:::

ไลฟ์สไตล์-วัฒนธรรม Lifestyle-CultureRTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalมองปัจจุบัน ย้อนอดีต

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต

ขอเชิญรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของไต้หวันและของชาวจีน ประวัติบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เทพเจ้าต่าง ๆ ฯลฯ

รายการ

10 May, 2021
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564

        วันที่ 30 เมษายนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2564 มีการจัดงานนิทรรศกาลปลาบินของชนเผ่าต๋าอู้หรือชนเผ่ายามิ ณ ห้อง TTstyle ของตึกสร้างสรรค์ศิลปะหรือตึกที่มีหลังคาคล้ายคลื่นทะเล(波浪屋) ของเมืองไถตง ในงานยังมีการจัดแสดงเรือต่อ(拼板舟) ของชนเผ่ายามิวางไว้ด้านหน้าตึกชั้น 1 ซึ่งเรือต่อลำนี้เป็นผลงานของ จางหม่าเฉวียน(張馬群)และบุตรชาย จางซื่อไข่ (張世凱) ที่เคยนำไปถ่ายทำวีดีโอ แสดงผลงานในช่อง Discovery เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมของชนเผ่ายามิ และเชิญชวนชาวโลกให้ความสำคัญต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ปัจจุบัน เผ่ายามิหรือต๋าอู้ มีประชากร 4,769 คน(สถิติเดือนมีนาคม 2021) อาศัยอยู่ที่เกาะหลานอวี่ (蘭嶼) เมืองไถตง เนื่องจากมีความเป็นอยู่โดดเดี่ยวในทะเล แยกจากชนเผ่าอื่น ทำให้รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้มาก

...more
03 May, 2021
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2564

        ปัจจุบันข้าวที่คนไต้หวันรับประทาน 3 มื้อ (หลายคนอาจบอกว่าทานข้าวแค่มือเดียว หรือ 2 มื้อ บางวันก็ไม่ทานข้าว ก็ไม่เป็นไร) ไม่ว่าจะเป็นข้าวที่หุงในบ้านหรือข้าวที่รับประทานกันนอกบ้าน อย่าง ข้าวในกล่องเบนโตะ(เปี้ยนตัง)หรือข้าวที่ขายตามร้านอาหาร ส่วนใหญ่ต้องบอกว่าเป็นข้าวพันธุ์เมล็ดสั้นหรือคนไทยเรียกว่าข้าวญี่ปุ่น ที่มีลักษณะเมล็ดข้าวสั้นป้อม กลมรี เวลาหุงสุกจะมีความเหนียวนุ่มหนึบ

...more
26 April, 2021
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564

พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำจินกวาสือ(黃金博物館) ตั้งอยู่ที่จินกวาสือ เขตรุ่ยฟางของนครนิวไทเป เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดที่ผู้เข้าชมสามารถเดินชมสถานที่ต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร หลุมบ่อทองคำที่ผ่านการบูรณะแล้ว เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในการทำเหมืองทองคำ ตลอดจนป้ายรำลึกต่างๆ และภายในเขตพิพิธภัณฑ์ยังมีทั้งร้านอาหาร ไปรษณีย์ สถานีตำรวจ ร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น และที่น่าสนใจคือ มีร้านอาหารขายข้าวกล่องหรือเบนโตะรสชาติย้อนยุคคนงานที่ทำงานในเหมืองทองคำ(礦工便當) เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เมื่อถึงวันหยุดก็จะมีผู้คนเข้าแถวซื้อกันอย่างล้นหลาม แต่ปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ทำให้ต้องหยุดกิจการไป แต่ตอนนี้ได้เริ่มเปิดกิจการขายข้าวกล่องอีกครั้ง และกล่องข้าวที่นำมาใส่อาหารนั้นก็มีคุณค่าต่อการเก็บสะสมด้วย เพราะว่าสไตล์ของกล่องข้าวมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมผนวกกับการคงไว้ซึ่งรสชาติแบบดั้งเดิมในยุคสมัยที่คนงานในเหมืองแร่รับประทานกัน เซี่ยเหวินเสียง(謝文祥) ผอ.พิพิธภัณฑ์ทองคำจินกวาสือ บอกว่า ตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีนี้ ทางร้านเริ่มเปิดกิจการอีกครั้ง และเพื่อต้องการคืนกำไรให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ก่อนวันแรงงานคือวันที่ 26-30 เม.ย. ทางร้านจัดกิจกรรมข้าวกล่องซื้อ 1 แถม 1 ซึ่งกล่องข้าวเบนโตะ 1 ชุดประกอบไปด้วย หมูทอด 1 ชิ้นใหญ่ มีกับแกล้มเป็นเต้าหู้แข็งพะโล้หั่นชิ้นเล็กๆ ผัดเกี่ยมไฉ่และผัดไชโป๊ นอกจากนี้ยังมีการผนวกเข้ากับวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยกล่องข้าวสแตนเลสห่อด้วยผ้าสีน้ำเงินที่เสมือนเป็นแผนที่ของพิพิธภัณฑ์ อย่างเช่น หอเจ้าฟ้าชายญี่ปุ่น อุโมงค์ค์อู่เคิง ตึกร่อนทองคำ โบสถ์คาธอลิก โรงเรียนมัธยมสืออวี่(時雨中學-อดีตเป็นโรงเรียนเอกชนยุคญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาของลูกหลานญี่ปุ่นที่ขุดทอง) สวนสาธารณะรำลึกค่ายเชลยศึก เป็นต้น พร้อมตะเกียบไม้ไผ่ 1 คู่ สำหรับรับประทานข้าวกล่อง

...more
19 April, 2021
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2564

        ช่วงเดือนมกราคมเป็นช่วงของการชมดอกบ๊วย อากาศยิ่งหนาว ดอกบ๊วยก็ยิ่งบานสวยจนขาวโพลนเหมือนหิมะตก แต่เมื่อถึงช่วงเดือนมีนาคมหรือช่วงก่อนและหลังเทศกาลเช็งเม้งจะเป็นช่วงที่ผลบ๊วยสุก ดังนั้น ในช่วงนี้เองก็มีกิจกรรมดีไอวาย บ๊วยดองสด คัดเลือกราชาบ๊วยดองสด ทำกิมจิบ๊วย ทำผงบ๊วย รวมทั้งมีการร่วมมือกับโรงงานแปรรูปอาหาร เอาบ๊วยมาใส่ในผลิตภัณฑ์อาหาร เป็นต้น ซึ่งในส่วนของการทำบ๊วยดองสดหรือที่ภาษาจีนเรียกว่า จื้อชิงเหมย(製青梅) ถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตของแหล่งที่ปลูกบ๊วยในไต้หวัน โดยแหล่งปลูกบ๊วยที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดหนานโถวที่ครองสัดส่วนปริมาณ 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ นอกจากจะจัดกิจกรรมดองบ๊วยสดแล้ว ยังจัดกิจกรรมคัดเลือกราชาดองบ๊วย โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ตำบลที่จัดกิจกรรมคัดเลือกราชาดองบ๊วยคือ ตำบลเหรินไอ้ ของเมืองหนานโถว ทั้งนี้ ตำบลเหรินไอ้มี 2 หมู่บ้าน คือหมู่บ้านฮู่จู้(互助村) และหมู่บ้านซินเซิง(新生村) จะมีบ๊วยป่าที่พบได้จำนวนน้อย มีกลิ่นหอมพิเศษ มีความเปรี้ยว เมื่อนำมาดองเป็นบ๊วยจะมีรสชาติอร่อยที่มีเอกลักลักษณ์พิเศษ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค

...more
12 April, 2021
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

ต้นมะเยาหินเป็นพืชเศรษฐกิจที่เคยสร้างรายได้ที่สำคัญให้กับชาวฮากกาในไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยุคที่ญี่ปุ่นยึดครองไต้หวันได้นำเข้าต้นมะเยาหิน(油桐) จากจีนแผ่นดินใหญ่มาปลูกในไต้หวันจำนวนมาก เนื่องจากผลของมะเยาหินสามารถนำมากลั่นเป็นน้ำมันเพื่อทำสีน้ำมัน อย่างเช่น ใช้เคลือบร่มกระดาษที่เป็นงานฝีมือของตำบลแหม่ยหนงเมืองเกาสงในสมัยก่อน ต้นมะเยาหินเป็นพืชที่ขึ้นง่าย โตเร็ว และหักง่าย นิยมนำมาทำเป็นฟืนหุงต้มอาหาร หรือไม่ก็นำมาทำรองเท้าเกี๊ยะ ทำไม้จิ้มฟัน ก้านไม้ขีด เป็นต้น ส่วนดอกของมะเยาหิน(桐花 ถงฮัวหรือว่า油桐花หยิวถงฮัว) ยามที่บานสะพรั่งก็ขาวสวย ราวกับคอยปกป้องถิ่นที่อยู่ของชาวฮากกา จึงทำให้ชาวฮากกาปลูกต้นมะเยาหินกันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สีน้ำมันผลิตจากสารสังเคราะห์ทางเคมีแล้วก็ไม่มีการใช้น้ำมันจากมะเยาหิน น้ำมันที่กลั่นจากมะเยาหินค่อยๆ หมดคุณค่าไป และปัจจุบันแทบไม่มีการนำฟืนมาหุงต้มอาหาร ไม้จิ้มฟันส่วนใหญ่ก็ทำจากพลาสติก รวมทั้งการผลิตรองเท้าเกี๊ยะก็ได้รับความนิยมน้อยลง

...more
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... 62
上一頁下一頁

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง