและมีหลากหลายสายพันธุ์ด้วย ยิ่งในปีนี้เกิดการระบาดในไต้หวันที่มีมาตรการป้องกันโรคที่เข้มงวด ทำให้ราคาของมะม่วงถูกกว่าปีอื่นๆ มะม่วงที่พบเห็นบ่อย ได้แก่ มะม่วงพื้นเมือง อ้ายเหวิน จินหวง อวี้เหวิน เซี่ยเสวี่ย หงหลง เฮยเซียง ไข่เท่อ เฮเดน.....ที่ทยอยออกมาขายในท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง แม้มะม่วงไม่ใช่เป็นผลไม้พันธุ์ดั้งเดิมของไต้หวัน แต่หลังจากที่มีการนำพันธุ์ดีเข้ามาปลูกในประเทศ ผ่านการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ จนได้สายพันธุ์ใหม่ๆ มีมากกว่า 130 ชนิด และไม่กี่ปีนี้ ไต้หวันมีการปลูกมะม่วงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ละปีมีปริมาณการปลูกเกือบ 170,000 ตัน หรือถ้าคำนวณเป็นผลก็เกือบ 500 ล้านลูก/ปี หรือถ้าจะเฉลี่ยต่อประชากรแล้ว คนไต้หวันกินมะม่วง 21 ลูก/คน/ปี ซึ่งมะม่วงเป็นผลไม้ที่ส่วนใหญ่มีรสหอมหวานอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค แต่ก็ยังมีอีกหลายคนไม่รู้ว่า มะม่วงส่วนใหญ่ที่ปลูกนั้นไม่ได้ใช้เมล็ดในการเพาะแล้วค่อยๆ ให้ต้นโตจนออกดอกออกผล แต่เกิดจากการต่อกิ่งมะม่วงพันธุ์ดีๆ บนยอดของมะม่วงพันธุ์พื้นเมือง

...more
06 July, 2021
ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 6 กรกฏาคม 2564

มะละกอเป็นผลไม้ที่สามารถนำมารับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก นิยมนำมาปรุงเป็นอาหารหรือนำมาแปรรูป และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ในมะละกอสุกมีเอนไซม์ปาเปน ( Papain ) และเส้นใยอาหารมากมายช่วยในเรื่องกายย่อยโปรตีนในร่างกาย ช่วยล้างสำไส้ให้สะอาดขจัดไขมันตามผนังของลำไส้ มะละกอสุกจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก สำหรับในไต้หวันเอง มีสายพันธุ์มะละกอหลากหลายชนิด แต่เพื่อต้องการคัดเลือกสายพันธุ์ดีๆ เพิ่มผลผลิต ลดความเสียหาย และให้ได้มะละกอที่มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค ล่าสุด มีการพัฒนามะละกอสายพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ TSS_A39, TSS_A43 และ TSS_A46  ซึ่งทั้ง 3 สายพันธุ์ล้วนให้ผลผลิตสูง โดยมีข้อดีคือมีอายุการเก็บรักษานานและรักษาความสดใหม่ไว้​ได้นานขึ้น

...more
29 June, 2021
ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2564

ไม่นานที่ผ่านมา สถานีปรับปรุงพันธุ์เขตไทจง จดสิทธิ์พันธุ์พืชสาลี่สายพันธุ์ใหม่ “ไทจงเบอร์ 5 ” ลักษณะของผลสาลี่โต รูปร่างภายนอกสวย เนื้อละเอียด หวานฉ่ำ ความหวานเฉลี่ยมากกว่า 12.5 บริกซ์ หวานสุดมีมาก 14-15 บริกซ์ มีความเปรี้ยวประมาณ 0.25% เมื่อรับประทานแล้วจะให้รสชาติที่ไม่ใช่มีความหวานอย่างเดียวแต่ปนความเปรี้ยวเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังมีข้อดีอีกหลายประการ อย่างเช่น ระยะเวลาเก็บเกี่ยวนาน ประมาณ 20 วันจนถึง 1 เดือน และที่สำคัญที่เป็นจุดเด่นของสาลี่สายพันธุ์นี้คือไม่ปริแตกง่าย จึงเป็นข้อดีที่เกษตรกรนำไปปลูกเพราะดูแลง่าย

...more
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... 59
上一頁下一頁

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง